เสียงกระดาษปึกหนาที่ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานราคาแพงหูฉี่ ดังสะท้อนก้องห้องประชุมใหญ่ของอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 'ธน The Great' จนแทบจะกลืนกินเสียงลมหายใจของชายหนุ่มผู้ นั่งอยู่หัวโต๊ะ ธันวาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและมั่นใจในชัยชนะ บัดนี้กำลังจ้องมองเอกสารทางกฎหมายเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกราวกับถูกตบเข้าที่กลางใบหน้าอย่างแรง
ฟ้องร้อง... ไม่ใช่แค่ฉบับเดียว แต่มาเป็นระลอกคลื่น ลูกจ้างเก่าแก่ระดับหัวกะทิและพนักงานฝ่ายปฏิบัติการร่วมสิบชีวิต พร้อมใจกันยื่นฟ้องบริษัทในข้อหาเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและเบี้ยวเงินชดเชยย้อนหลัง มูลค่าความเสียหายรวมกันเหยียบแปดหลัก และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือชื่อเสียงของบริษัทที่กำลังถูกฉีกทิ้งลงถังขยะผ่านพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งในเช้าวันนี้
"นี่มันหมายความว่ายังไง!" เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องจนเลขาหน้าห้องที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมประตูสะดุ้งสุดตัว ธันวากวาดสายตามองเอกสารเหล่านั้นด้วยความเดือดดาล "ทำไมพวกเขาถึงกล้าฮึกเหิมรวมตัวกันฟ้องบริษัทได้พร้อมเพรียงกันขนาดนี้ ทั้งที่ผ่านมาฉันใช้กฎเหล็กและเงินปิดปากมาตลอด ใครเป็นคนหนุนหลังพวกมัน!"
"เอ่อ... ท่านประธานคะ" เลขานุการสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หล่อนยื่นแท็บเล็ตเครื่องใหม่ออกไปเบื้องหน้า "ทางฝ่ายกฎหมายตรวจสอบเส้นทางการเงินและเบาะแสเบื้องต้นแล้วค่ะ... พบว่ามีบุคคลที่สามคอยให้คำปรึกษาและจัดหาทนายมือดีระดับประเทศมาซัพพอร์ตพนักงานกลุ่มนี้อยู่เบื้องหลังค่ะ"
ธันวารemคว้าแท็บเล็ตมาพลิกดู ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาลมหายใจของเขาติดขัด ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดร้านกาแฟชื่อดังแห่งหนึ่ง เผยให้เห็นร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีครีม รินลดากำลังนั่งไขว่ห้างจิบชาอย่างใจเย็น ฝั่งตรงข้ามของเธอคือหัวหน้าสหภาพแรงงานเก่าแก่ของบริษัทเขาที่เพิ่งถูกไล่อציออกไปเมื่อสามเดือนก่อน รอยยิ้มมุมปากของหญิงสาวในภาพช่างเย็นเยียบและเฉียบคม ราวกับนางพญาที่กำลังนั่งมองหมากบนกระดานที่นางเป็นคนเดินเกมด้วยตัวเองทุกตา
รินลดา... ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอ ไร้เดียงหา และมีค่าเพียงแค่เป็นเงาประดับบารมีในบ้าน
ธันวาเม้มปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ แต่ลึก ภายในความเดือดดาลนั้น กลับมีความรู้สึกแปลกประหลาดอีกสายหนึ่งแล่นริ้วขึ้นมา... ความหวาดกลัว ผู้หญิงคนเดิมที่เขาเคยเหยียบย่ำหัวใจอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้กลับเติบโตและทรงพลังจนน่ากลัว เธอกำลังใช้คมดาบแห่งกฎหมายและกลยุทธ์ทางธุรกิจค่อยๆ เชือดเฉือนรากฐานอาณาจักรที่เขาใช้เวลาทั้งชีวิตสร้างขึ้นมาทีละนิดอย่างเลือดเย็น
ในขณะเดียวกัน ที่ร้านเบเกอรี่ 'La Douceur' อันแสนอบอุ่น กลิ่นหอมกรุ่นของเนยและวานิลลาคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ รินลดากำลังยืนแต่งหน้าเค้กช็อกโกแลตฟัดจ์ด้วยความประณีต มือเรียวบางภายใต้ถุงมือพลาสติกบรรจงวางแผ่นดาร์กช็อกโกแลตบางเฉปลงบนตัวเค้ก ท่าทางของเธอสงบนิ่งและเปี่ยมด้วยสง่าราศีราวกับศิลปินเอกผู้กำลังสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอก
กระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูร้านส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งเบาๆ พร้อมกับการก้าวเข้ามาของคีย์ ชายหนุ่มเจ้าของร้านเบเกอรี่คู่แข่งคนสำคัญที่ผันตัวมาเป็นพันธมิตรทางใจและทางธุรกิจ เขายิ้มกริ่มในมือถือหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับล่าสุดพาดหัวโตๆ เกี่ยวกับวิกฤตทางกฎหมายของบริษัทธันวา
"ดูเหมือนว่าแผนการของเชฟรินจะงดงามเกินคาดนะคะ" คีย์วางหนังสือพิมพ์ลงบนเคาน์เตอร์บาร์ด้วยรอยยิ้มชื่นชม "ตอนนี้หุ้นของธน The Great ร่วงลงไปเกือบสเปอร์เซ็นต์แล้ว ธันวากำลังหัวหมุนกับการหาทางเคลียร์คดีกับพนักงานเก่า คุณไม่คิดว่ามัน... สาหัสเกินไปหน่อยหรือคะสำหรับอดีตสามี?"
รินลดาหยุดมือจากการแต่งหน้าเค้ก เธอค่อยๆ ถอดถุงมือออก วางลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตคู่สวยหันมามองคีย์ด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ระลอกคลื่นแห่งความเห็นใจ
"สาหัสเหรอคะคีย์?" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นชาเอ่ยขึ้น "สิ่งที่ฉันได้รับในอดีต มันมากกว่าคำว่าสาหัสเสียอีกค่ะ เขากระทืบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของฉัน ปล่อยให้ฉันต้องแบกรับความอัปยศและความเจ็บปวดไว้ลำพังในวันที่ฉันอ่อนแอที่สุด สิ่งที่เขาเผชิญอยู่ตอนนี้... มันเป็นเพียงแค่ดอกเบี้ยก้อนแรกที่เขาต้องจ่ายคืนต่างหากล่ะคะ"
คีย์มองใบหน้าที่งดงามแต่เด็ดเดี่ยวของหญิงสาวตรงหน้า หัวใจของเขากระตุกวูบด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งทึ่ง หลงใหล และหวาดกลัวในความเด็ดเดี่ยวของเธอ ผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางหวนกลับไปเป็นรินลดาคนเดิมที่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ อีกแล้ว เธอดั่งกุหลาบงามที่มีหนามแหลมคมเคลือบพิษ พร้อมจะทิ่มแทงทุกคนที่บังอาจเข้ามาทำร้ายเธอ
รินลดาหันหลังกลับไปหยิบมีดตัดเค้กเตรียมจะจัดแบ่งขนมสำหรับลูกค้าประจำ ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระจกใสของร้าน กระดิ่งทองเหลืองสั่นไหวรุนแรงกว่าทุกครั้ง
ธันวาในสภาพที่เสื้อเชิ้ตยับย่น เนคไทถูกปลดหลวมอย่างคนหมดมาดนักบริหารมือทอง ยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อมอยู่หน้าประตู ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาคมกริบกราดมองหาเป้าหมายก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของรินลดาที่ยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์
บรรยากาศในร้านเบเกอรี่ที่เคยหอมหวานและผ่อนคลาย กลับลดอุณหภูมิลดฮวบลงจนติดลบในพริบตา คีย์ขยับตัวเข้ามาบังขวางหน้ารินลดาไว้เล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง แต่รินลดากลับยกมือขึ้นแตะแขนของคีย์เบาๆ เป็นเชิงบอกให้ถอยไป ก่อนที่เธอจะก้าวออกมาเผชิญหน้ากับอดีตสามีด้วยใบหน้าที่สงบนิ่งราวน้ำนิ่งไหลลึก
"คุณกล้ามากนะรินลดา!" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดเคาน์เตอร์จนแทบจะชิดตัวเธอ "คุณอยู่เบื้องหลังเรื่องฟ้องร้องทั้งหมดนี้ใช่ไหม! คุณจงใจจะทำลายบริษัทของฉันให้พังคามือคุณสินะ!"
รินลดาลอบยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เธอเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีตรงๆ โดยไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย
"ทำลายเหรอคะ?" เธอย้อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ฉันแค่ทวงความยุติธรรมให้คนที่เคยถูกคุณเหยียบย่ำต่างหากล่ะคะคุณธันวา... หรือว่าคนอย่างคุณ เพิ่งจะเข้าใจความรู้สึกของการ 'ถูกพรากทุกสิ่งทุกอย่างไป' ก็ในวันที่มันเกิดขึ้นกับตัวเองคะ?"
ธันวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธแค้นผสมผสานกับความจนมุมพุ่งถึงขีดสุด เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นความเครียดลอยเข้าจมูก "คุณคิดว่าทำแบบนี้แล้วคุณจะสะใจงั้นเหรอ! คิดว่ามันจะทำให้ความเจ็บปวดในอดีตของคุณหายไปได้หรือไง!"
"ไม่หายหค่ะ..." รินลดาตอบเสียงเฉียบขาด ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง "ความเจ็บปวดในวันนั้นไม่มีทางหายไป... แต่ทุกหยดน้ำตาที่ฉันเคยเสียให้คุณ มันกำลังถูกชำระด้วยหยดเหงื่อและเลือดเนื้อของบริษัทที่คุณรักยังไงล่ะคะ"
ธันวาชะงักงันกับคำพูดนั้น ราวกับถูกหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่จนจุกพูดไม่ออก เขาอ้าปากจะเอ่ยอะไรบางอย่างเพื่อแก้ตัว แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยอนุบาลก็ดังแทรกขึ้นจากประตูร้านที่เปิดค้างไว้
"คุณแม่ขา! น้องภัทรอยากกินเค้กช็อกโกแลตชิ้นนั้นจังเลยครับ"
เสียงนั้นทำให้ธันวาราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางศีรษะ ร่างสูงแข็งทื่อราวกับรูปปั้น เลือดในกายเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที เขารีบหันขวับไปมองตามเสียงนั้นทันที ภาพเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากตัวเขาเองราวกับแกะ กำลังวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาโอบกอดชายกระโปรงของรินลดา พร้อมกับช้อนตาขึ้นมองเขาด้วยความสงสัย
ธันวาล้มทรุดลงไปในภวังค์แห่งความตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่นระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อรินลดาคุกเข่าลงโอบกอดเด็กชายคนนั้น พร้อมกับกระซิบแผ่วเบาให้เขาได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ
"สวัสดีค่ะคุณพ่อ... นี่คือบทเรียนราคาแพงบทแรก ที่คุณไม่มีวันซื้อคืนด้วยเงินทั้งหมดที่คุณมีค่ะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ เมฆหมอกสีชมพูรักรี้ดทุกคนค่ะ
เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ•ตอนที่ 21
บทเรียนราคาแพง
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!