ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า•ตอนที่ 18

แผนร้ายสำนักมาร

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
กลิ่นอายโลหิตและควันธูปแห่งการทรยศคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ รอยยิ้มหยันบนใบหน้าของมู่เฉินไม่ได้ทำให้จ้าวเฟยหงสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ประกายตาของอดีตมหาเทพกลับเยียบเย็นลงราวกับห้วงมหรรณพโบราณที่ไร้ก้นบึ้ง "มู่เฉิน... เจ้าคิดว่าการก้าวเข้ามาในห้องตำราลับแห่งนี้ พร้อมกับหมากที่เจ้าเดินซ่อนไว้ จะทำให้เจ้าพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้กระนั้นหรือ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์กลับหนักแน่นดั่งค้อนเทพเจ้าที่ตกลงกลางจิตวิญญาณของผู้ฟัง ภายในห้องตำราลับอันเงียบสงบ แสงจากไข่มุกราตรีส่องกระทบใบหน้าคมคายของมู่เฉินที่บิดเบี้ยวลงเล็กน้อย ความมั่นใจเมื่อครู่ราวกับถูกลมปราณไร้รูปกร่อนกินจนสั่นคลอน แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว เขาก็หัวเราะร่าออกมาเสียงดัง ก้องกังวานไปทั่วผนังหินศิลาอัคคี "ฮ่าๆๆ! จ้าวเฟยหง เจ้าศิษย์สวะผู้ไม่เจียมสังขาร! ถึงเจ้าจะบังเอิญปรุงโอสถพลิกฟ้าได้ หรือแสดงความสามารถประหลาดอันใดออกมา เจ้าก็ยังเป็นแค่สุนัขรับใช้ที่รอวันถูกกำจัดในสายตาข้าอยู่ดี! เจ้าคิดว่าข้ามาคนเดียวอย่างนั้นหรือ?" มู่เฉินสะบัดแขนเสื้อ ปราณกระบี่สีครามพุ่งทะยานออกเป็นวงกว้าง พร้อมกับเงาร่างนับสิบที่พุ่งทะลุเพดานและหน้าต่างเข้ามาปิดล้อมทุกเส้นทางหลบหนี ประกายกระบี่นับร้อยเล่มชี้ตรงมายังใจกลางห้อง ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด หลี่มู่เหยา ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังจ้าวเฟยหงมาตลอด กลับขยับตัว นางไม่แม้แต่จะชายตามองเงาร่างเหล่านั้น ดาบน้ำแข็งโบราณในมือถูกชักออกมาครึ่งนิ้ว อุณหภูมิภายในห้องดิ่งฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว รังสีดาบอันหนתาวเหน็บและเด็ดเดี่ยวแผ่พุ่งจนเหล่าศิษย์สำนักมารที่แฝงตัวเข้ามาถึงกับหน้าถอดสี "มู่เฉิน... คนที่รนหาที่ตาย หาใช่ศิษย์พี่จ้าวไม่ แต่เป็นพวกสุนัขรับใช้ที่คิดทรยศสำนักต่างหาก" เสียงของหลี่มู่เหยาหวานใส ทว่าเย็นเยียบดั่งมาจากขุมนรกน้ำแข็ง จ้าวเฟยหงยกมือขึ้นห้ามธิดาเจ้าสำนักเบาๆ เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว สายตากวาดมองใบหน้าของบรรดาเงาร่างที่สวมชุดศิษย์สายใน หนึ่งในนั้นคือ "เฉินเฟิง" ศิษย์น้องผู้ที่คอยรับใช้และได้รับความไว้วางใจจากเขามาโดยตลอด ทว่าในยามนี้ แววตาของเฉินเฟิงกลับหลบเลี่ยง เต็มไปด้วยความละอายและหวาดกลัว "เฉินเฟิง... เจ้ากินข้าวหลอมปราณ ร่วมฝึกวิชา และรับเม็ดยาจากมือข้ามาสามปีเต็ม วันนี้เจ้าเลือกที่จะขายวิญญาณให้สำนักมาร เพื่อแลกกับเศษเดนพลังปราณแค่นั้นเองหรือ?" จ้าวเฟยหงเอ่ยถาม น้ำเสียงมิได้โกรธเกรี้ยว มีเพียงความเวทนาและเย้ยหยันในโชคชะตาของมนุษย์ผู้มืดบอด เฉินเฟิงสะفัดตัวด้วยความสะท้าน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอับอายและตัณหา "ศิษย์พี่จ้าว... อย่าได้โทษข้าเลย! ในยุทธภพนี้ ผู้แข็งแกร่งคือผู้กำหนดกฎเกณฑ์ ท่านเป็นเพียงแค่ศิษย์สวะที่บังเอิญโชคดี... อึก!" ยังไม่ทันที่เฉินเฟิงจะกล่าวจบประโยค จ้าวเฟยหงก็หายลับไปจากจุดเดิม! ความเร็วนี้เหนือล้ำเกินกว่าขอบเขตหลอมรวมลมปราณจะรับรู้ได้! เงาร่างของอดีตมหาเทพปรากฏขึ้นตรงหน้าเฉินเฟิงราวกับภูตผี ฝ่ามือข้างหนึ่งยื่นออกไปคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายไว้ราวกับหิ้วลูกไก่ ปราณเพลิงโอสถสวรรค์สีทองอร่ามพุ่งทะลวงเข้าสู่จุดชีพจรทั่วร่างของหนอนบ่อนไส้ทันที "อ๊ากกกกกก!" เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่น เฉินเฟิงดิ้นรนสุดชีวิต ทว่าไม่สามารถต้านทานพลังอันยิ่งใหญ่ที่กำลังแผดเผาเส้นลมปราณของตนเองให้สลายกลายเป็นจุลได้เลยแม้แต่น้อย เม็ดยาพิษที่ซ่อนไว้ใต้ลิ้นเพื่อเตรียมปลิดชีพตัวเองถูกบีบอัดด้วยลมปราณจนแหลกละเอียดในเสี้ยววินาที มู่เฉินหน้าถอดสี ถอยหลังไปสามก้าวโดยไม่รู้ตัว ปราณกระบี่ในมือสั่นเทา "เป็นไปไม่ได้! นี่มันวิชาอันใดกัน เจ้าซ่อนพลังนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่!" จ้าวเฟยหงโยกร่างเฉินเฟิงที่หมดสติและพิการเส้นลมปราณอย่างไร้ค่าลงกับพื้น สายตาคมกริบราวกับพญายมราชจับจ้องไปยังมู่เฉิน เขายิ้มเยาะที่มุมปาก "วิชาของข้า... ล้ำลึกเกินกว่าที่สมองอันน้อยนิดของเจ้าจะเข้าใจ มู่เฉิน เจ้าคิดว่าการส่งหนอนบ่อนไส้เข้ามาขโมยคัมภีร์โอสถเก้าสวรรค์จะสำเร็จอย่างนั้นหรือ? น่าเสียดายนัก... ตำราเล่มที่พวกมันขโมยไปจากห้องลับของข้า แท้จริงแล้วเป็นเพียงตำราสมุนไพรสามัญที่ข้าจงใจวางไว้ตบตา" สิ้นคำพูดนั้น สีหน้าของมู่เฉินก็ซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด เขารู้ตัวแล้วว่าตกหลุมพรางที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเหวลึกเข้าให้แล้ว! ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดจนแทบขาดใจ ทันใดนั้น... *เปรี้ยงงงงงง!* ประตูศิลาหักสะบั้นเป็นจุล แรงระเบิดมหาศาลซัดสาดฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่ว พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าอันน่าสะพรึงกลัวที่ดังทะลุผ่านม่านเมฆลงมาสะเทือนถึงจิตวิญญาณของทุกคนในที่นั้น "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก จ้าวเฟยหง เจ้าหนุ่มน้อยผู้ซ่อนคมเล็บ... แต่คราวนี้ ต่อให้เจ้ามีปีกบินได้ ก็ไม่มีวันหนีพ้นเงื้อมมือของ 'ผู้อาวุโสโลหิต' ผู้นี้ไปได้หรอก!" เงาร่างมหึมาในชุดคลุมสีเลือดปรากฏขึ้นตรงหน้าประตู พร้อมกับกลิ่นอายพลังขอบเขตกำเนิดวิญญาณที่กดทับลงมาจนพื้นศิลาแตกร้าวเป็นทางยาว และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... บนมือของมันกำลังบีบคอของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักฝ่ายในไว้ในสภาพที่ไร้ลมหายใจ! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคลื่นลมอันเชี่ยวกรากนี้ไปกับข้า แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - เพลิงโอสถสวรรค์ -
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%