ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า•ตอนที่ 28

ศึกชิงสมบัติทวีคูณ

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"โลภะคือน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงแห่งความตาย... น่าขันเสียจริงที่พวกมันยังคิดแย่งชิงเศษเนื้อที่ข้าคายทิ้ง" เสียงทุ้มต่ำดั่งระฆังโบราณดังขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขาอสูรโลกันตร์ กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วสารทิศ เม็ดฝนปนโลหิตสีชาดสาดซัดลงมากระทบผืนป่า อาคมโบราณระเบิดแสงวาบสีม่วงครามสะท้อนเงาของเหล่าผู้อำนาจจากสำนักใหญ่ที่บัดนี้... กำลังหันคมกระบี่เข้าใส่คอหอยของสหายร่วมสำนักเดียวกันเอง จ้าวเฟยหงยืนสงบนิ่งอยู่บนยอดผาสูงชัน มือข้างหนึ่งไขว้หลังอย่างไร้กังวล ในขณะที่ดวงตาคู่คมกริบดั่งกระบี่โบราณทอดมองความฉิบหายเบื้องล่างด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา เม็ดโอสถระดับนภาสามเม็ดที่เขาจงใจทิ้งไว้เป็นเหยื่อล่อ บัดนี้ได้กลายเป็นชนวนเหตุให้มหาอำนาจทั้งสามสำนักฆ่าล้างผลาญกันเองจนศพเกลื่อนกลาด "ศิษย์พี่รอง... ท่านกล้าหักหลังข้าเพื่อแย่งชิงโอสถเม็ดนั้นหรือ!" เสียงตะโกนอย่างคับแค้นของยอดฝีมือแห่งสำนักกระบี่เมฆาคำรามก้อง ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกแทงทะลุด้วยกระบี่เล่มเดียวกันกับที่เคยสาบานว่าจะปกป้องคุ้มครองกันและกัน นี่คือวิถีแห่งยุทธภพที่จ้าวเฟยหงเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ผู้ใดอ่อนแอผู้นั้นย่อมเป็นเหยื่อ ผู้ใดไร้ปัญญาแต่มีความโลภ ย่อมเดินเข้าสู่หลุมศพที่ตนเองขุดขึ้นมา ท่ามกลางลมพายุที่โหมกระหน่ำ ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของหลี่มู่เหยาปรากฏขึ้นเคียงข้างเขา นางก้าวเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชเชียบราวกับภูตผี ไร้ซึ่งเสียงฝ่าเท้า ทว่ากลิ่นอายความเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีรอบกายของนางกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวกดดันยิ่งขึ้น นางเหลือบมองร่างที่กำลังสังหารกันเองเบื้องล่างแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่แฝงความนัย "พวกมันโง่เขลาเกินกว่าจะรับรู้ว่าโอสถทิพย์ที่พวกมันแย่งชิงกันจนตัวตายนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงโอสถขับพิษที่ท่านปรุงขึ้นเพื่อล้างบางพวกมันต่างหาก... ท่านพี่เฟยหง แผนการของท่านล้ำลึกเกินคาดคิดแล้วครับ" จ้าวเฟยหงไม่ตอบทันที เขาเพียงแต่ยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเย็นชาและทรงอำนาจยิ่งกว่าเทพเซียนองค์ใดในเก้าชั้นฟ้า นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวเคาะเบาๆ บนด้ามจับกระบี่โบราณที่เหน็บไว้ที่เอว "มู่เหยา... เจ้าประเมินพวกมันสูงเกินไปแล้ว" จ้าวเฟยหงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก ทว่าก้องกังวานในโสตประสาท "คนพวกนี้ไม่ได้ถูกความโลภครอบงำเพียงอย่างเดียว แต่พวกมันถูกความหวาดกลัวกัดกินจิตวิญญาณมาเนิ่นนาน เมื่อมีโอกาสที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดปรากฏตรงหน้า ต่อให้รู้ว่าเป็นยาพิษ พวกมันก็พร้อมจะกลืนกินมันทั้งลูก... เหมือนดั่งเช่นมู่เฉินและพวกพ้องของมันในอดีตอย่างไรล่ะครับ" เพียงแค่เอ่ยนาม "มู่เฉิน" บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงอีกหลายเท่าตัว แววตาของจ้าวเฟยหงฉายประกายจิตสังหารที่รุนแรงจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าวสีดำ ความแค้นจากการถูกหักหลังในชาติก่อนยังคงฝังรากลึกอยู่ในดวงจิต แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดก็ตาม เบื้องล่างหุบเขา เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันเริ่มเบาบางลง เหลือเพียงผู้รอดชีวิตเพียงไม่กี่คนที่เนื้อตัวอาบชุ่มไปด้วยเลือด ลมหายใจหอบกระเสือกกระสน ดวงตาแดงก่ำด้วยความคลุ้มคลั่ง พวกมันถือโอสถเม็ดสุดท้ายไว้ในมือแน่นราวกับมันคือสรวงสวรรค์ ทว่าพวกมันหารู้ไม่ว่า... เงาแห่งความตายที่แท้จริงกำลังคืบคลานเข้าหา "ฮ่าๆๆๆ... ของข้า! โอสถทิพย์นี่เป็นของข้าแล้ว!" ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักอัคคีผลาญฟ้าหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์จากการหักหลังของลูกศิษย์คนโปรด แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะอ้าปากกลืนกินโอสถเม็ดนั้นลงท้อง *ฉับ!* ประกายแสงสีเงินวาบผ่านความมืดมิดดั่งสายฟ้าฟาด ศีรษะของผู้อาวุโสสูงสุดกระเด็นลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้า เลือดพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ ร่างไร้หัวล้มฟุบลงจมกองเลือดทันทีโดยที่ยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง จ้าวเฟยหงและหลี่มู่เหยาหรี่ตามองไปยังเบื้องล่าง ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากม่านหมอกหนาทึบ กลิ่นอายพลังปราณขอบเขตราชันย์เซียนแผ่ซ่านออกมากดทับสรรพสิ่งจนแผ่นดินสะเทือน นั่นคือศิษย์เอกสำนักใหญ่ผู้ทรยศ... มู่เฉิน! ใบหน้าของมู่เฉินในยามนี้บิดเบี้ยวด้วยความกระหายอำนาจ ดวงตาทั้งสองข้างเป็นสีแดงฉาน รัศมีรอบกายเต็มไปด้วยไอปีศาจและลมปราณเซียนที่ปะทะกันอย่างรุนแรงจนน่าสะพรึงกลัว เขากำลังถือกระบี่โลหิตที่หยดติ๋งๆ ด้วยเลือดสดๆ และในมืออีกข้าง... กำลังกุมเม็ดโอสถที่แย่งชิงมาได้ "ฮ่าๆๆๆ พวกโง่เขลาเอ๋ย... คิดว่าแย่งชิงจากมือข้าได้งั้นหรือ?" มู่เฉินหัวเราะลั่นด้วยความลำพองใจ ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมองมายังยอดผาที่จ้าวเฟยหงและหลี่มู่เหยาประทับอยู่ ราวกับเขารู้ตัวมาโดยตลอดว่ามีคนคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง มู่เฉินยกยิ้มเหี้ยมเกรียม สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายและเย่อหยิ่งจองหอง เขาส่งเสียงคำรามก้องฟ้าผ่านคลื่นพลังปราณที่สะเทือนเลื่อนลั่น "จ้าวเฟยหง! ข้ารู้ว่าเจ้าแอบดูอยู่ตั้งแต่ต้น! ออกมาซะ! วันนี้คือวันที่บัญชีแค้นระหว่างเราต้องสะสางให้จบสิ้น!" หลี่มู่เหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ออกจากร่างของนาง นางก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าวราวกับจะปกป้องชายหนุ่ม ทว่าจ้าวเฟยหงกลับยกมือขึ้นห้ามไว้ ชายหนุ่มระบายยิ้มบางเบาออกมา ช่างเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและเหนือกว่าทุกสิ่ง จ้าวเฟยหงก้าวเดินลงจากหน้าผาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวลงไป พื้นดินใต้ฝ่าเท้ากลับปรากฏดอกบัวน้ำแข็งผุดขึ้นมารองรับราวกับเซียนเดินดิน รัศมีปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกปกคลุมทั่วทั้งหุบเขา กดดันจนมู่เฉินถึงกับใบหน้าถอดสี "มู่เฉิน... เจ้ายังคงโง่เขลาและหลงระเริงในอำนาจปลอมๆ เช่นเคยนะ" จ้าวเฟยหงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งคมกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพ "ในเมื่อเจ้าเร่งรีบอยากจะเดินไปลงนรกนัก... ข้าผู้เป็นอาจารย์ในชาติก่อน จะสงเคราะห์ส่งเจ้าไปเอง" สิ้นเสียงคำประกาศิตนั้น จ้าวเฟยหงก็สะบัดมือขวาเบาๆ อากาศรอบตัวพลันแปรเปลี่ยนเป็นเขตอาคมอักขระเซียนโบราณนับหมื่นตัวที่ส่องแสงเจิดจ้าบาดตา ทว่าในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะถูกชักออกจากฝักเพื่อตัดสินความเป็นตายนั้นเอง... จู่ๆ ห้วงมิติเบื้องหน้าของทั้งสองก็ปริแตกออกเป็นรอยร้าวสีทองอร่าม พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากห้วงเวลาอันไกลโพ้น— "ฮ่าๆๆๆ... นึกไม่ถึงว่ามหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต จะตกต่ำจนต้องมาเล่นละครปาินาถกับมดปลวกพวกนี้ในแดนมนุษย์... น่าสมเพชเสียจริง!" ร่างของบุรุษชุดดำสนิทผู้หนึ่งก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ รัศมีพลังปราณระดับมหาเทพแท้จริงแผ่ขยายกดทับจนจ้าวเฟยหงถึงกับต้องหรี่ตาลงทันที... และเมื่อใบหน้านั้นปรากฏชัดเจนภายใต้แสงจันทร์ หลี่มู่เหยาถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่บทนี้ไป1ด้วยกันนะครับ หวังว่าจะประทับใจฝีมือการรังสรรค์ของ "เพลิงโอสถสวรรค์" ครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%