เสียงคำรามของมิติที่กำลังฉีกกระชากดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงกรีดร้องของอสูรบรรพกาล ท้องฟ้าเหนือแดนลับแลโบราณบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่นสีนิลทมิฬ ศิลาอัคคีพันปีนับล้านชิ้นต่างร่วงหล่นลงมาดั่งห่าฝนเพลิง เผาผลาญทุกสรรพสิ่งให้มอดไหม้ในพริบตา
"เฟยหง... ทางออกถูกผนึกแล้ว!"
เสียงหวานกังวานแต่เจือด้วยความตึงเครียดของ หลี่มู่เหยา ดังขึ้นท่ามกลางเสียงระเบิดกัมปนาท นางยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าขอบเหวลึกที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นค่ายกลเคลื่อนย้าย ทว่าบัดนี้กลับเหลือเพียงความว่างเปล่าและม่านพลังสีเลือดที่หนาทึบปิดกั้นเส้นทางหนีทีไล่สุดท้ายไว้จนหมดสิ้น คราบโลหิตสีชาดไหลรินจากมุมปากของนาง ย้อมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ให้กลายเป็นสีแดงฉาน แสดงให้เห็นว่านางฝืนใช้ลมปราณปกป้องค่ายกลจนขีดจำกัด
จ้าวเฟยหง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยก้าวย่างที่มั่นคง แววตาคู่คมกริบดั่งกระบี่โบราณไม่มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย แม้ทั่วร่างของเขาจะเต็มไปด้วยบาดแผลจากการปะทะกับค่ายกลสังหารสวรรค์เมื่อครู่ แต่จิตวิญญาณและความเยือกเย็นของมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิดยังคงแผ่พุ่งจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว เขากวาดสายตามองม่านพลังสีเลือดตรงหน้าอย่างพิจารณา
"มู่เฉิน... มันคำนวณไว้ทุกอย่างแล้วสินะ" จ้าวเฟยหงเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่เย็นยะเยือกจนน่าสะพรึงกลัว "มันจงใจใช้ผนึกโลหิตบรรพกาลปิดตายเส้นทาง เพื่อให้พวกเราถูกฝังกลบพร้อมกับแดนลับที่กำลังล่มสลายแห่งนี้"
"แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี? พลังปราณในกายข้าเหลือไม่ถึงสามส่วนแล้ว..." มู่เหยาหันมาสบตาเขา แววตาของนางไม่มีความหวาดกลัวความตาย มีเพียงความอาลัยอาวรณ์ที่ไม่อาจเคียงคู่เขาไปจนถึงจุดสูงสุดของวิถีเซียน
จ้าวเฟยหงไม่ตอบคำถาม นางเซียนผู้เย็นชาผู้นี้ ยอมสละตบะนับร้อยปีเพื่อปกป้องเขาจากเงื้อมมือของศัตรูในสำนัก ความรู้สึกนี้... สำหรับอดีตมหาเทพผู้เคยชินกับการโดดเดี่ยวบนจุดสูงสุด มันหนักหนาและอบอุ่นยิ่งกว่าศาสตราวตราวิเศษใดในใต้หล้า
"มู่เหยา... เชื่อใจข้าหรือไม่?" จ้าวเฟยหงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคงดั่งขุนเขา
"ต่อให้ความตายอยู่เบื้องหน้า... ข้าก็ยังคงเชื่อท่าน" หลี่มู่เหยาตอบกลับทันทีอย่างไร้ความลังเล แววตาแน่วแน่ไม่มีความหวั่นไหว
"ดี!"
จ้าวเฟยหงสะบัดมือขวาอย่างรวดเร็ว เม็ดโอสถสีทองอร่ามเก้าเม็ดปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ กลิ่นอายโอสถระดับนพรัตน์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกว่ายกลุ่มเมฆทมิฬราวกับมังกรทองคำที่กำลังคำราม นี่คือ "โอสถทะลวงนภาโลหิต" โอสถต้องห้ามที่แลกมาด้วยการเผาผลาญอายุขัยและพลังชีวิตของผู้ใช้ ทว่าในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
"วันนี้ ต่อให้สวรรค์ต้องการเอาชีวิตพวกเรา ข้า... จ้าวเฟยหงผู้นี้ ก็จะใช้กระบี่เล่มนี้แหละ แหวกฟ้าดินให้ดูเอง!"
สิ้นคำประกาศิต จ้าวเฟยหงพุ่งทะยานร่างขึ้นสู่กลางอากาศ พลังปราณทั้งหมดในจุดตันTian ระเบิดออกราวกับภูเขาไฟปะทุ แสงสีทองเจิดจ้าสาดส่องกลบความมืดมิดของแดนลับแล เขากลืนโอสถทั้งเก้าเม็ดลงคอในรวดเดียว ออร่าพลังปราณของเขาพุ่งทะยานข้ามขีดจำกัดอย่างไร้ความปรานี จากขอบเขตวิญญาณแท้จริงทะลวงผ่านสู่ขอบเขตเซียนสวรรค์ขั้นที่หนึ่ง... ขั้นที่สอง... และหยุดลงที่ขั้นที่สามอย่างบ้าคลั่ง!
เลือดสดๆทะลักออกจากปากและจมูกของจ้าวเฟยหง การฝืนยกระดับพลังด้วยโอสถต้องห้ามสร้างความเสียหายแก่ร่างเนื้ออย่างรุนแรง กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะราวกับจะแตกละเอียดเป็นผุยผง
"เฟยหง!" มู่เหยาอุทานด้วยความตกใจและเป็นห่วง นางรีบโคจรพลังปราณเฮือกสุดท้าย ถ่าย
"อย่าเข้ามา!" จ้าวเฟยหงคำรามลั่น ดวงตาแดงก่ำเส้นเลือดปูดโปนทั่วใบหน้า "ประสานมือกับข้า! ใช้กระบวนท่ากระบี่ผสานจิต! เปิดม่านพลังนี้ออก!"
หลี่มู่เหยาเม้มริมฝีปากแน่น นางไม่รอช้า พุ่งทะยานขึ้นเคียงข้างเขา กระบี่เซียนน้ำแข็งในมือสั่นระริก ปล่อยไอเย็นยะเยือกที่สามารถแช่แข็งวิญญาณได้ทั้งดวง หลอมรวมเข้ากับคลื่นกระบี่เพลิงผลาญสวรรค์ของจ้าวเฟยหง เกิดเป็นวัฏจักรหยินหยางที่หมุนวนอย่างรุนแรง
"กระบี่ที่หนึ่ง... ทลายวัฏสงสาร!"
ทั้งสองประสานเสียงคำรามพร้อมกัน เงากระบี่ยักษ์ขนาดมหึมาพาดผ่านท้องฟ้า ยาวนับพัน丈 พลังทำลายล้างที่สะสมจากความแค้น ความมุ่งมั่น และความผูกพัน พุ่งเข้าปะทะกับผนึกโลหิตสีเลือดเบื้องหน้าอย่างเต็มกำลัง!
*ตูมมมมมมม!*
เสียงระเบิดกึกก้องสะท้านไปถึงเก้าชั้นฟ้า คลื่นกระแทกมหาศาลแผ่ขยายเป็นวงกว้าง แดนลับแลโบราณเริ่มพังทลายลงมาอย่างรวดเร็ว ม่านพลังสีเลือดที่เคยไร้เทียมทานเกิดรอยร้าวขึ้นทีละนิด... ทีละนิด... จนกระทั่งเสียงแตกกระจายดังขึ้นราวกับกระจกที่ถูกทุบ!
"สำเร็จแล้ว!" มู่เหยาแววตาเป็นประกายด้วยความหวัง
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ม่านพลังกำลังจะฉีกขาดออกเป็นช่องว่าง ท้องฟ้าเบื้องบนกลับเปิดออกอย่างไร้สัญญาณเตือน เมฆทมิฬรวมตัวกันเป็นรูปดวงตาสีทองขนาดมหึมาที่จับจ้องลงมายังพวกเขาทั้งสองด้วยความเยือกเย็น ไร้ซึ่งความรู้สึกดั่งเทพยดาผู้สูงส่ง
นั่นไม่ใช่กลไกของแดนลับ... แต่มันคือ "ทัณฑ์สวรรค์" ที่ถูกกระตุ้นจากการที่จ้าวเฟยหงฝืนใช้พลังเกินขอบเขต!
ลำแสงสีม่วงดำขนาดเท่าเสาเรือนพุ่งผ่าลงมาจากฟากฟ้า พุ่งตรงเข้าหากลางกระหม่อมของจ้าวเฟยหงด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้าทั่วไปนับร้อยเท่า!
จ้าวเฟยหงเบิกกว้างด้วยความตกใจ ร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสจากการทะลวงขอบเขตทำให้เขาไม่สามารถหลบได้ทัน ในขณะที่มู่เหยาที่เห็นเหตุการณ์กลับตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นางพุ่งเข้าขวางกั้นเบื้องหน้าเขาอย่างเด็ดเดี่ยว พร้อมกับรอยยิ้มอันงดงามที่ประดับอยู่บนใบหน้าเยือกเย็นเป็นครั้งแรก
"มู่เหยา—! อย่า!"
— เพลิงโอสถสวรรค์
ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า•ตอนที่ 32
หนีตายจากแดนลับ
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!