ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า•ตอนที่ 13

ศัตรูในเงามืด

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
ความเงียบสงบยามวิกาลภายในเรือนพักศิษย์สายใน หาใช่ความสงบสุขที่แท้จริงไม่ หากแต่เป็นความสงัดก่อนที่พายุโลหิตจะโหมกระหน่ำ จ้าวเฟยหงหลับตาลงขัดสมาธิอยู่บนฟูกบางๆ จิตสำนุึกของเขาดิ่งลึกดั่งห้วงมหาสนุด โคจรวิถีปราณ "เพลิงเก้าสวรรค์เผาผลาญมรรคา" อย่างเงียบเชียบ เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากก่อนจะระเหยกลายเป็นไอสีขาวจางๆ ภายในตันเทียน (จุดรวมลมปราณ) ของเขายามนี้ วังวนพลังปราณสีทองอร่ามกำลังหมุนวนดั่งสุริยุปราคา บ่งบอกว่าเขายืนอยู่บนเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างขั้นหลอมรวมลมปราณและขั้นแก่นแท้จิตวิญญาณแล้ว ทว่า... สมาธิอันล้ำลึกพลถูกกระชากกระชั้นด้วยความรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง “ช้าไปสามลมหายใจ...” จ้าวเฟยหงพึมพำกับตนเอง นัยน์ตาคมกริบดั่งกระบี่โบราณลืมโพลงขึ้นในความมืดมิด ประกายแสงสีทองอำพันวาบผ่านม่านตาชั่วพริบตาเดียว ร่างของเขาพลิ้วกายออกจากแท่นนั่งราวกับภูตผี ในวินาทีนั้นเอง เสียงฉีกขาดของมิติอากาศและเสียงแหวกอากาศของศรลับอาบยาพิษก็พุ่งทะลุผนังไม้กระดานเข้ามา ฝังลึกลงบนหมอนที่เขานั่งอยู่จนเศษไม้แตกกระจาย! *เปรี้ยง!* ผนังเรือนพักพังทลายลงเป็นจุล แรงระเบิดจากยันต์อัคคีระดับสามแผ่ซ่านความร้อนระอุไปทั่วบริเวณ เปลวเพลิงสีครามลุกท่วมขึ้นในความมืด เผยให้เห็นเงาร่างนับสิบที่สวมชุดดำสนิทและสวมหน้ากากอสูร ปิดบังใบหน้ามิดชิด แต่กลิ่นอายพลังปราณที่แผ่ออกมาจากพวกมันนั้น ชัดเจนยิ่งว่าเป็นยอดฝีมือจากสำนักเงาโลหิตที่รับจ้างฆ่าคน “ฮ่าๆๆๆ สมคำร่ำลือว่าเจ้าคือศิษย์สวะที่บังเอิญพลิกฟื้น... น่าเสียดายนัก ที่ต่อให้เจ้ามีปัญญาฟ้าประทานเพียงใด คืนนี้ก็ต้องดับสูญ ณ ที่แห่งนี้!” เสียงแหบพร่าดั่งกระดาษทรายเสียadกันดังขึ้นจากเงาดำร่างหนึ่ง ซึ่งยืนอยู่บนหลังคา ลมปราณขั้นแก่นแท้จิตวิญญาณขั้นที่ห้ากดทับลงมาจนพื้นไม้ใต้เท้าจ้าวเฟยหงลั่นเอี๊ยด จ้าวเฟยหงมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย มุมปากของเขายกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งจองหองและกลิ่นอายของมหาเทพผู้มองสรรพชีวิตดั่งมดปลวก “สำนักเงาโลหิตส่งสุนัขรับจ้างระดับนี้มา... ดูท่ามู่เฉินคงจะร้อนใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับแล้วกระมัง” จ้าวเฟยหงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานก้องดั่งระฆังทองคำ กระจายแรงกดดันทางจิตวิญญาณออกไปจนเหล่านักฆ่าชะงักไปชั่วขณะ “บังอาจ! บังเอิญเอ่ยนามศิษย์พี่ใหญ่ได้อย่างไร!” หัวหน้านักฆ่าคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ประกายกระบี่ในมือวาดผ่านความมืดกลายเป็นจันทร์เสี้ยวสีเลือดพุ่งเข้าใส่ลำคอของจ้าวเฟยหงหมายปลิดชีพในกระบวนท่าเดียว ความเร็วของกระบี่นั้นรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ทว่าในสายตาของจ้าวเฟยหง มันกลับเชื่องช้ายิ่งกว่าเต่าคลาน อดีตมหาเทพผู้เคยผ่านศึกสะท้านเก้าชั้นฟ้า ไฉนเลยจะหวาดหวั่นต่อวิชากระบี่ระดับต่ำต้อยเช่นนี้ จ้าวเฟยหงไม่แม้แต่จะชักกระบี่ออกจากฝัก เขาเพียงแค่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกดั่งคลื่นใต้น้ำ ดีดสะท้อนคมกระบี่สีเลือดจนเบี่ยงเบนออกไปอย่างง่ายดาย พร้อมกันนั้น นิ้วมือเรียวยาวก็ชี้ออกไปดั่งกริชสวรรค์ ทะลวงผ่านช่องว่างระหว่างกระบวนท่า ปักเข้าที่จุดชีพจรกลางอกของหัวหน้านักฆ่าผู้นั้นอย่างแม่นยำ! *อั๊ก!* หัวหน้านักฆ่าเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เลือดดำทะลักออกมาจากปาก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปด้วยวิชาโบราณ เขามองจ้าวเฟยหงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ยามนี้เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า ข่าวกรองที่บอกว่าเป้าหมายเป็นเพียงศิษย์สวะไร้ค่า นั้นเป็นเรื่องโกหกคำโต! “เจ้า... ปีศาจ...” หัวหน้านักฆ่าเค้นเสียงสุดท้ายออกมาก่อนจะล้มฟุบลงแน่นิ่งไปอย่างไร้ลมหายใจ ความตายอันรวดเร็วของหัวหน้ากลุ่มทำให้เหล่านักฆ่าที่เหลือชะงักงันด้วยความหวาดกลัว บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดันและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ทว่าในขณะที่ศึกกำลังระอุถึงขีดสุดนั้นเอง... ประกายแสงสีเงินยวดยวงสายหนึ่งก็พาดผ่านท้องนิตยสารยามวิกาล ดั่งดาราตกที่แหวกม่านเมฆา ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยลี้ อุณหภูมิลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา *เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!* เสียงกระบี่กระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของเหล่านักฆ่าในชุดดำที่เหลือต่างกระเด็นถอยหลังไปคนละทิศละทางพร้อมกับรอยแผลลึกที่หัวไหล่และหน้าอก เลือดสดๆ ยังไม่ทันหยดถึงพื้นก็ถูกความเย็นยะเยือกแช่แข็งจนกลายเป็นเกล็ดเลือดสีชาด ใจกลางลานเรือนที่พังทลาย ปรากฏร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่าน นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวไปตามแรงลมปราณที่หมุนวนรอบกาย ใบหน้างามล่มเมืองนั้นเย็นชาราวกับรูปสลักน้ำแข็ง นัยน์ตาคู่งามดั่งหงส์มองเหล่านักฆ่าด้วยความเหยียดหยาม ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ “บังAจ... บุกรุกเขตเรือนพักศิษย์สายในยามวิกาล แถมยังกล้าลงมือกับเขาผู้นี้... พวกเจ้าเบื่อชีวิตกันแล้วกระมัง” น้ำเสียงของหลี่มู่เหยาหวานใสราวกับระฆังแก้ว ทว่ากลับเย็นยะเยือกเสียจนกระดูกสันหลังของเหล่านักฆ่าต้องสั่นสะท้าน ธิดาเจ้าสำนักผู้นี้ไม่เพียงแต่มีรูปโฉมงดงามล่มฟ้าล่มดิน ทว่าพลังฝีมือของนางในยามนี้กลับก้าวล้ำเข้าสู่ขั้นแก่นแท้จิตวิญญาณขั้นที่เจ็ดแล้ว! จ้าวเฟยหงมองแผ่นหลังบอบบางของนางที่ยืนขวางหน้าเขาไว้ แววตาที่เคยเยือกเย็นและห่างเหินมาตลอด กลับมีความรู้สึกบางเบาอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านก้นบึ้งหัวใจ เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “มู่เหยา เจ้าไม่ควรเอาตัวเข้ามาพัวพันในเรื่องนี้” หลี่มู่เหยาไม่หันกลับมามอง ทว่าปลายกระบี่ในมือของนางสั่นระริกเล็กน้อย นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่แม้จะยังคงความเย็นชา แต่กลับซ่อนความห่วงใยไว้อย่างแนบเนียน “เรื่องของท่าน... คือเรื่องของข้า ใครก็ตามที่บังอาจคิดรุกรานท่านในสำนักนี้... ต้องข้ามศพข้าไปก่อน” เหล่านักฆ่าที่เหลือรอดมองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว ขุมกำลังของธิดาเจ้าสำนักไม่ใช่สิ่งที่พวกมันจะต่อกรได้ พวกมันเริ่มถอยกรูดเตรียมหลบหนี ทว่าในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลายนั้นเอง จ้าวเฟยหงกลับขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณอันตรายระดับวิกฤตพุ่งพล่านขึ้นในจิตสำนึกของเขาอีกครั้ง รุนแรงยิ่งกว่าการลอบโจมตีเมื่อครู่เสียอีก! “มู่เหยา! ถอย!” จ้าวเฟยหงตะโกนลั่น พุ่งทะยานเข้าไปคว้าเอวบางของนางแล้วดึงเข้าหาตัวในเสี้ยววินาที *ตูมมมม!* พื้นดินบริเวณที่ทั้งสองคนยืนอยู่เมื่อครู่ระเบิดออกเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ แรงระเบิดสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กลืนกินรัตติกาลให้มืดมิดสนิท ควันสีดำรวมตัวกันกลางอากาศกลายเป็นรูปหน้ากากอสูรยักษ์ที่น่าสะพรึงกลัว พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วทั้งหุบเขา “ฮ่าๆๆๆ สมแล้วที่เป็นอดีตมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่... แต่คิดหรือว่าเจ้าจะรอดพ้น ‘เงาอสูรกลืนวิญญาณ’ ไปได้?” เสียงลึกลับดังมาจากความมืดมิดเบื้องบน และก่อนที่จ้าวเฟยหงจะได้ทันวิเคราะห์สถานการณ์ เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งลงมาจากฟ้าอย่างรวดเร็วดั่งอสุนีบาต ปลายกระบี่ในมือของมันอาบไล้ด้วยพิษโบราณสีเขียวมรกต พุ่งตรงเข้าทะลวงจุดตายกลางหลังของหลี่มู่เหยาที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยตรง! — เพลิงโอสถสวรรค์ —
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%