ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า•ตอนที่ 23

ความลับในห้วงมิติ

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
ประกายแสงสีครามเข้มจากเศษเสี้ยวศิลาโบราณ สะท้อนลงบนนัยน์ตาคู่คมกริบของจ้าวเฟยหง ราวกับผืนมหาสมุทรที่กำลังสะท้อนพายุทัณฑ์สวรรค์ "เดิมพันด้วยชีวิตอย่างนั้นหรือ..." มุมปากของเด็กหนุ่มยกย่องขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นทั้งเย้ยหยันและเปี่ยมด้วยความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของมหาเทพผู้ผ่านกาลเวลามานับอนันต์ ในสถานที่รกร้างห่างไกลความเจริญแห่งนี้ กลับมีห้วงมิติซ้อนทับที่แม้แต่สำนักใหญ่ทั้งเก้ายังมิอาจล่วงรู้ กลิ่นอายของโอสถโบราณที่อัดแน่นอยู่ในอากาศไม่ได้ทำให้เขากลัวเกรงแม้แต่น้อย กลับกัน มันคือความคุ้นเคย... ความคุ้นเคยจากยุคสมัยที่เขาเคยเหยียบย่ำอยู่บนจุดสูงสุดของเก้าชั้นฟ้า หลี่มู่เหยากัดริมฝีปากแน่น มือเรียวบางที่กำด้ามกระบี่ประจำกายสั่นน้อยๆ ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะกระแสพลังปราณรอบตัวกำลังบีบอัดจนเส้นเลือดบนขมับปูดโปน นางก้าวเข้ามาขนาบข้างเขาอย่างไม่ลังเล แม้ลมหายใจจะติดขัดจากแรงกดดันมหาศาล แต่นัยน์ตาคู่สวยคู่นั้นกลับแน่วแน่ นางไม่อาจปล่อยให้ชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของนางต้องเผชิญหน้ากับความเร้นลับนี้เพียงลำพัง "เฟยหง... พลังในห้วงมิตินี้แปลกประหลาดนัก มันมิใช่ปราณฟ้าดินทั่วไป แต่มันคือ... เจตจำนงที่หลงเหลืออยู่ของตัวตนระดับบรรพกาล" เสียงของหลี่มู่เหยาแผ่วเบาแต่หนักแน่น นางสะกดกลั้นความเจ็บปวดจากการถูกคุกคามด้วยจิตสังหารโบราณ "เจ้าไม่ต้องกังวลไป มู่เหยา" จ้าวเฟยหงเอמהนน้ำเสียงราบเรียบ มือหนายื่นออกไปแตะลงบนไหล่บางเบาเพื่อถ่าย องค์ปราณอุ่นร้อนเข้าไปช่วยคุ้มครองชีพจร นางรู้สึกได้ทันทีว่ากระแสความเย็นเยือกที่กัดกินร่างกายเมื่อครู่ได้มลายหายไปราวกับหิมะโดนแสงอาทิตย์ "ในใต้หล้าแห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดที่เรียกว่า 'ความลับ' สำหรับข้า... แม้กระทั่งเงาของอดีตเทพเจ้าองค์ก่อนก็ตาม" สิ้นคำกล่าว ร่างของจ้าวเฟยหงก็พุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางรอยแยกมิติที่กำลังหมุนวนราวกับปากอสูรทันที! *เปรี้ยง!* เสียงอสนีบาตคำรามก้องกังวานในห้วงจิตสำนึก มู่เหยาพุ่งตามเข้าไปติดๆ ก่อนที่รอยแยกนั้นจะปิดตัวลง ทัศนียภาพเบื้องหน้าเปลี่ยนจากถ้ำผาอันมืดมิดกลายเป็นวิหารหินสีนิลมหึมาที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า รอบวิหารรายล้อมด้วยโซ่ตรวนแห่งกฎเกณฑ์สวรรค์ที่ขาดสะบั้น บ่งบอกถึงการต่อสู้ครั้งประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้เมื่อหลายแสนปีก่อน ตรงใจกลางวิหาร มีร่างของบุรุษผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ ร่างนั้นไร้ลมหายใจมาเนิ่นนาน แต่กลับยังคงแผ่ไอสังหารและกลิ่นอายโอสถระดับบรรพกาลที่ทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยว จารึกอักขระสีทองอร่ามสลักอยู่บนผนังหินเบื้องหลังร่างนั้น ทุกๆ ตัวอักษรเต็มไปด้วยเคล็ดวิชาฝืนลิขิตสวรรค์ที่สำนักทั้งเก้าต่างแย่งชิงกันมาตลอดกาล "นั่นคือ... จารึกโอสถบรรพกาลที่สาบสูญ!" หลี่มู่เหยาอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง นางตระหนักได้ทันทีว่า หากวิชาเหล่านี้รั่วไหลออกไป ยุทธภพจะต้องนองเลือดครั้งใหญ่เป็นแน่ ทว่า จ้าวเฟยหงกลับมีสีหน้าสุขุมลุ่มลึก เขาก้าวเดินเข้าไปใกล้ร่างนั้นทีละก้าว ฝ่าเท้าเหยียบย่างลงบนพื้นหินด้วยจังหวะที่สอดคล้องกับชีพจรของฟ้าดิน ทุกก้าวที่เดินผ่าน อักขระบนผนังราวกับมีชีวิต มันเปล่งแสงเจิดจ้าและตอบสนองต่อกลิ่นอายวิญญาณของเขา ราวกับสุนัขที่กำลังหมอบราบคาบแก้วต่อหน้าผู้เป็นนาย "ในที่สุด... เราก็ได้พบกันสหายเก่า" จ้าวเฟยหงพึมพำเบาๆ ดวงตาของเขาฉายแววรำลึกถึงอดีตที่แม้แต่มู่เฉินหรือผู้ใดในยุคนี้ก็ไม่มีวันเข้าใจ ทันใดนั้นเอง ร่างไร้ลมหายใจของเทพเจ้าองค์ก่อนก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น! นัยน์ตาสีทองอร่ามไร้ซึ่งแววตาของมนุษย์ มีเพียงพลังแห่งการทำลายล้างและสร้างสรรค์ที่หมุนวนอยู่ภายใน เสียงก้องกังวานราวกับเสียงคำรามจากสรวงสวรรค์ดังสะท้อนก้องในหัวของทั้งสองคน *"ผู้ใด... บังجານรบกวนการหลับใหลของข้า... หากมิใช่ผู้ถือครอง 'เพลิงโอสถสวรรค์' เจ้าจงแสดงคุณaสมบัติให้ประจักษ์ มิฉะนั้น... วิญญาณของเจ้าจะต้องแหลกสลายกลายเป็นธุลี!"* แรงกดดันระดับมหาเทพถาโถมเข้าใส่ราวกับภูเขาถล่ม หลี่มู่เหยาถึงกับกระีอักโลหิตออกมาคำโต ร่างกายทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นวิหาร ทว่าจ้าวเฟยหงกลับยืนหยัดอย่างสง่างาม กระบี่วิญญาณในห้วงสมุทรเปล่งแสงเจิดจ้า เขาประสานอินทร์มืออย่างรวดเร็ว ปราณโอสถสีเพลิงระเบิดออกจากร่างแผ่ขยายปกป้องหญิงสาวไว้เบื้องหลังอย่างมิดชิด "ข้าคือใคร... เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้" จ้าวเฟยหงกล่าวด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่สั่นสะเทือนไปทั้งห้วงมิติ ดวงตาคมกริบจ้องมองตรงไปยังร่างของเทพเจ้าองค์ก่อนอย่างไร้ความเกรงกลัว "รู้ไว้เพียงแค่ว่า... วันนี้ ข้าจะใช้จารึกของเจ้า เพื่อเหยียบย่ามขึ้นสู่จุดสูงสุดที่แท้จริงอีกครั้ง!" ระหว่างที่กระแสพลังทั้งสองสายกำลังปะทะกันอย่างดุเดือดจนห้วงมิติทำท่าจะฉีกขาดเป็นเสี่ยงๆ นั้นเอง... จู่ๆ เงาร่างสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าด้านหลังของหลี่มู่เหยาอย่างไร้ซุ่มเสียง ใบหน้ารูปงามแต่บิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มอันชั่วร้าย พร้อมกับปลายกระบี่คมกริบที่จ่อตรงเข้าที่จุดชีพจรหัวใจของนางในระยะประชิด! "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพที่ซาบซึ้งเสียจริง ศิษย์น้องรอง และเจ้าหญิงน้ำแข็งแห่งสำนักกระบี่สวรรค์... ไม่นึกเลยว่าพวกเจ้าจะช่วยเปิดทางให้ข้าเข้ามาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เช่นนี้!" เสียงหัวเราะเยือกเย็นของ **มู่เฉิน** ดังขึ้นท่ามกลางพายุพลังปราณ พร้อมกับประกายกระบี่มรณะที่พุ่งทะยานออกหมายปลิดชีพคนทั้งคู่ในดาบเดียว! --- ขอบพระคุณรี้ดдерทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เพลิงโอสถสวรรค์" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%