เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ•ตอนที่ 10

ความลับใต้เงาแป้ง

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ราคาถูกที่ถูกซุกซ่อนไว้ในแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้ม คือสิ่งเดียวที่เยียวยารอยแผลเป็นในใจของรินลดาได้ในยามนี้ค่ะ นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวบางเบากรีดกรายพลิกหน้ากระดาษทีละแผ่นอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง ทุกตัวอักษรที่ปรากฏบนสัญญาเงินกู้และการค้ำประกันเมื่อสี่ปีก่อน เปรียบเสมือนลิ่มเหล็กที่ตอกย้ำความโหดร้ายของชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นอดีตสามี ธันวายังคงยืนนิ่งค้างอยู่ตรงมุมห้องทำงานของเธอ แผ่นอกกว้างกระเพื่อมไหวด้วยแรงหายใจที่ถี่กระชั้น ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและมั่นอกมั่นใจในทุกตารางเมตรของชีวิตบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ระคนความไม่เข้าใจ เขารู้ดีว่าเอกสารในมือของเธอคืออะไร เพราะมันคือ "เงา" อดีตที่เขาเคยใช้ปัดเป่าภาระและทิ้งขว้างเธอให้จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของนรกอเวจีแห่งหนี้สิน ขณะที่เขากำลังก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาณาจักรธุรกิจ "คุณ... คุณไปเอาเอกสารชุดนี้มาจากไหน ริน..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและราบเรียบ บัดนี้กลับสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างไม่อาจควบคุมได้ ธันวาก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานไม้สักทองช้าๆ ราวกับคนใกล้หมดแรง สองมือของเขาประสานเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด รินลดายังคงไม่เงยหน้าขึ้นมอง เธอเพียงแค่ปรายหางตามองตัวเลขยอดหนี้หลักสิบล้านที่ถูกประทับตรา ‘ยึดทรัพย์’ และลายเซ็นอันคุ้นตาของธันวาที่สละสิทธิ์ความรับผิดชอบทุกประการในฐานะสามี เพื่อปกป้องชื่อเสียงและทรัพย์สินส่วนตัวของเขาเอง ปล่อยให้เธอซึ่งกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบตามลำพังในห้องเช่าแคบๆ ที่ไม่มีแม้แต่แสงสว่าง "มันแปลกมากเลยนะคะธันวา..." รินลดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา นุ่มนวล ทว่าบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสด "คนที่เคยบอกว่ารักกัน... คนที่บอกว่าทุกสิ่งที่ทำไปก็เพื่ออนาคตของเรา กลับเป็นคนเดียวกับที่เซ็นชื่อผลักไสภรรยาตัวเองลงไปในกองเพลิงแห่งหนี้สิน โดยที่แม้แต่เศษเงินจากบัญชีสำรองของคุณ ก็ยังไม่ยอมเจียดมาช่วยชีวิตเรา" "วันนั้น... วันนั้นผมไม่มีทางเลือก บริษัทกำลังจะล้มละลาย ถ้าผมล้ม ทุกอย่างก็จบ..." ธันวาพยายามแก้ตัว น้ำเสียงของเขาแห้งผากและเต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ เขารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ เมื่อภาพความทรงจำอันโหดร้ายในอดีตย้อนกลับมาหลอน ยามที่เขาเป็นคนยื่นซองเอกสารหย่าร้างพร้อมกับหนี้สินก้อนโตให้เธอก่อนจะเดินหันหลังให้อย่างไม่ใยดี "ทางเลือกเหรอคะ?" รินลดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างระหงในชุดเชฟสีขาวสะอาดตาดูสง่างามและทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยมีแต่หยาดน้ำตาและแววตาออดอ้อน บัดนี้กลับว่าง ญี่ปุ่น เยือกเย็น และคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำตาลพิษ "คุณมีทางเลือกเสมอค่ะธันวา... เพียงแต่ทางเลือกของคุณ มันมีไว้เพื่อตัวคุณเองคนเดียวเท่านั้น ส่วนฉันกับลูก... เป็นแค่เครื่องมือใช้แล้วทิ้งที่คุณเขี่ยทิ้งลงถังขยะเมื่อหมดประโยชน์" คำพูดของเธอเหมือนสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจของธันวา ร่างสูงเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย เขาอยากจะเอื้อมมือไปคว้ามือบางนั้นมาจับไว้เหมือนในอดีต อยากจะคุกเข่าลงแล้วเอ่ยคำขอโทษนับล้านครั้งเพื่อให้เธออภัย แต่เขาก็รู้ดีว่า... บาปกรรมที่เขาได้ก่อไว้มันหนาเตอะเกินกว่าที่น้ำตาเพียงหยดเดียวจะชะล้างมันออกไปได้ "ริน... ให้โอกาสผมได้ชดใช้เถอะนะ" ธันวาเอ่ยเสียงเครือ ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ "ไม่ว่าคุณต้องการอะไร หุ้นส่วน เงินทอง หรือแม้แต่บริษัทของผม... ผมยกให้คุณได้ทั้งหมด ขอแค่เพียง..." "ขอแค่เพียงอะไรคะ?" รินลดาหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาจนธันวาแทบอยากจะหยุดหายใจ "คุณคิดว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้สามารถซื้อได้ด้วยเงินหรือไงคะธันวา? คุณคิดว่าเอาบริษัทมาแลกกับศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบยละของฉัน แล้วมันจะทำให้เรื่องแย่ๆ ในอดีตหายไปได้งั้นเหรอ?" บรรยากาศในห้องทำงานเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ คลอเคล้าไปกับเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นระรัวด้วยความตึงเครียด คีย์ ซึ่งยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ตรงมุมประตู ได้แต่ส่งสายตาให้กำลังใจเพื่อนสาวคนสนิท เขาไม่เคยขัดขวางการแก้แค้นครั้งนี้ เพราะรู้ดีว่ารินลดาต้องทนทุกข์ทรมานกับบาดแผลที่ธันวาฝากไว้มากแค่ไหน ธันวากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขารู้ว่าตัวเองจนมุมแล้ว ทั้งทางกฎหมาย ทางธุรกิจ และทางศีลธรรม เขากำลังจะสูญเสียทุกอย่าง... แมกระทั่งผู้หญิงคนเดียวที่เขารักหมดหัวใจ ทว่า ในจังหวะที่ความสิ้นหวังกำลังจะกลืนกินเขานั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด ก๊อก ก๊อก ก๊อก! ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบในชุดเอี๊ยมสีฟ้าสดใส ที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องพร้อมกับตุ๊กตาหมีในมือ โดยมีพี่เลี้ยงวิ่งกระหืดกระหอบตามเข้ามาด้วยความตกใจ "คุณรินคะ ขอโทษด้วยค่ะคุนหนูปาล์มดื้อ วิ่งหนีมือพี่เลี้ยงเข้ามา..." พี่เลี้ยงสาวละล่ำละลักเอ่ยขอโทษ แต่ทว่า... รินลดากลับหน้าถอดสี ร่างกายชาวาบไปทั้งตัวด้วยความตกใจ เธอลืมไปสนิทว่าวันนี้คีย์พาเจ้าตัวแสบมาที่ร้านเบเกอรี่ด้วย! ทางด้านธันวาที่หันขวับไปมองตามเสียงเด็กน้อย ร่างกายของเขาก็หยุดชะงักค้างไปในทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนความสงสัย เมื่อภาพใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายตัวน้อยคนนั้นสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา... ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะรอยยิ้มมุมปากที่ถอดแบบพิมพ์เดียวกันออกมาจากตัวเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยน! หัวใจของธันวากระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อสมองประมวลผลภาพตรงหน้ากับอายุของเด็กชายที่ดูจะสอดคล้องกับช่วงเวลาที่เธอตั้งครรภ์และหายตัวไปพอดี "เด็ก... เด็กคนนี้..." ธันวาหันกลับมามองหน้ารินลดาที่ซีดเผือดไร้สีเลือด ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด "ริน... นี่มันเรื่องอะไรกัน? เด็กคนนี้... ลูกใคร?" ความลับใต้เงาแป้งที่ถูกซ่อนเร้นมานานนับปี บัดนี้กำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกด้วยสายตาอันตระหนกของชายผู้เป็นพ่อ และไม่มีทางหนีพ้นความจริงอันเจ็บปวดนี้ไปได้อีกแล้วค่ะ ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่าครั้งนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%