โลหิตคำโตกระเซ็นออกจากมุมปากของจ้าวเฟยหง หยดลงบนพื้นศิลาหยกขาวจนเกิดเสียง *ฉี่* ราวกับน้ำกรดที่กำลังกัดกร่อนแผ่นดิน พื้นที่รอบกายรัศมีสามร้อยลี้บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยม่านเมฆทมิฬหนาทึบ อสนีบาตเก้าสีฟาดผ่าลงมาอย่างไร้ความปรานี ทุกสายอสนีบาตอัดแน่นด้วยกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินที่ต้องการบดขยี้วิญญาณของผู้ที่กล้าอาจหาญท้าทายลิขิตสวรรค์
"คิดจะใช้ทัณฑ์อสนีบาตเก้าชั้นฟ้ามาดับเครื่องชนข้า... หึ ฟ้าดินช่างประเมินจ้าวเฟยหงผู้นี้ต่ำเกินไปแล้ว"
น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบ ทว่าก้องกังวานเสียจนสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณของสรรพชีวิต ดวงตาคมกริบดั่งกระบี่โบราณทอดมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างไร้ความหวาดหวั่น แม้ร่างกายในยามนี้จะเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ กระดูกซี่โครงหักร้าวจากการปะทะกับพลังปราณธรรมชาติ แต่จิตวิญญาณแห่งมหาเทพในอดีตชาติกลับยิ่งลุกโชนดั่งเปลวเพลิงอมตะ
ณ ขอบเขตค่ายกลปกป้อง หลี่มู่เหยา ยืนกำกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่องอขาวซีด อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นควันและหยาดโลหิตจากการต้านทานแรงกดดันของทัณฑ์สวรรค์แทนเขาในรอบแรก ดวงตาคู่งามที่มักจะเย็นชาดั่งน้ำแข็ง บัดนี้กลับสั่นระริกด้วยความห่วงใยระคนหวาดกลัว นางมองแผ่นหลังที่ยังคงตั้งตรงอย่างหยิ่งผยองของชายหนุ่ม หัวใจของนางเจ็บแปล๊บราถูกเข็มเงินนับหมื่นเล่มทิ่มแทง
"เฟยหง... พอได้แล้ว ท่านบาดเจ็บสาหัสเกินไป หากฝืนต่อไป... เส้นชีพจรลมปราณของท่านจะแตกสลายนะกะ... เอ่อ... นะครับ!" หลี่มู่เหยาเกือบหลุดปากคำพูดที่คุ้นเคย นางกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ส่งเสียงตะโกนฝ่าเสียงคำรามกึกก้องของฟ้าดินออกไป "ข้า... ข้าไม่อาจทนเห็นท่านดับสูญไปต่อหน้าต่อตาอีกแล้ว!"
จ้าวเฟยหงไม่หันกลับไปมอง ทว่ามุมปากของเขากลับยกยดรอยยิ้มบางเบาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
"มู่เหยา... เจ้าก็รู้ว่าวิถีแห่งเซียนไม่มีคำว่าถอยหลัง" เขากล่าวแผ่วเบาด้วยลมปราณส่งเสียง "หากวันนี้ข้าก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ไม่ได้ ในอนาคต... ข้าจะปกป้องเจ้าจากเงื้อมมือของพวกมันได้อย่างไร? มู่เฉินและไอ้พวกทรจักร์บนเก้าชั้นฟ้า... รอข้าอยู่"
สิ้นเสียงคำพูดนั้น พลังปราณในตัน티นของจ้าวเฟยหงก็ระเบิดออกราวกับภูเขาไฟใต้พิภพ เม็ดยาโอสถสวรรค์เก้าประหลาดที่เขาหลอมขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อเมื่อคราวก่อน เริ่มหลอมรวมเข้ากับแก่นแท้ดวงวิญญาณ กลายเป็นวังวนพลังปราณสีทองอร่ามที่หมุนวนดั่งพายุสุริยะ
*เปรี้ยง! ครืนนน!*
อสนีบาตสายที่แปด... อสนีบาตมังกรทองทลายฟ้า พุ่งแหวกม่านเมฆลงมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง พื้นศิลาหยกขาวรัศมีพันลี้แตกละเอียดเป็นผุยผง แรงกดดันมหาศาลกดทับจนร่างของหลี่มู่เหยาต้องคุกเข่าลงข้างหนึ่ง กระอักษรโลหิตพุ่งออกมาจากปากของนาง แต่นางหาได้สนใจความเจ็บปวดของตนเองไม่ สายตาของนางยังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างของชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจ
จ้าวเฟยหงเงยหน้าขึ้น ท่ามกลางแสงสีทองเจิดจ้าที่สะท้อนอยู่ในดวงตา เขามิได้หลบเลี่ยง มิได้ใช้กระบี่ปัดป้อง เขากางแขนออกทั้งสองข้าง ปล่อยให้สายฟ้ามังกรทองพุ่งเข้าใส่ร่างโดยตรง!
*ตู้มมมมมมมม—!*
คลื่นกระแทกมหาศาลแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ทำลายภูเขาหินรอบด้านจนราบเป็นหน้ากลอง ฝุ่นควันและละอองพลังปราณฟุ้งกระจายปกคลุมไปทั่วบริเวณ บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะเก็ดไฟจากสายฟ้าที่ยังคงปะทุเบาๆ
หลี่มู่เหยาแทบหยุดหายใจ หัวใจของนางร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม นางพยายามพยุงร่างที่สะินสะเทือนลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าสั่นเทาเดินเข้าไปใกล้หลุมลึกที่เกิดจากการปะทะ
"เฟย... เฟยหง..." เสียงของนางแหบพร่าและสั่นเครือ
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันและกลุ่มควันหนาทึบ กลับมีเสียงฝีเท้าก้าวหนึ่งดังขึ้น... *ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงนั้นมั่นคง หนักแน่น และทรงพลัง ราวกับเสียงก้าวเดินของเทพเจ้าผู้ลงมาพิพากษาโลกหล้า
ร่างผอมเพรียวในชุดอาภรณ์ขาดวิ่น แต่กลับเปล่งประกายรัศมีสีทองเจิดจ้าไร้ผู้ต่อต้านค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากกลุ่มควัน ดวงตาของจ้าวเฟยหงในยามนี้ลึกล้ำดั่งห้วงจักรวาล ไม่มีร่องรอยความอ่อนล้าหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเยือกเย็น ทรนง และพลังปราณที่แผ่ขยายออกไปจนสั่นสะเทือนมิติรอบข้าง
ขั้นปราณนภา... เขาสำเร็จแล้ว!
จ้าวเฟยหงก้มมองฝ่ามือของตนเองที่อัดแน่นไปด้วยพลังอันไร้ขีดจำกัด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับหลี่มู่เหยาที่น้ำตาคลอเบ้าด้วยความโล่งอก เขายกมือขึ้นปาดคราบโลหิตที่มุมปากเบาๆ พลางส่งยิ้มอ่อนโยนให้พรรณนางผู้เคียงบ่าเคียงไหล่
"บอกแล้วอย่างไร ว่าฟ้าดินก็ไม่อาจพรากชีวิตข้าไปได้..."
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะคลี่คลายลง เสียงปรบมือเยาะเย้ยอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากความว่างเปล่าเบื้องบน ราวกับมีคนจงใจรอเวลานี้อยู่
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"ช่างเป็นภาพความรักที่น่าประทับใจเสียจริง... ศิษย์น้องรอง จ้าวเฟยหง เจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ ที่อุตส่าห์ดิ้นรนมาได้ถึงขั้นนี้"
เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติที่ถูกฉีกกระชากออกด้วยพลังระดับเซียน ผู้มาเยือนสวมชุดคลุมยาวปักลายเมฆาเก้าชั้น ใบหน้าหล่อเหลาแต่เยียบเย็นและเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม มู่เฉิน! ศิษย์เอกผู้ทรยศ ก้าวเท้าเหยียบลงบนพื้นดิน พร้อมกับกระบี่เซียนในมือที่ส่งเสียงร้องคำรามกระหายเลือด
จ้าวเฟยหงหรี่ตาลง รังสีสังหารสีดำสนิทแผ่พุ่งออกจากร่างทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด
"มู่เฉิน... เจ้ากล้าโผล่หัวมาเร็วกว่าที่ข้าคิดเสียอีกนะ... หึ หึ"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะลวงขีดจำกัดไปพร้อมกับตัวละครในมหากาพย์บทนี้ด้วยนะครับ!
ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า•ตอนที่ 19
ข้ามขีดจำกัด
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!