ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า•ตอนที่ 26

เปิดเผยตัวตน

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
หยดโลหิตสีทองบริสุทธิ์... หยดนั้นร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาหยกขาว เกิดเสียงกังวานดั่งระฆังทองคำสั่นสะเทือนห้วงมิติ บรรยากาศภายในห้องโถงลับแห่งตำหนักโอสถสวรรค์พลันตกอยู่ในความเงียบงัน ชนิดที่แม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังดุจดั่งเสียงคำรามของสายฟ้า หลี่มู่เหยาร่างกายแข็งค้างราวกับถูกคำสาปแช่งแห่งบรรพกาล ดวงตาคู่คมปลาบที่มักจะเย็นชาและเย่อหยิ่งต่อหล้า บัดนี้เบิกกว้างจนสั่นระริก หยาดน้ำใสคลอหน่วยโดยที่นางไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ภาพเบื้องหน้าของนาง หาใช่ศิษย์สวะนามจ้าวเฟยหงผู้ถูกคนค่อนขอดว่าเป็นเพียงเศษสวะไร้รากปราณอีกต่อไปแล้ว ทว่า... คือร่างเงาของมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ เหนือกว่าเก้าชั้นฟ้าและปฐพีเบื้องล่าง! "เจ้า..." หลี่มู่เหยาเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ริมฝีปากบางเฉียบสั่นระเทือนจนแทบเปล่งวาจาไม่เป็นคำ "นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกัน... เจ้าเป็นใครกันแน่... จ้าวเฟยหง!" จ้าวเฟยหงยืนสงบนิ่ง ท่วงท่าและอิริยาบถเปี่ยมด้วยความสง่างามเยือกเย็นดั่งขุนเขาค้ำฟ้า แววตาที่ทอดมองนางในยามนี้มิใช่แววตาของเด็กหนุ่มวัยรุ่นทั่วไป หากแต่เป็นสายตาของอดีตผู้ครองบัลลังก์สวรรค์ ผู้ผ่านกาลเวลามานับร้อยนับพันปีจนมองทะลุปรุโปร่งถึงวัฏจักรแห่งการเวียนว่ายตายเกิด เขายกมือขึ้นช้าๆ ปราณสีครามเข้มระbายออกมาจากปลายนิ้ววาดเป็นอักษรโบราณกลางอากาศ อักษรแต่ละตัวเปล่งประกายเจิดจ้า แผ่กลิ่นอายกดขี่ข่มเหงที่ทำให้ฟ้าดินรอบด้านสั่นสะเทือน "มู่เหยา..." เสียงของเขาไม่ได้ดังนัก แต่มันกังวานก้องสะท้อนอยู่ในจิตวิญญาณของนางโดยตรง "เจ้ายังจำคำสัญญา ณ หุบผาบรรพกาลเมื่อชาติภพก่อนได้หรือไม่... ในวันที่เจ้าเอาแต่ร้องไห้ซบอยู่บนตักข้า และเอ่ยปากว่าต่อให้ต้องแตกดับเป็นจุล ก็จะขอติดตามข้าไปทุกหนแห่ง" เพล้ง! ราวกับมีค้อนเหล็กยักษ์กระหน่ำทุบลงกลางใจของหลี่มู่เหยา ภาพความทรงจำเลือนรางที่นางพยายามนึกมาตลอดหลายปี คล้ายม่านหมอกที่ถูกสายลมแห่งกาลเวลาพัดกระเจิง ภาพของบุรุษชุดขาวผู้ถือกระบี่ตัดผ่านนภากาศ ภาพของโลหิตที่นองท่วมแผ่นดิน และภาพของนางที่กอดร่างอันไร้ลมหายใจของเขาเอาไว้... ทุกสิ่งทุกอย่างไหลทะลักเข้าสู่สมองของนางราวกับเขื่อนแตก "อึก...!" นางทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นศิลา มือเรียวบางยกขึ้นกุมขมับด้วยความเจ็บปวดจากการตื่นรู้ของความทรงจำในอดีตชาติ ปราณรอบกายของนางปั่นป่วนจนเสื้อผ้าปลิวสะบัด ใช่แล้ว... นางคือธิดาเซียนผู้ติดตามมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตชาติ เพื่อปกป้องเขา นางยอมดื่มโอสถล้างความทรงจำแล้วยอมลงมาจุติยังโลกมนุษย์ เพื่อรอคอยการกลับมาของเขาในชาตินี้! "ท่าน... ท่านคือ..." น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากดวงตาของหลี่มู่เหยา หยดลงบนหลังมือของจ้าวเฟยหงที่ยื่นเข้ามาประคองร่างของนางเอาไว้ ความอบอุ่นที่คุ้นเคย แผ่ซ่านผ่านผิวสัมผัสตรงดิ่งเข้าสู่หัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนานของนาง จ้าวเฟยหงทอดถอนหายใจยาวนาน แววตาที่เยือกเย็นมาตลอดกลับทอประกายความอ่อนโยนขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาใช้ปลายนิ้วเช็ดหยาดน้ำตาบนแก้มเนียนใสของนางอย่างทะนุถนอม "ลำบากเจ้าแล้ว... มู่เหยา หลายปีที่ผ่านมานี้ เจ้าต้องแบกรับความโดดเดี่ยวในฐานะธิดาเจ้าสำนักโดยที่ไร้ซึ่งความทรงจำ เจ้าคงทรมานมากสินะ" "ท่านพี่..." หลี่มู่เหยาโผเข้ากอดเอวของเขาแน่น ใบหน้าฝังลงกับแผ่นอกกว้าง เสียงสะؤอสะอื้นของนางดังระคนกับเสียงหัวใจของจ้าวเฟยหงที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นดั่งกลองศึก ความเยือกเย็น ดุร้าย และไร้เทียมทานของธิดาเจ้าสำนักผู้เกรียงไกร ได้มลายหายสิ้นไป เหลือเพียงหญิงสาวผู้โหยหาความรักและความอบอุ่นจากชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจ ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความผูกพันข้ามภพข้ามชาติ ทันใดนั้นเอง... เปรี้ยง! เสียงสายฟ้าสีดำสนิทผ่าลงมากลางตำหนักโอสถสวรรค์อย่างไร้สัญญาณเตือน แรงกดดันมหาศาลระดับทัณฑ์สวรรค์พุ่งตรงทะลวงหลังคาลงมาหมายบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลกเป็นผุยผง! แววตาของจ้าวเฟยหงเปลี่ยนเป็นคมกริบทันที เขาดึงร่างของหลี่มู่เหยามาหลบไว้ด้านหลัง พร้อมกับสะบัดแขนเสื้อเพียงคราเดียว ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานขึ้นฟ้าต้านทานสายฟ้าสีดำนั้นจนแตกกระσาย! "หึ... สมเป็นมหาเทพผู้ร่วงหล่น เจ้ายังคงดื้อรั้นไม่เปลี่ยน" เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังมาจากเบื้องบน พร้อมกับการปรากฏร่างของบุรุษในชุดคลุมสีทองปักลายมังกรห้ากรงเล็บ ใบหน้าหล่อเหลาแต่เต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและอำมหิต ดวงตาคู่นั้นจดจ้องมาที่จ้าวเฟยหงด้วยรังสีฆ่าฟันที่รุนแรงถึงขีดสุด "มู่เฉิน!" หลี่มู่เหยาเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ ดวงตาเต็มไปด้วยประกายเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยว "เจ้าสุนัขรับใช้ทรยศ... กล้าดียังไงถึงบุกเข้ามาที่นี่!" มู่เฉินแย้มยิ้มเยาะเย้ย สายตาเหลือบมองทั้งสองคนด้วยความสมเพชเวทนา ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน "มู่เหยา... เจ้าโง่เขลาถึงเพียงนี้เชียวหรือ ยอมทิ้งอนาคตบนเก้าชั้นฟ้า เพื่อมาอยู่กับเศษสวะผู้นี้เนี่ยนะ? น่าขันสิ้นดี!" จ้าวเฟยหงค่อยๆ ก้าวเท้าเดินออกไปเบื้องหน้า กลิ่นอายโอสถและปราณเทวะระเบิดออกรอบกายจนพื้นศิลาแตกร้าวเป็นใยแมงมุม รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา "มู่เฉิน... ในอดีตชาติเจ้าเป็นเพียงสุนัขที่ข้าเก็บมาชุบเลี้ยง แต่วันนี้... เจ้ากลับอาจหาญกล้ามาเห่าหอนต่อหน้าเจ้าของรึ?" จ้าวเฟยหงชี้ปลายนิ้วไปที่ร่างของอีกฝ่าย น้ำเสียงทรงอำนาจจนฟ้าดินต้องสั่นสะเทือน "วันนี้ ข้า... จ้าวเฟยหง จะใช้กระบวนท่าเดียว ล้างบางเศษเดนอย่างเจ้าให้ดับสูญทั้งวิญญาณ!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันคลื่นลมยุทธภพเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ (โปรดติดตามตอนต่อไป)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สวะผู้นี้... จะสยบเซียนทั้งเก้าชั้นฟ้าให้คุกเข่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%