กระดาษแผ่นบางที่ถูกเลื่อนข้ามพื้นโต๊ะหินอ่อนสีดำสนิท มีน้ำหนักมากเกินกว่าที่ตัวกระดาษลำพังจะแบกรับไว้ได้ มันคือเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน หุ้นในบริษัทเครือธนากุลทั้งหมด และโฉนดเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองที่รินลดาเคยถูกเหยียดหยามว่าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวเท้าเข้าไปเหยียบยิมเยาะในฐานะเจ้าของ
แต่ในยามนี้ สิ่งเหล่านั้นถูกกองอยู่ตรงหน้าเธอ—หญิงสาวผู้สวมชุดสูทผ้าลินินสีเทาอ่อน ร่างกายสง่างามและนิ่งสงบราวกับรูปสลักหินอ่อนที่ไร้รอยขีดข่วนจากกาลเวลา
"ผมยกทุกอย่างให้คุณแล้ว... ริน"
เสียงของธันวาแหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อย ชายหนุ่มผู้เคยถือไพ่เหนือกว่าในทุกเกมชีวิต บัดนี้กำลังนั่งหลังค่อมอยู่เบื้องหน้าอดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและทระง안ตน บัดนี้เหลือเพียงความเว้าวอนระคนสำนึกผิดที่สายเกินแก้ ความร่ำรวยและอำนาจที่เขาเคยภาคภูมิใจ กลายเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าเมื่อเทียบกับสิทธิ์ในการได้รับสายตาที่มองมาด้วยความเห็นใจจากเธอบ้าง... สักนิดก็ยังดี
รินลดาก้มมองเอกสารเหล่านั้น ชั่วขณะหนึ่ง กลิ่นอายของความเจ็บปวดในอดีตลอยวนกลับมาแตะจมูก ราวกับกลิ่นเค้กไหม้ที่เธอเคยพยายามอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อเอาใจสามีผู้ไม่เคยใส่ใจ แต่วันนี้... กลิ่นนั้นไม่ได้ทำให้เธอน้ำตาซึมอีกต่อไป มันกลับกลายเป็นเพียงลมพัดผ่านที่ไร้พิษสง
เธอยกถ้วยชาเซรามิกสีขาวขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมละมุนของชาเอิร์ลเกรย์ช่วยขับเน้นความเยือกเย็นในแววตาคู่สวย รินลดาวางถ้วยลงบนจานรองเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในความเงียบงันของห้องรับรองส่วนท้ายร้านเบเกอรี่ของเธอ
"คุณคิดว่าชีวิตของฉัน... มีราคาประเมินด้วยสิ่งเหล่านี้หรือคะ, คุณธันวา?"
น้ำเสียงของรินลดาเรียաբนิ่ง ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ธันวาสะดุ้งเฮือกราวกับถูกคมมีดกรีดซ้ำแผลเดิม ชายหนุ่มรีบกุมมือตัวเองเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ความอับEายและความสำนึกบาปถาโถมเข้าใส่จนหน้าอกแน่นอึดอัด
"ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น... ริน ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัย ผมรู้ว่าหยาดน้ำตาที่คุณเคยเสียให้ผมมันประเมินค่าไม่ได้ แต่... แต่ขอโอกาสให้ผมได้แก้ไขมันเถอะนะ ไม่ว่าคุณจะต้องการให้ผมกราบลงตรงนี้ หรือให้ผมสูญเสียทุกอย่างจริงๆ เพื่อแลกกับการได้เริ่มต้นใหม่กับคุณ ผมก็ยอม..."
ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างมาตลอดชีวิตเอ่อคลอเบ้าอย่างน่าสมเพชเวทนา เขาพยายามเอื้อมมือหนาออกไปหมายจะกุมมือเรียวบางที่วางอยู่บนตัก แต่รินลดาเพียงแค่ขยับตัวถอยห่างเล็กน้อยอย่างรังเกียจ สายตาที่เธอมองมาเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ซึ่งมันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการถูกเธอตบหน้าฉาดใหญ่
ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกเบาๆ พร้อมกับร่างสูงโปรดของคีย์ที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงبมั่นคง ชายหนุ่มผู้เป็นทั้งหุ้นส่วนทางธุรกิจและคนที่คอยประคับประคองรินลดายามที่โลกทั้งใบพังทลายลง คีย์ไม่ได้พูดแทรกบทสนทนาทันที แต่เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างรินลดาอย่างให้เกียรติ พร้อมกับวางกล่องขนมเค้กชิ้นเล็กที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ลงบนโต๊ะ กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและสตรอว์เบอร์รีสดลอยฟุ้งตัดกับบรรยากาศตึงเครียดในห้องได้อย่างน่าประหลาด
คีย์ปรายตามองเอกสารกองโตบนโต๊ะครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตากับธันวาด้วยรอยยิ้มสุภาพที่เคลือบด้วยความเย้ยหยันอย่างมิดชิด
"คุณธันวาครับ..." คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบแต่ทรงพลัง "ของขวัญชิ้นใหญ่โตเหล่านี้ อาจจะมีค่ามากพอที่จะซื้อบริษัทสักสามแห่ง หรือซื้อความสุขสบายให้ใครหลายคนไปตลอดชีวิต... แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่งหรือเปล่าครับว่า สิ่งที่รินเขาสร้างขึ้นมาด้วยมือและหยาดเหงื่อของตัวเองในวันนี้ มันมีรากฐานมาจากซากปรักหักพังที่คุณเป็นคนทุบทำลายมันเองกับมือ"
ธันวากัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดนูน เขาตวัดสายตาคมกริบมองคีย์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจี้ใจดำ "เรื่องนี้มันเป็นเรื่องระหว่างผมกับภรรยา... ผมว่าคุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง"
"ภรรยาอย่างนั้นหรือคะ?" รินลดาหัวנסในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันช่างเย็นชาและบาดลึกเสียจนธันวาต้องหันกลับมามองเธอด้วยความหวาดหวั่น "คำนี้มันหลุดออกจากปากคนที่เคยเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใยเมื่อปีที่แล้วได้อย่างไรกันคะ, คุณธันวา? น่าขันสิ้นดี"
หญิงสาวค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทสีเทาอ่อนขับเน้นให้เธอดูลึกล้ำและทรงพลัง เธอโน้มตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนแฟ้มเอกสารโอนกรรมสิทธิ์เหล่านั้น ก่อนจะดันมันกลับไปหาเจ้าของเดิมอย่างไม่ไยดี
"เอาเอกสารพวกนี้กลับไปเถอะค่ะ... สิ่งที่คุณเสนอมา มันเป็นเดิมพันที่มากเกินไปในสายตาคนอื่น แต่มัน 'ไร้ค่า' เกินไปสำหรับคนที่ตายไปแล้วครั้งหนึ่งอย่างฉัน" รินลดาเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แดงก่ำของอดีตสามี "ความผิดบาปที่คุณก่อไว้ ไม่มีวันชดใช้หมดด้วยเงินทองหรอกค่ะ เพราะสิ่งที่ฉันเสียไป... มันคือความศรัทธาในความรัก ซึ่งต่อให้คุณเอาเงินทั้งโลกมาวางกองตรงหน้า ก็ซื้อคืนไม่ได้"
ธันวาหน้าซีดเผือด เขารู้สึกราวกับถูกตอกฝาโลงทั้งเป็น หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างที่สุด เมื่อตระหนักได้ว่าครั้งนี้... เขาได้สูญเสียเธอไปตลอดกาลจริงๆ ไม่มีช่องว่างหลงเหลือให้แม้แต่จะแก้ตัว
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดิ่งลงสู่จุดที่หนทอปันปลาย ร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยประมาณสี่ขวบในชุดเอี๊ยมสีน้ำเงินก็วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาผลักประตูกระจกเปิดกว้างด้วยความซุกซน มือเล็กๆ ถือลูกอมรสสตรอว์เบอร์รีแกว่งไปมา พร้อมกับส่งเสียงใสแจ๋วเรียกหาคนที่รักที่สุด
"คุณแม่ครับ! น้องไปป์ทำคุกกี้รูปดาวเสร็จแล้วนะ... เอ๊ะ? มีแขกเหรอครับ?"
เด็กน้อยหยุดยืนชะงักที่กลางห้อง ดวงตากลมโตสุกใสประกายระยิบระยับ ใบหน้าจิ้มลิ้มถอดแบบพิมพ์มากับธันวาเสียจนแทบจะแยกไม่ออกจากภาพถ่ายในวัยเด็กของเขาเอง
ธันวาชะงักงัน ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างกายแข็งทื่อรา هاถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล เมื่อสายตาคู่คมกริบมองเห็นใบหน้าของเด็กชายอย่างชัดเจนเต็มสองตา—เด็กผู้ชายที่วิ่งเข้ามาเรียกผู้หญิงที่เขาเพิ่งบอกว่าอยากเริ่มต้นใหม่ด้วยว่า "แม่" และมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเขาเองในอดีตราวกับแกะพิมพ์!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับดราม่ารสเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ•ตอนที่ 23
เดิมพันที่มากกว่าเงิน
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!