มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด•ตอนที่ 5

ลูกค้าเกรียนต้องเจอคนจริง

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"แก... แกพูดว่าอะไรนะ ไอ้หน้าอ่อน!" เสียงคำรามของประวิทย์ ผู้จัดการสาขาบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังดังลั่นทะลุผนังกระจกฝ้าของร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ขนาดกะทัดรัด ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปーンที่ขมับ ดวงตาเบิกโพงจ้องมองชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดธรรมดาที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางสบายๆ ประวิทย์หัวרויลั่นในลำคอด้วยความขบขันระคนดูถูก เขากวาดสายตามองคินน์ตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้งราวกับกำลังพิจารณาสัตว์เลี้ยงราคาถูก "ซื้อตึกนี้เหรอ? ฮ่าๆๆ! ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่าไอ้น้อง รู้ไหมว่าตึกห้าชั้นใจกลางย่านธุรกิจนี้มูลค่าเท่าไหร่? ต่อให้แกขายไตสี่ปอดแกก็ไม่มีปัญญาซื้อแม้แต่ลูกบิดประตูห้องน้ำหรอกเว้ย! เลิกเพ้อเจ้อแล้วไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ. มาโยนพวกแกออกไปให้พ้นทาง!" ฟ้าใสที่ยืนอยู่ข้างเคาน์เตอร์หน้าซีดเผือด เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด มือเล็กๆ เอื้อมไปดึงชายเสื้อของคินน์ไว้เบาๆ ด้วยความกังวล แม้เธอจะรู้ว่าคินน์เป็นอดีต CEO แต่ตอนนี้สถานะของเขาคือคนตกอับที่กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง การไปปะทะคารมกับคนมีอำนาจในพื้นที่รังแต่จะทำให้พวกเขาเดือดร้อนหนักขึ้นไปอีก "คินน์... พอเถอะค่ะ... เอ้ย พอเถอะครับ" ฟ้าใสเกือบหลุดปากคำคุ้นเคยออกมาตามความเคยชิน รีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาคมกริบที่หันมามอง "เรา... เราย้ายร้านกันก็ได้ค่ะ... ครับ! ฉันไม่อยากมีเรื่อง" คินน์ไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่ส่งยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและความมั่นใจอันเปี่ยมล้นจนน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมปลาบกวาดมองประวิทย์และลูกน้องร่างยักษ์อีกสองคนที่ยืนประกบอยู่ด้านหลังด้วยสายตาคล้ายกับกำลังมองฝุ่นผงบนรองเท้า "ประวิทย์... คุณนี่ความจำสั้นเสียจริงนะครับ" คินน์ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายช้าๆ เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นร้านดังเป็นจังหวะที่มั่นคง "เมื่อกี้ผมเพิ่งบอกไปหรดๆ ว่า 'ตึกนี้ผมเพิ่งกดซื้อเมื่อกี้เอง' หรือสมองส่วนความจำของคุณมันถูกใช้งานไปกับการเลียแข้งเลียขาเจ้านายจนหมดเกลี้ยงแล้วล่ะครับ?" "ไอ้...!" ประวิทย์ง้างมือขึ้นหมายจะสั่งสอนไอ้เด็กปากดีตรงหน้าให้รู้สำนึก แต่ทว่า... *Riiiiiing!* เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของประวิทย์แผדเสียงแหลมสูงขึ้นขัดจังหวะพอดี ประวิทย์ชะงักมือที่เงื้อมค้างไว้ เขาขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ควักเครื่องมือสื่อสารออกมาด้วยท่าทางกระแทกกระทั้น ก้มลงมองหน้าจอแล้วพบว่าเป็นเบอร์ของ "ท่านประธาน" ผู้บริหารสูงสุดแห่งบริษัทแม่ ประวิทย์รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มประจบสอพลอทันทีอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ เขากดรับสายแล้วกรอกเสียงด้วยความนอบน้อมที่สุด "ครับท่านประธาน! ผมประวิทย์เองครับ เรื่องไล่ที่ร้านซ่อมคอมกระจอกๆ นี่ กำลังดำเนินการอยู่เลยครับ รับรองว่า..." "ประวิทย์! แกไปทำอีท่าไหนไว้!" เสียงตวาดลั่นจากปลายสายทำเอาประวิทย์สะดุ้งโหยง โทรศัพท์แทบหลุดจากมือ "ทะ... ท่านประธานครับ? หมายความว่ายังไงครับ ผม..." "แกไปหาเรื่องใครวะ! ตอนนี้ทางสำนักงานใหญ่โทรแจ้งมาว่า กรรมสิทธิ์ในโฉนดตึกทั้งหมดที่เราเช่าอยู่ ถูกโอนเปลี่ยนมือไปยังเจ้าของใหม่เรียบร้อยแล้วเมื่อสามนาทีที่แล้ว! และที่ซวยไปกว่านั้นคือ... ผู้ถือครองกรรมสิทธิ์คนใหม่เพิ่งสั่งยกเลิกสัญญาเช่าของบริษัทเราทุกสาขาในตึกนี้ทันที!" เสียงปลายสายหายใจหอบกระชั้นด้วยความตื่นตระหนก "แกกำลังทำให้บริษัทฉิบหายพินาศ! ถ้าแกเคลียร์เรื่องนี้ไม่ได้ เตรียมเก็บกระเป๋าไสหัวออกจากบริษัทไปได้เลย!" *ติ๊ด!* สายถูกตัดทอดไปอย่างไร้เยื่อใย ความเงียบสงบเข้าปกคลุมร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ในทันที ประวิทย์ยืนแข็งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน โทรศัพท์มือถือในมือร่วงหล่นลงกระแทกพื้นกระเบื้องเสียงดัง *เพล้ง* หน้าจอแตกละเอียด ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยความโกรธแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผากและลำ颈 เขาหันกลับมามองหน้าคินน์อีกครั้ง คราวนี้ดวงตาของประวิทย์เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดขีด ขาสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ "ทะ... เมื่อกี้... แก..." ประวิทย์ริมฝีปากสั่นระริก พูดจาติดอ่าง "มะ... ไม่จริง... แกเป็นแค่ไอ้... ไอ้เด็กกระโปกลูกหนี้ไม่ใช่เหรอวะ..." คินน์หยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูสีดำสนิท ดีไซน์ล้ำอนาคตที่ไม่มีวางขายทั่วไปตามท้องตลาดขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างใจเย็น หน้าจอแสดงผลแอปพลิเคชันจัดการทรัพย์สินระดับโลกที่กำลังขึ้นข้อความสีเขียวเด่นหร่า: *[การซื้อขายตึกคอมเพล็กซ์ย่านธุรกิจ สำเร็จสมบูรณ์]* "โลกนี้น่ะครับ ประวิทย์..." คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เขาก้าวเข้าไปใกล้ประวิทย์อีกก้าว จนอีกฝ่ายต้องผถอยหลังกรูดไปชนชั้นวางอะไหล่คอมพิวเตอร์จนข้าวของหล่นกระจาย "คนที่มีเงิน... เขาก็แค่กดสั่งซื้อสิ่งที่เกะกะสายตา เพื่อจะได้เตะหมาตัวนึงออกไปจากพื้นที่ส่วนตัวได้อย่างถูกกฎหมายก็เท่านั้นเองครับ" "คุณ... คุณคินน์... ท่านคินน์ครับ!" ประวิทย์ทรรุดตัวลงคุกเข่ากราบกรานแทบเท้าของคินน์อย่างไม่หลงเหลือศักดิ์ศรีใดๆ อีกต่อไป น้ำตาซึมเบ้าด้วยความสำนึกผิดและหวาดกลัวอนาคตที่จะต้องตกงานและชดใช้ค่าเสียหายมหาศาล "ผมตาบอด... ผมมันหูหนวกหนาลืมตาไม่ขึ้นเองครับ ได้โปรด... เมตตาผมด้วยเถอะครับ อย่าไล่ผมออกเลยนะคร้าบ!" ฟ้าใสยืนอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน เธอมองภาพผู้จัดการจอมกร่างที่เมื่อครู่ยังวางอำนาจ บัดนี้กลับมาหมอบกราบแทบเท้าของชายหนุ่มที่เธอเพิ่งให้ความช่วยเหลืออย่างหมดสภาพ สมองของเธอประมวลผลแทบไม่ทัน นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?! คินน์ก้มมองดูประวิทย์ที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายซบแทบเท้าด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความสงสารเวทนาแม้แต่น้อย เขาขยับเท้าถอยหลังเล็กน้อยเพื่อไม่ให้รองเท้าเปื้อนน้ำตาของอีกฝ่าย "ความเมตตาเหรอครับ?" คินน์ยิ้มเยาะ "เก็บไว้ใช้ตอนที่คุณไปหางานใหม่เถอะครับ... อ้อ เกือบลืมไป" คินน์หันไปพยักหน้าให้ฟ้าใสที่ยังคงยืนงงเป็นไก่ตาแตก "ฟ้าใส... ช่วยหยิบบิลค่าเสียหายที่ไอ้หมอนี่กับลูกน้องทำข้าวของในร้านเสียหายเมื่อกี้มาให้หน่อยซิครับ พร้อมกับ..." คินน์ควักบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ลวดลาย ประดับด้วยชิปทองคำแท้ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ โยนมันลงไปตรงหน้าประวิทย์ที่กำลังคุกเข่าอยู่ เสียงโลหะกระทบพื้นดัง *กริ๊ง* เบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในความเงียบของทุกคนในร้าน "...บวกค่าทำขวัญและค่าทำความสะอาดพื้นร้านที่เปื้อนน้ำตาโสโครกของมันอีกสักห้าแสนบาทนะ" คินน์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังสั่งกาแฟแก้วโปรดในยามเช้า "รูดปรื๊ดให้วงเงินมันทะลุเพดานไปเลยครับ เดี๋ยวผมจ่ายเอง" ประวิทย์หน้าซีดเผือดสนิท สติหลุดลอยไปเรียบร้อยแล้วเมื่อได้เห็นบัตรเครดิตสีดำใบนั้น—บัตรที่คนระดับเศรษฐีหมื่นล้านเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ครอบครอง! แต่ก่อนที่ประวิทย์จะได้เอ่ยปากร้องขอชีวิตอีกครั้ง เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ก็บินแหวกนภาลงมาจอดสนิทบนลานดาดฟ้าของตัวตึก แรงลมจากการหมุนของใบพัดตีผ่านกระจกหน้าร้านจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างของชายชุดสูทสีดำสวมแว่นกันแดดกลุ่มใหญ่ที่วิ่งกรูลงมาจากบันไดหนีไฟตรงเข้ามาที่ร้านด้วยความเร่งรีบ หัวหน้าบอดี้การ์ดในชุดสูทเนี้ยบก้าวเข้ามาโค้งคำนับคินน์อย่างนอบน้อมที่สุดจนตัวเกือบขนานกับพื้น ก่อนจะยื่นแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งถวายให้ด้วยมือทั้งสองข้าง "ท่านครับ... เอกสารการเข้าซื้อกิจการทั้งหมดได้รับการอนุมัติจากสำนักงานใหญ่เรียบร้อยแล้วครับ และนี่คือ... รายชื่อผู้ถือหุ้นรายย่อยทั้งหมดที่แอบร่วมมือกับคู่แข่งของเราที่คุณสั่งให้ผมตรวจสอบเมื่อเช้าครับ..." คินน์รับแท็บเล็ตมาถือไว้ เลื่อนสายตาอ่านข้อมูลบนหน้าจอเพียงแวบเดียว มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เขาส่งแท็บเล็ตคืนให้บอดี้การ์ด ก่อนจะหันมามองหน้าประวิทย์ที่นั่งตัวสั่นงกๆ อยู่บนพื้น และหันไปสบตากับฟ้าใสที่กำลังยืนมองเขาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "ดูท่าทาง..." คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาส่องประกายความสนุกสนานระคนดุดัน "ความสนุกของพวกเรา... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ซะแล้วล่ะครับ" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%