ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า•ตอนที่ 35

เงาปีศาจคืบคลาน

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โลหิต... หยดลงบนแผ่นศิลาโบราณของค่ายกลพิทักษ์เขตแดน เสียงดังติ๋ง... ดั่งเสียงเคาะระฆังแห่งความตายที่ดังสะท้อนก้องกราบฟ้า "ค่ายกลดาราประจิม... กำลังจะแตกสลายแล้วหรือนี่" น้ำเสียงของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่เมฆาพยัคฆ์สั่นเครือ ดวงตาฝ้าฟางจดจ้องมองรอยร้าวสีม่วงคล้ำที่แผ่ขยายรากแก้วออกไปทั่วผืนฟ้า เบื้องล่างคือแผ่นดินมนุษย์อันสงบสุขมาเนิ่นนาน บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยไอปีศาจสีเลือดที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกมิติ ท้องนภาถูกฉีกกระชากออกเป็นทางยาวราวกับผืนผ้าแพรเก่าๆ ที่ถูกกรงเล็บอสูรขยี้อย่างไร้ความปรานี จ้าวเฟยหงยืนสงบนิ่งอยู่บนยอดเขาแปดทิศ ชายเสื้อคลุมสีขาวปลิวสะบัดตามแรงลมปราณที่ปั่นป่วนรอบกาย แม้เบื้องหน้าจะเป็นหายนะระดับล้างบางภพภูมิ แต่แววตาของอดีตมหาเทพกลับเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี ไม่มีแม้แต่ร่องรอยความหวาดกลัว มีเพียงประกายแสงสีทองจางๆ ที่หมุนวนอยู่ภายในม่านตาคู่นั้น "พวกมันไม่ได้มาเพื่อปล้นชิง... แต่พวกมันมาเพื่อกลืนกินรากฐานของโลกมนุษย์" จ้าวเฟยหงกล่าวพึมพำกับตนเอง น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังพอที่จะกดข่มเสียงคำรามของปีศาจเบื้องล่างให้สยบลงได้ชั่วขณะ หลี่มู่เหยา ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเขา นางในชุดกระโปรงยาวสีฟ้าครามปักลายเมฆาเซียน ดาบยาวในมือสั่นระริกไม่ใช่เพราะความกลัว ทว่าจิตสังหารในกายของนางกำลังถูกกระตุ้นด้วยกลิ่นอายมารที่โชยมาตามลม นางปรายตามองบุรุษผู้เป็นดั่งศูนย์กลางจิตใจของตนเอง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง "ท่านเฟยหง... ค่ายกลตระกูลหลี่และกองกำลังของสำนักใหญ่ทั้งเจ็ด ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือมาสามรอบแล้ว หากเรายังชักช้า เกรงว่าแนวป้องกันด่านแรกคงไม่เหลือแม้แต่เศษซากกระดูก" จ้าวเฟยหงไม่ตอบทันที เขายื่นมือออกไปสัมผัสกับสายลมที่พัดผ่าน ปลายนี้วมือของเขาปรากฏละอองโอสถสีเขียวมรกตเปล่งประกายเจิดจ้า มันคือ 'โอสถเพลิงสุริยัน' ที่เขาเพิ่งหลอมขึ้นสำเร็จเมื่อยามสาม ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้ ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งเสียดายทรัพยากรล้ำค่าอีกต่อไปแล้ว "มู่เหยา... เจ้าจำคำที่ข้าเคยกล่าวไว้เมื่อชาติก่อนได้หรือไม่?" จ้าวเฟยหงหันกลับมามองนาง แววตาที่มักจะเยชาและห่างเหิน บัดนี้กลับทอประกายความอ่อนโยนลึกล้ำที่มอบให้หญิงสาวนางนี้เพียงผู้เดียว หลี่มู่เหยาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นไหววูบ นางพยักหน้ารับเบาๆ "ข้าจำได้ขึ้นใจ... ต่อให้สวรรค์เบื้องบนทอดทิ้งพวกเรา ต่อให้ทวีปทั้งเก้าต้องแตกสลายเป็นจุล หากมีท่านอยู่เคียงข้าง... กระบี่ในมือข้าจักไม่มีวันหันหลังให้ผู้ใดเด็ดขาด" รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของจ้าวเฟยหง มันเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความทะนงตนของราชาผู้กลับชาติมาเกิด "ดี... เช่นนั้นวันนี้ เราจะใช้เลือดของพวกเดรัจฉานจากแดนปีศาจ มาสังเวยให้กับวิถีกระบี่และโอสถที่พวกมันเคยเหยียดย่ำ!" ตูมมม! ไม่ทันที่เสียงของจ้าวเฟยหงจะเงียบหาย พื้นดินเบื้องล่างก็ระเบิดออกเป็นวงกว้าง แรงอัดมหาศาลซัดเอาต้นไม้ใบหญ้าปลิวหายไปในพริบตา เงาร่างนับพันในชุดเกราะสีดำทมิฬ แผ่ไอปีศาจพวยพุ่งทะยานขึ้นมาจากหลุมมิติที่เปิดออก พวกมันคือ 'กองพลอสูรโลหิต' กองกำลังแนวหน้าของแดนปีศาจที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดและกระหายเลือด นำหน้ามาด้วยแม่ทัพอสูรหน้าตาอปลกประหลาด มีเขาสง I-10 คู่บนศีรษะ และดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองมายังจ้าวเฟยหงและหลี่มู่เหยาด้วยความกระหาย "ฮ่าๆๆๆ! มนุษย์โง่เขลาริมผา... คิดว่าพลังมดปลวกแค่นี้จะขวางกาลเวลาแห่งการกลืนกินของพวกเราได้หรือ? ส่งร่างเนื้อของพวกเจ้ามาให้ข้ากินเสียดีๆ!" แม่ทัพอสูรส่งเสียงคำรามกึกก้องฟ้า ดาบยักษ์ในมืออาบไล้ด้วยโลหิตสดๆ ฟาดฟันคลื่นพลังมารพุ่งเข้าใส่ทั้งสองคนทันที หลี่มู่เหยาขยับตัววูบ ร่างบางพุ่งทะยานออกไปดั่งสายฟ้าสีคราม กระบี่ในมือวาดผ่านอากาศเกิดเป็นค่ายกลดอกบัวน้ำแข็งสิบสองกลีบเข้าปะทะกับคลื่นพลังมารอย่างจัง แรงกระแทกส่งผลให้ร่างของนางไถลถอยหลังไปสามก้าว มุมปากของนางมีโลหิตสีชาดไหลซึมออกมาเล็กน้อย แต่แววตากลับยิ่งดุดันและเยือกเย็นขึ้นเป็นทวีคูณ "บังAญ... สัตว์เดรัจฉานชั้นต่ำ กล้าดียังไงมาส่งเสียงน่ารำคาญต่อหน้าคุณชายเฟยหง!" จ้าวเฟยหงไม่ได้ขยับตัว เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม ทว่ามือขวาของเขาค่อยๆ ยกขึ้น แสงสีทองเจิดจ้าสว่างวาบขึ้นในฝ่ามือ กลายเป็น 'เตาหลอมโอสถเก้าสุริยัน' ขนาดจิ๋วที่หมุนวนด้วยพลังปราณอันน่าสะพรึงกลัว "มู่เฉิน... ส่งพวกมันมาทดสอบข้าสินะ" จ้าวเฟยหงเหลือบสายตาไปยังทิศทางของสำนักใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป ที่ซึ่งเขารับรู้ได้ถึงจิตสังหารคุ้นเคยของศิษย์พี่ทรยศผู้นั้นกำลังเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ "เจ้าคิดว่าใช้มือของพวกปีศาจมาบดขยับข้า... จะทำให้เจ้าขึ้นสู่จุดสูงสุดของแดนเซียนได้จริงๆ หรือ?" จ้าวเฟยหงสะบัดมือเบาๆ เตาหลอมโอสถในมือขยายใหญ่ขึ้นนับร้อยเท่า เปลวเพลิงสีทองสว่างโชติช่วงราวกับดวงอาทิตย์ตกลงมาสู่พื้นดิน แผดเผาไอปีศาจจนสลายกลายเป็นควันสีดำในพริบตา ทว่า ในวินาทีที่เปลวเพลิงกำลังจะกลืนกินกองพลอสูรระลอกแรก ท้องฟ้าเบื้องบนกลับถูกฉีกขาดออกเป็นสีเลือดเข้มอีกครั้ง แรงกดดันระดับ "จักรพรรดิปีศาจ" ที่สะกดข่มทุกสรรพสิ่งให้คุกเข่าแผ่ซ่านลงมาจนลมหายใจของจ้าวเฟยหงต้องสะดุด เงาร่างมหึมาสีดำสนิทปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังเสียดแก้วหูจากเบื้องบน "จ้าวเฟยหง... เจ้าคิดว่าการกลับชาติมาเกิดจะช่วยให้เจ้ารอดพ้นจากเงื้อมมือของข้าได้หรือ? สหายเก่า... ข้ารอวันที่เจ้าจะลืมตาดูโลกอีกครั้งมานานเหลือเกิน" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายเซียนนี้กับผมนะครับ เพลิงโอสถสวรรค์
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%