ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า•ตอนที่ 3

ตบหน้าผู้อาวุโส

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"กากเดนสวะเช่นเจ้า กล้าดีอย่างไรจึงเหยียบย่างเข้ามาในห้องปรุงยาอัคคีทมิฬแห่งนี้!" เสียงตวาดก้องสะท้อนกังวานจนผนังศิลาหินผาถึงกับสั่นสะเทือน กลิ่นอายกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่เจ็ดแผ่พุ่งออกมาจากร่างของ 'ผู้อาวุโสหมิง' ผู้ควบคุมหอโอสถประจำตระกูล ใบหน้าชราภาพบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาส องข้างจ้องมองร่างโปร่งบางของจ้าวเฟยหงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ภายในห้องโถงปรุงยาอันกว้างใหญ่ ศิษย์สายในและผู้อาวุโสหลายคนต่างหยุดชะงักการเคลื่อนไหว ทุกสายตาดั่งคมมีดนับร้อยเล่มพุ่งตรงมายังเด็กหนุ่มผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าเตาหลอมโอสถอัคคีปฐพี ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ จ้าวเฟยหงกลับไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยัน "หอโอสถอัคคีปมิใช่เขตหวงห้ามของสวรรค์ เหตุใดข้าผู้เป็นศิษย์ในนามจะเข้ามาไม่ได้เล่า?" จ้าวเฟยหงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานชัดเจน กิริยาอาการที่เยือกเย็นราวกับสายน้ำเชี่ยวกรากใต้ธารน้ำแข็งนี้ ยิ่งทำให้ผู้อาวุโสหมิงเดือดดาลยิ่งขึ้น "สามหาว! เจ้าแค่ศิษย์ขยะที่ปรากฏเส้นชีพจรพิการ ไร้ซึ่งปัญญาแม้แต่จะดูดซับลมปราณฟ้าดิน กลับกล้ามาเหยียบย่างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ หากไม่ใช่เพราะคุณหนูหลี่มู่เหยาออกหน้าคุ้มครองเจ้าไว้ในคราแรก ป่านนี้ศพของเจ้าคงเน่าเปื่อยอยู่หลังหุบเขาไปนานแล้ว ไสหัวไปเสีย! อย่าให้ข้าต้องลงมือขับไล่เจ้าด้วยตัวเอง!" ผู้อาวุโสหมิงสะบัดแขนเสื้ออย่างรุนแรง ปราณเพลิงสีชาดพวยพุ่งออกมาราวกับอสรพิษเพลิง ขู่คำรามก้องหมายกดดันให้จ้าวเฟยหงคุกเข่าลงต่อหน้าธารกำนัล ทว่า จ้าวเฟยหงหาได้ถอยร่นไม่ เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างมั่นคง แววตาคู่คมกริบดั่งกระบี่ยาวที่เพิ่งชักออกจากฝักกวาดมองเตาหลอมโอสถเบื้องหน้า ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน เขากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังอำนาจ "หอโอสถที่เต็มไปด้วยสมุนไพรล้ำค่า แต่กลับถูกผู้ไร้ความสามารถใช้ต้มยำทำแกงอย่างไร้แก่นสาร ช่างน่าอดสูแทนบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งยิ่งนัก... ผู้อาวุโสหมิง ท่านใช้สมุนไพรหญ้าวิญญาณเพลิงโลกันตร์ถึงสามตำลึงในการหลอมโอสถหลอมโลหิตขั้นต้น แต่กลับใช้ไฟอัคคีปฐพีที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ผลลัพธ์คือตัวยาไหม้เกรียมสูญเสียสรรพคุณไปถึงเจ็ดส่วน รสชาติขมฝาดและไร้ซึ่งแก่นสารปราณ... หากข้าเป็นท่าน ข้าคงเอาศีรษะมุดเตาหลอมตายไปเสียตั้งแต่เมื่อครู่แล้วกระมัง" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องโถงพลันตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ศิษย์หลายคนอ้าปากค้างจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลง ผู้อาวุโสหมิงหน้าถอดสีจากความโกรธกลายเป็นสีเขียวคล้ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ด้วยความอับอายขายหน้าอย่างถึงที่สุด "เจ้า... เจ้าเด็กสามหาว! สามหาวสิ้นดี! กล้าดียังไงมาวิจารณ์ทักษะการปรุงยาของผู้อาวุโสเช่นข้า! ในเมื่อเจ้าปากเก่งนัก วันนี้ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสความตายด้วยมือของข้าเอง!" ผู้อาวุโสหมิงระเบิดลมปราณออกมารอบทิศทาง ฝ่ามือชราตบลงบนโต๊ะหินจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง แต่ก่อนที่เขาจะได้ลงมือกระชากคอเสื้อของเด็กหนุ่ม เสียงใสเยือกเย็นราวกับหิมะพันปีก็ดังแทรกขึ้นจากหน้าประตูห้องโถง "ใครกล้าแตะต้องตัวเขา... จงก้าวข้ามศพของข้าไปก่อน" ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนผู้อาวุโสหมิงต้องผงะถอยหลัง หลี่มู่เหยา ธิดาแห่งเจ้าสำนัก ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับกระบี่วิญญาณเหนתขั้วโลกที่เหน็บอยู่ข้างเอว ดวงตาดั่งหงส์กวาดตามองรอบห้องด้วยความเย็นชา ไอร้อนจากเตาหลอมโอสถราวกับถูกแช่แข็งลงทันทีเมื่อนางก้าวเข้ามา "คุณหนูหลี่..." ผู้อาวุโสหมิงประสานมือคารวะด้วยความหวาดหวั่น แม้เขาจะเป็นผู้อาวุโส แต่สถานะของหลี่มู่เหยานั้นอยู่เหนือกว่าเขานัก "เหตุใดท่านจึงปกป้องเจ้าศิษย์สวะผู้นี้ ศิษย์ผู้นี้ลบหลู่เกียรติของหอโอสถ ข้าเพียงแต่..." "หุบปากซะ" หลี่มู่เหยาเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม นางหันไปสบตากับจ้าวเฟยหงแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองผู้อาวุโสหมิง "ในเมื่อเจ้าบอกว่าเขาไร้ความสามารถในการปรุงยา เช่นนั้น... เรามาลองเดิมพันกันดูสักตั้งเป็นอย่างไร?" "เดิมพัน?" ผู้อาวุโสหมิงขมวดคิ้วมุ่น "ใช่ เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีของหอโอสถอัคคีปมิรันดร์" หลี่มู่เหยาผายมือไปยังจ้าวเฟยหง "ให้เขาลงมือหลอมโอสถต่อหน้าพวกเจ้าทุกคน ณ ที่นี้ หากเขาทำสำเร็จและคุณภาพของโอสถเหนือกว่าที่เจ้าทำในวันนี้ ผู้อาวุโสหมิง... ท่านจะต้องคุกเข่าขอขมาเขาและถอนตัวจากการเป็นผู้ดูแลหอโอสถเป็นเวลาสามปีเต็ม แต่หากเขาทำพลาด เจ้าเฟยหงจะยอมรับโทษทัณฑ์จากกฎสำนักทุกประการ... กล้าหรือไม่?" สิ้นเสียงประกาศกร้าวของธิดาเจ้าสำนัก เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นระงมทั่วทั้งห้องโถง ศิษย์สายในต่างพากันส่ายหน้าด้วยความเวทนา บ้างก็หัวเราะเยาะในความโง่เขลาของคุณหนูที่ยอมเอาชื่อเสียงมาเดิมพันกับศิษย์สวะเส้นชีพจรพิการ จ้าวเฟยหงไม่ได้กล่าวคำใด เขาเพียงแต่เดินผ่านร่างของหลี่มู่เหยาไปอย่างสง่างาม กลิ่นอายโบราณที่ยากจะหยั่งถึงแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาชั่วขณะหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจไร้ผู้ต่อต้านปรากฏขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นทอประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงดาราบนฟากฟ้า เด็กหนุ่มก้าวขึ้นยืนหน้าเตาหลอมอัคคีปฐพี ฝ่ามือเรียวยาวแตะลงบนผิวศิลาของเตาหลอมแผ่วเบา สัมผัสได้ถึงกระแสลมปราณที่หลับใหลอยู่ภายใน "ในเมื่อพวกเจ้าอยากเห็นปาฏิหาริย์... ข้าก็จะแสดงให้ดูว่า การปรุงยาที่แท้จริงนั้น หน้าตาเป็นเช่นไร" จ้าวเฟยหงสะบัดแขนเสื้อ สมุนไพรวิญญาณนับสิบชนิดพุ่งทะยานออกจากแหวนมิติราวกับสายน้ำตกท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน เขากำหนดจิตอัคคีด้วยมือเปล่าโดยไม่ต้องพึ่งพาคัมภีร์ใดๆ เปลวเพลิงสีทองอร่ามลุกโชนขึ้นจากฝ่ามือ ร้อนแรงและบริสุทธิ์จนทำให้เตาหลอมอัคคีปฐพีถึงกับสั่นระริกด้วยความยำเกรง! ทว่า... ในวินาทีที่เพลิงสีทองดวงแรกสัมผัสกับสมุนไพรล้ำค่า จู่ๆ เสียงระเบิดกัมปนาทจากนอกค่ายกลหอโอสถก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น พร้อมกับเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทที่พุ่งทะลวงผ่านม่านพลังป้องกันเข้ามาอย่างไร้ผู้ต้านทาน! "ฮ่าๆๆๆ! ไม่นึกเลยว่าสำนักกระบี่นภาอันยิ่งใหญ่ จะมีฉากน่าสนุกให้ดูเยี่ยงนี้ด้วย!" น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารระดับขอบเขตกำเนิดวิญญาณดังสะท้อนก้องฟ้า พร้อมกับกระบี่มารสีโลหิตเล่มมหึมาที่พุ่งตรงปักลงกลางห้องโถง ห่างจากร่างของจ้าวเฟยหงเพียงคืบเดียวเท่านั้น! — เพลิงโอสถสวรรค์
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%