มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด•ตอนที่ 4

ระบบเปย์คืนชีพ

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!" เสียงแจ้งเตือนจากเครื่องรูดบัตรไร้สายบนเคาน์เตอร์ดังประสานเสียงกันระงับราวกับเสียงสัญญาณเตือนภัยในโรงงานอุตสาหกรรม ไฟสีเขียวดวงเล็กกะพริบถี่รัวจนแสบตา ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมร้านซ่อมคอมพิวเตอร์เก่าๆ แห่งนี้ ฟ้าใสอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า เธอกะพริบตาปริบๆ มองหน้าจอเครื่องรูดบัตรสลับกับร่างของชายหนุ่มที่ยืนยันคำสั่งซื้ออย่างไร้ความกังวล สันจมูกโด่งเป็นคมของเธอขยับย้อยเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง นิ้วเรียวยาวที่เคยจับไขควงอย่างมั่น ญี่ปุ่นสั่นเทาจนแทบจะทำเครื่องมือช่างหลุดมือ ยอดเงินเจ็ดหลักปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ... ชัดเจนเสียยิ่งกว่าความจริง "นะ... นี่นาย..." ฟ้าใสกลืนน้ำลายลงคอatอย่างยากลำบาก เสียงของเธอแหบพร่าจนแทบไม่เป็นภาษา "นายไปปล้นธนาคารที่ไหนมา หรือว่าแอบไปเซ็นสัญญาขายไตใต้ดินมาฟะ!" คินน์ยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มของอดีต CEO ผู้ตกอับที่ไม่มีแม้แต่ค่าข้าวกล่องเมื่อวานซืนอีกต่อไป แต่มันคือรอยยิ้มของผู้กุมชะตากรรมและอำนาจเงินตราในมือ เขาปัดเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ของตัวเองเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ปราศจากลวดลายใดๆ นอกจากชิปทองคำฝังอยู่กลับคืนมาใส่กระเป๋าเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ "ผมหน้าตาเหมือนคนทำผิดกฎหมายเหรอครับ คุณฟ้าใส" คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ "ผมแค่ใช้บริการ 'วงเงินฉุกเฉิน' ที่ติดตัวมาแต่เกิดก็เท่านั้นเอง" ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ก็ดังขึ้นในโสตประสาทของคินน์ ทว่ามันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นระบบอัจฉริยะที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี [ติ๊ง! ยืนยันการทำธุรกรรมสำเร็จ!] [ภารกิจช่วยเหลือคู่คิดและอัปเกรดฐานทัพลับ (ระดับ F) สำเร็จลุล่วง!] [ระบบทำการประเมินผลงาน: การใช้จ่ายเน้นความสะใจและการสนับสนุนคู่หูทะลุเป้าหมาย 300%] [ท่านได้รับแต้มประสบการณ์ระบบ (System Points): 50,000 แต้ม!] [ปลดล็อกฟังก์ชันเสริม: 'คลังสินค้ามิติพิเศษ' และ 'ระบบเปย์คืนชีพ (Cashback System)' อัตรารีเทิร์น 10% ทุกการใช้จ่าย!] คินน์แอบสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความตื่นเต้นที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ตัวเลขห้าหมื่นแต้มและความสามารถในการรีเทิร์นเงินสดมันช่างเย้ายวนใจเสียเหลือเกิน แบบนี้ต่อให้เขาอยากจะล้มละลายอีกสักสบรอบ ก็คงไม่มีวันทำสำเร็จเป็นแน่ "เฮ้! เลิกทำหน้าตาเจ้าเล่ห์แล้วตอบฉันมาดีๆ นะคินน์!" ฟ้าใสเอื้อมมือมาคว้าปกเสื้อของคินน์แล้วเขย่าแรงๆ จนตัวโยน ความตกใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความสงสัยระคนหงุดหงิด "นายจ่ายเงินค่าอุปกรณ์ทั้งหมด รวมถึงค่าจ้างล่วงหน้าครึ่งปีให้ฉัน... รู้ไหมว่ามันเท่าไหร่? เจ็ดหลักนะยะ! นายเอาเงินที่ไหนมาเปย์ฉันขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะนายไปทำเรื่องผิดกฎหมาย ฉันจะฟ้องตำรวจจริงๆ ด้วย!" คินน์ไม่ได้ขัดขืนปล่อยให้หญิงสาวเขย่าตามใจชอบ สายตาคมกริบมองใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความโกรธและเป็นห่วงของเธอ ความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ แล่นริ้วขึ้นมาในหัวใจ ในวันที่เขาไร้ค่าและถูกเหยียบย่ำจนจมดิน มีเพียงผู้หญิงคนนี้ที่บ่นว่าเขาแต่ก็ยังยอมให้เขาซุกหัวนอน และตอนนี้... เธอก็กำลังกังวลว่าเขาจะไปทำความผิดร้ายแรงเพื่อหาเงินมาให้เธอ ช่างเป็นผู้หญิงที่ซื่อตรงและน่ารักในแบบของเธอเสียจริง... "คุณกำลังเป็นห่วงผมอยู่เหรอครับ?" คินน์ถามสวนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ฟ้าใสชะงักกึก มือที่กำปกเสื้อของเขาคลายออกทันที ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความพิรุธ พร้อมกับสะบัดเสียงใส่เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย "ใครเป็นห่วงนายกันยะ! ฉันแค่กลัวว่าถ้าตำรวจมาจับนายที่ร้าน ฉันจะต้องซวยโดนสอบสวนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดไปด้วยต่างหากเล่า! อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยไอ้คุณชายตกอับ!" "ปากแข็งเสียจริงนะครับ..." คินน์หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี "เอาเป็นว่า สบายใจได้ครับ เงินนี่ถูกต้องตามกฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้มาเพราะความสามารถ... และความรวยส่วนตัวล้วนๆ" ขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง ทันใดนั้น ประตูหน้าร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท แรงกระแทกทำให้ป้าย 'เปิด/ปิด' แกว่งไปมาเสียงดังเอี๊ยดอาด กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทสามคนเดินก้าวเข้ามาในร้านอย่างผึ่งผาย คนนำหน้าเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมแว่นตากรอบทอง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่ดูน่ารังเกียจ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายจนกลบกลิ่นบัดกรีและน้ำยาทำความสะอาดในร้านไปเสียสนิท ฟ้าใสขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ เธอก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าวแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงตึงเครียด "ร้านปิดแล้วครับ... เอ้ย ปิดค่ะ! เชิญไสหัวไปร้านอื่น!" ชายสวมแว่นกรอบทองหัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงแหลมสูง เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านด้วยความดูแคลน ราวกับกำลังมองกองขยะมูลฝอย ก่อนจะหยุดสายตามาที่คินน์และฟ้าใส "ปิดร้านเหรอครับคุณฟ้าใส? แต่ผมได้ข่าวว่าเพิ่งมี 'เศรษฐีใหม่' มาเหมาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ยกเซ็ตไปไม่ใช่เหรอ?" ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้เคียงพร้อมกับตบมือแปะๆ เบาๆ "น่าแปลกใจจริงๆ อดีต CEO ที่เพิ่งถูกตระกูลไล่ตะردอย่างไร้ค่าอย่างคุณคินน์... จู่ๆ ถึงมีปัญญาควักเงินเจ็ดหลักมาจ่ายค่าของได้ หน้าตาน่าสงสัยแบบนี้ เกรงว่าเงินพวกนี้คงไม่ได้มาจากการคอร์รัปชันหรือฟอกเงินหรอกนะครับ?" คินน์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาเย็นชาคมกริบ เขารู้จักผู้ชายคนนี้ดี... 'ประวิทย์' ผู้จัดการฝ่าย1การเงินของบริษัทคู่แข่งที่เคยพยายามซื้อตัวเขาและพร้อมจะเหยียบเขาให้จมดินในวันที่เขาพลาดพลั้ง "ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะประวิทย์" คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายถึงกับสะดุ้งโหยง "มาถึงร้านคนอื่นถึงที่ มีธุระอะไร หรือว่าเงินเดือนที่เจ้านายแกจ่ายให้มันไม่พอใช้ ถึงต้องมาเดินเห่าหอนแถวนี้?" ประวิทย์หน้าเสียไปชั่วขณะเมื่อเจอสายตาคมปลาทูของคินน์จ้องมอง แต่เพียงเสี้ยววินาทีเขาก็ยิ้มเยาะกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว พลางหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้วโบกไปมาเบาๆ "หึ! ปากดีไปเถอะคินน์ แกคิดว่ามีเงินสดนิดๆ หน่อยๆ แล้วจะพลิกสถานการณ์ได้เหรอ? บอกไว้ก่อนนะว่าตึกแถวตรงนี้ รวมถึงที่ดินผืนนี้ทั้งหมด... ตอนนี้ถูกบริษัทของฉันกว้านซื้อไว้หมดแล้ว!" ประวิทย์แสยะยิ้มกว้างอย่างสะใจ "และสัญญาเช่าของยัยเด็กซ่อมคอมนี่... หมดอายุลงตั้งแต่เที่ยงคืนนี้แล้ว!" ฟ้าใสหน้าซีดเผือดทันที มือเล็กๆ กำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "วะ... ว่ายังไงนะ! สัญญาของฉันยังเหลือเวลาอีกตั้งครึ่งปี! แกโกหก!" "โกหกเหรอ? ดูเอกสารนี่สิครับคุณน้องสาว" ประวิทย์โยนกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังปั้ก "ทางเราซื้อตึกนี้ต่อจากเจ้าของเดิม และมีสิทธิ์ชอบธรรมในการขับไล่พวกสวะที่ไม่มีปัญญาจ่ายค่าเช่าราคาใหม่!" ประวิทย์หันไปมองคินน์ด้วยสายตากวนประสาท "ถ้าไม่อยากให้ร้านอันเป็นที่รักของเด็กนี่ต้องถูกรื้อทิ้งพรุ่งนี้เช้า... คุกเข่าลงแล้วกราบรองเท้าผมสิครับ เผื่อผมจะเมตตาต่อเวลาให้สักสัปดาห์!" บรรยากาศในร้านตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ฟ้าใสสั่นเทาด้วยความโกรธและคับแค้นใจ เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ทว่าในจังหวะนั้นเอง คินน์ก็ยกมือขึ้นแตะไหล่ของเธอเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้ความตื่นตระหนกของหญิงสาวสงบลงอย่างประหลาด คินน์ก้าวออกไปยืนบังหน้าฟ้าใสไว้ ครึ่งก้าว... ทว่าความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา กลับทำให้ประวิทย์และลูกน้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว "แกบอกว่า... ซื้อตึกนี้หมดแล้วสินะ?" คินน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างน่าขนลุก "ระ... ใช่แล้วโว้ย! มีปัญญาซื้อคืนไหมล่ะไอ้ถังแตก!" ประวิทย์ตะคอกกลบเกลื่อนความกลัว คินน์หยิบสมาร์ทโฟนราคาถูกของตัวเองขึ้นมา กดหน้าจอไม่กี่ครั้งก่อนจะโยนโทรศัพท์เครื่องนั้นลงบนโต๊ะตรงหน้าประวิทย์ หน้าจอสว่างวาบแสดงข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารกลางและโฉนดที่ดินดิจิทัลระดับพรีเมียม [โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารพาณิชย์โซน A ทั้งหมดสำเร็จ!] [ยอดเงินหักบัญชี: 150,000,000 บาท] คินน์โน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูของประวิทย์ที่ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่สะท้านไปถึงขั้วหัวใจ "ตึกนี้... ผมเพิ่งกดซื้อเมื่อกี้เองครับ ประวิทย์... คุณต่างหากล่ะที่กำลังบุกรุก 'บ้านของผม' เชิญไสหัวออกไปก่อนที่ผมจะแจ้งข้อหาจับกุมหมาแถวนี้" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%