ปลายกระบี่เรียวยาวสะท้อนแสงจันทร์สลัวจนเกิดเป็นประกายสีเงินยวง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากคมดาบจนหยาดน้ำค้างบนใบไม้รอบบริเวณแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน ในระยะประชิดเพียงไม่กี่ชุ่นนี้ กลิ่นอายความตายหอมหวานราวกับดอกเหมยในเหมันต์ฤดูอบอวลอยู่ปลายจมูก
มู่เฉินไม่แม้แต่จะกะพริบตา แม้ความเย็นเยียบของคมกระบี่จะเสียดสีกับผิวเนื้อบริเวณลำคอจนเกิดรอยแดงจางๆ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับพินิจพิจารณาร่างระหงที่ยืนถือกระบี่อยู่เบื้องหน้าอย่างลึกซึ้ง
"หลี่มู่เหยา..." นามนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากของมู่เฉินด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ความเกรงกลัว ราวกับเขากำลังทักทายสหายเก่าในยามสนธยา มากกว่าจะเผชิญหน้ากับธิดาเจ้าสำนักผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี
หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย ปลายกระบี่ที่เคยจ่อมั่นกลับสั่นระริกไปชั่วเสี้ยววินาที นางคาดหวังจะได้เห็นความหวาดกลัว การคุกเข่าขอชีวิต หรือแม้แต่ความตื่นตระหนกจากศิษย์สวะผู้นี้ ทว่าสิ่งที่นางได้รับกลับมีเพียงแววตานิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนกใดๆ
"เจ้าเป็นใครกันแน่?" หลี่มู่เหยาเอ่ยถาม เสียงหวานใสราวกระดิ่งเงินแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งเอ่ยลอดไรฟัน "เขตพำนักแห่งนี้ห้ามผู้ใดเข้าใกล้ เหตุใดศิษย์ระดับล่างเช่นเจ้าจึงกล้ากรายกล้ำเข้ามา แถมยัง... ยืนมองค่ายกลพิทักษ์ดาราของข้าด้วยสายตาที่ราวกับกำลังมองดูของเล่นเด็กเล่นเช่นนั้น"
มู่เฉินระบายยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันอันลึกซึ้งจนคนมองรู้สึกปวดแปลบในใจ ค่ายกลพิทักษ์ดาราที่ผู้คนในสำนักยกย่องให้เป็นค่ายกลระดับปฐพีขั้นสูง ที่แม้แต่ผูอาวุโสยังต้องใช้เวลาสามวันสามคืนในการทำลาย แต่ในสายตาของอดีตมหาเทพผู้เคยพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินอย่างเขา มันเป็นเพียงแค่ภาพวาดเด็กเล่นที่เต็มไปด้วยช่องโหว่ราวกับรังผึ้ง
"คุณหนูหลี่... ค่ายกลที่ท่านภาคภูมิใจนักหนา แท้จริงแล้วใช้แก่นพลังจากศิลาอัคคีสุริยะเพื่อขับเคลื่อน แต่ท่านกลับวางตำแหน่งของศิลาธาตุดินไว้ผิดไปสามชุ่น หากข้าเดินก้าวเข้าไปอีกเพียงครึ่งก้าวเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่ค่ายกลนี้จะพังทลายลงมา แต่วรยุทธ์ของท่านคงตีกลับจนเส้นลมปราณทั่วร่างแตกซ่านไปนานแล้ว"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของหลี่มู่เหยา นางเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง เพราะสิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยออกมาคือข้อผิดพลาดเดียวที่นางเพิ่งค้นพบในยามที่กำลังฝึกฝนวิชาเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน! ความลับที่นางไม่เคยบอกใคร เหตุใดศิษย์สวะผู้นี้จึงล่วงรู้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง?
ก่อนที่หลี่มู่เหยาจะทันได้เอ่ยปากซักถามอันใด มู่เฉินก็ขยับกายถอยหลังอย่างแนบเนียน หนึ่งก้าว... สองก้าว หลุดพ้นจากรัศมีคมกระบี่ได้อย่างงดงาม ราวกับเขาสามารถคำนวณวิถีการแทงของนางล่วงหน้าได้นับร้อยปี
"อย่าขยับ!" หลี่มู่เหยาตวาดลั่น พลังปราณสีครามพวยพุ่งออกจากร่างจนเกิดเป็นเกลียวลมหมุนรอบตัวนาง ทว่าในจังหวะนั้นเอง ดวงตาของมู่เฉินก็พลันเปล่งประกายแสงสีทองจางๆ ออกมาวูบหนึ่ง
ชั่วพริบตาที่สบตากัน หัวใจของหลี่มู่เหยาคล้ายหยุดเต้นไปชั่วขณะ ภาพความทรงจำอันเลือนราง ภาพเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่เคยยืนหยัดค้ำฟ้าในอดีตชาติซ้อนทับเข้ามาในหัวจนร่างบางเซถอยหลังไปครึ่งก้าว นางรู้สึกราวกับว่าวิญญาณของตนกำลังถูกมองทะลุปรุโปร่งจนหมดเปลือก
"หากท่านยังดันทุรังฝึกฝนด้วยเคล็ดวิชาสายหยินบริสุทธิ์โดยปราศจากโอสถปรับสมดุลธาตุไฟ ภายในเจ็ดวัน... เลือดลมของท่านจะตีกลับจนกระอักโลหิตสีดำ และในสามเดือน ร่างกายนี้จะกลายเป็นเพียงท่อนไม้เย็นเยียบไร้จิตวิญญาณ"
มู่เฉินทิ้งคำพูดประโยคสุดท้ายไว้ด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มนุ่ม ทว่าก้องกังวานลึกซึ้งถึงก้นบึ้งของหัวใจ ก่อนที่ร่างของเขาจะหมุนตัวหายเข้าไปในความมืดมิดของแนวป่าไผ่เบื้องล่างอย่างรวดเร็วดั่งภูตผี ทิ้งให้หลี่มู่เหยายืนแข็งค้างอยู่กับที่ ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก
ณ เรือนพักผ่อนผุพังท้ายสำนัก
มู่เฉินปิดประตูไม้ลงอย่างแผ่วเบา ร่างกายที่ผอมแห้งของร่างต้นตอนนี้กำลังสั่นเทาเล็กน้อยเนื่องจากขีดจำกัดของพลังปราณที่ฝืนใช้ไปเมื่อครู่ การเผชิญหน้ากับหลี่มู่เหยาเมื่อครู่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแผนการที่เขาคาดการณ์ไว้อย่างแม่นยำเพื่อดึงดูดความสนใจของสตรีผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของสำนัก
"พลังปราณของร่างนี้อ่อนแอเกินไปจริงๆ หากไม่เร่งทะลวงขอบเขต เกรงว่าคงยากจะรับมือกับพวกมู่เฉินตัวปลอมในงานประลองศิษย์สายในที่จะมาถึง"
เขานั่งลงขัดสมาธิบนเตียงไม้เก่าๆ หลับตาลงตั้งจิตเป็นสมาธิ ดึงเอาความทรงจำทั้งหมดจากห้วงมิติเซียนโบราณมาหลอมรวมเข้ากับลมหายใจเข้าออก ทันใดนั้น นิ้วมือเรียวยาวของเขาก็ขยับวาดลวดลายกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็นอักขระโบราณสีทองเรืองรองลอยวนอยู่รอบกาย
ในเสี้ยววินาทีที่จิตของเขาดำดิ่งลงสู่ห้วงลึกแห่งความเวิ้งว้าง มิติในจิตสำนึกก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
*ตึง!*
เสียงดังกึกก้องราวกับเสียงคำรามของมังกรฟ้าสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ความมืดมิดเบื้องหน้าพลันแตกสลาย เผยให้เห็นหยกโบราณชิ้นหนึ่งที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางทะเลหมอกสีคราม หยกชิ้นนั้นมีขนาดเท่าฝ่ามือ สลักลวดลายวิจิตรบรรจงรูปเตาหลอมโอสถเก้าชั้นฟ้าและอัคคีเก้าประการที่กำลังลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง
"นี่มัน...!" มู่เฉินลืมตาโพรงด้วยความตกตะลึง ระดับมหาเทพผู้เคยครอบครองสมบัติสวรรค์นับไม่ถ้วน ยังต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความตื่นเต้น
หยกมรดกบรรพกาล! สมบัติล้ำค่าที่สูญหายไปตั้งแต่ยุคบรรพกทัน สมบัติที่บรรจุ "เคล็ดวิชาโอสถไร้ลักษณ์" เคล็ดวิชาในตำนานที่สามารถหลอมโอสถพลิกฟ้าโดยไม่ต้องใช้เตาหลอม และสามารถเปลี่ยนพิษให้เป็นทิพย์โอสถได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส!
มือของมู่เฉินเอื้อมออกไปสัมผัสกับหยกชิ้นนั้นอย่างช้าๆ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวหยก เยื่อใยแห่งความทรงจำและพลังปราณโบราณก็ทะลักทะลายเข้าสู่ร่างของเขาดั่งเขื่อนแตก สายธารพลังงานอันมหาศาลพุ่งพล่านไปตามเส้นลมปราณที่เคยตีตันจนเกิดเสียงดังเปรี๊ยะๆ ราวกับกระดูกกำลังถูกหลอมขึ้นใหม่
ทว่า... ในขณะที่เขากำลังจะซึมซับเคล็ดวิชาขั้นแรก ท้องฟ้าด้านนอกเรือนพักก็แปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มอย่างกะทันหัน เมฆทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมาตรงหลังคาเรือนจนไม้ผุพังกระจัดกระจาย
ทัณฑ์สวรรค์! การปรากฏขึ้นของเคล็ดวิชาโอสถไร้ลักษณ์ได้กระตุ้นกฎเกณฑ์ฟ้าดินจนเกิดเป็นอสนีบาตทัณฑ์สวรรค์ขึ้นมาขัดขวางการสืบทอด!
ดวงตาของมู่เฉินคมกริบขึ้นมาทันที เขาลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เงยหน้ามองท้องฟ้าที่กำลังคำรามด้วยรอยยิ้มหยันอันเย่อหยิ่ง ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจนพื้นดินรอบกายยุบตัวลงเป็นหลุมลึก
"คิดจะทดสอบข้าด้วยทัณฑ์สวรรค์งั้นหรือ? แม้แต่สวรรค์เก้าชั้นฟ้า... ในสายตาของข้า เจ้าก็เป็นเพียงแค่ศิษย์ที่ยังต้องฝึกฝนอีกร้อยปีเท่านั้น!"
เขากำหมัดแน่น พลังปราณสีทองระเบิดออกจากร่างพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าดั่งเสาอัคคีค้ำฟ้า ในขณะที่มืออีกข้างกำลังเอื้อมคว้าหยกมรดกชิ้นนั้นไว้แน่นจนแสงสีทองสว่างวาบทั่วทั้งสำนัก ทว่าในวินาทีที่อสนีบาตสายแรกผ่าลงมาตรงหน้าผากของเขา... ประตูไม้หน้าห้องพักก็ถูกถีบกระเด็นด้วยพลังปราณรุนแรง พร้อมกับร่างของหลี่มู่เหยาที่พุ่งเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือดและแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว!
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในวิถีเซียนและสายลมปราณอันไร้ขอบเขตนี้ด้วยกันนะครับ — เพลิงโอสถสวรรค์
ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า•ตอนที่ 2
เคล็ดวิชาโอสถลึกลับ
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!