มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด•ตอนที่ 3

กฎข้อที่ 1: อย่าทำลูกค้าโกรธ

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ถ้าแกทำเมนบอร์ดเครื่องนี้พังอีกตัวเดียว เตรียมตัวไปนอนคุยกับรากม่วงหลังร้านได้เลยไอ้คุณชายถังแตก!" เสียงตวาดแว้ดพร้อมกับแรงกระแทกไขควงลงบนโต๊ะทำงานไม้สนเก่าๆ จนเครื่องมือช่างสั่นสะเทือน เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับเรดโค้ดที่ทำให้ผม—คินน์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทไอเดียระดับพันล้าน—ต้องสะดุ้งสุดตัวจนเกือบทำหัวแร้งบัดกรีร้อนจี๋ร่วงหล่นใส่กางเกงยีนส์ราคาถูกที่ฟ้าใสเพิ่งซื้อให้จากตลาดนัด ผมเหลือบมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เกมingสเปกมหาโหดมูลค่าหลักแสนบาทที่นอนแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะเหลือบมองใบหน้าบึ้งตึงของฟ้าใส สาวห้าวเจ้าของร้าน "ฟ้าใสไอที" ที่ตอนนี้กำลังกอดอกจ้องเขม็งราวกับเสือสาวพร้อมขย้ำเหยื่อ ดวงตากลมโตคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธกริ้วจนผมนึกหวั่นใจ นี่คือบททดสอบวันที่สามภายใต้ "ระบบคนยากจน" ที่พระเจ้า (หรือระบบบ้าบอคอแตกอะไรสักอย่าง) ยัดเยียดให้ผมต้องมาใช้ชีวิตหาเช้ากินค่ำ แถมยังต้องมาเป็นลูกมือฝึกหัดซ่อมคอมพิวเตอร์ให้ยายสาวปากจัดคนนี้เพื่อแลกกับค่าแรงวันละสามร้อยบาท! จากที่เคยสั่งซื้อตึกระฟ้าได้ด้วยปลายนิ้ว ตอนนี้ผมกลับต้องมานั่งลุ้นระทึกว่าตะกั่วบัดกรีจะเชื่อมติดขาไอซีหรือจะหยดลงไปช็อตให้เมนบอร์ดไหม้เป็นจุล "ใจเย็นก่อนสครับคุณฟ้าใส เมนบอร์ดตัวนี้มันมีความซับซ้อนเชิงโครงสร้างระดับไมโครสถาปัตยกรรม การที่ผมจะถอดชิปเซ็ตออกมาเปลี่ยนโดยไม่ให้ลายวงจรเสียหาย มันต้องอาศัยสมาธิและ... อ๊ะ!" พรวด! เพราะความลนลานและคำขู่ของเธอ ทำให้มือของผมที่กำลังคีบแหนบเหล็กเกิดสั่นระริก ปลายแหนบเจ้ากรรมดันไปเฉี่ยวเข้ากับตัวเก็บประจุไฟฟ้าบนเมนบอร์ดจนเกิดประกายไฟ "เปรี๊ยะ!" เล็กๆ พร้อมกับควันสีขาวจางๆ ที่ลอยขึ้นมาแตะจมูก เงียบกริบ... บรรยากาศภายในร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ขนาดคูหาเดียวพลันเย็นยะเยือกราวกับถูกแช่แข็งในขั้วโลกใต้ ฟ้าใสเบิกตากว้างจนแทบจะถלนออกมานอกเบ้า เธอก้มลงมองควันบางๆ ที่ลอยกรุ่นจากซากเมนบอร์ดมูลค่าครึ่งแสน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสายตาที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก "คะ... คินน์..." เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความเหลืออด "นั่น... เมนบอร์ดของลูกค้าระดับ VIP นะโว้ย! ลูกค้าคนนี้คือนักสตรีมเมอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามเป็นล้าน ถ้าเครื่องนี้พังแล้วกู้ข้อมูลสตรีมเกมไม่ได้ ฉันต้องเอาเงินเก็บทั้งชีวิตชดใช้ให้เขา แถมชื่อเสียงร้านฉันก็ป่นปี้หมดสิไอ้บ้าเอ๊ย!" ฟ้าใสคว้าไม้บรรทัดเหล็กบนโต๊ะขึ้นมาทำท่าจะฟาดหัวผมจริงๆ ผมรีบยกมือขึ้นปัดป้องตามสัญชาตญาณอดีต CEO ที่ต้องเอาตัวรอดจากบอร์ดบริหารจอมเคี่ยว "เดี๋ยวก่อนครับ! ฟังผมอธิบายก่อน! มันยังไม่พังสนิทหรอก แค่ช็อตภาคจ่ายไฟเบื้องต้น ผมซ่อมได้!" "ซ่อมบ้านแกสิ! ควันขึ้นขนาดนั้นชิปเซ็ตไหม้เกรียมไปถึงชาติหน้าแล้ว!" ฟ้าใสแยกเขี้ยวใส่ด้วยความโกรธจัด นิ้วเรียวยาวชี้หน้าผมสั่นระริก "นายมันตัวซวยจริงๆ! ตั้งแต่นายก้าวเท้าเข้ามาในร้านนี้ ฉันยังไม่ได้กำไรสักบาท มีแต่เสียเงินกับเสียประสาท! ไสหัวออกไปจากร้านฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! ออกไป!" ประตูกระจกหน้าร้านถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของชายหนุ่มร่างยักษ์ในชุดเสื้อฮู้ดสีดำ สวมแว่นตากลมโต ท่าทางหัวเสียสุดขีด เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาหยุดตรงหน้าเคาน์เตอร์ด้วยใบหน้าถมึงทึง "นี่! ร้านเธอนี่มันยังไงวะ คอมของฉันเอามาซ่อมตั้งแต่เมื่อวาน บอกว่าบ่ายนี้เสร็จ นี่มันกี่โมงแล้ว? แล้วทำไมฉันเห็นควันลอยออกมาจากหลังร้านวะ หรือว่าพวกเธอทำคอมฉันพัง!" ลูกค้าระดับ VIP ตัวจริงเสียงจริงก้าวเข้ามาประจันหน้าแล้วครับ สถานการณ์ตรงหน้าตึงเครียดเสียยิ่งกว่าการเจรจาควบรวมกิจการมูลค่าหมื่นล้านเสียอีก ฟ้าใสหน้าซีดเผือด รีบวางไม้บรรทัดลงแล้วปั้นหน้ายิ้มแห้งๆ ออกมาต้อนรับลูกค้าด้วยความจำยอม "เอ่อ... คุณกล้าคะ ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ คือว่าทางเรากำลัง..." "ไม่ต้องมาแก้ตัว!" กล้าตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนลำโพงบลูทูธกระเด็น "คอมเครื่องนั้นประกอบมาแสนห้า! ข้อมูลในนั้นมีทั้งคลิปสตรีมสำคัญและงานโปรเจกต์ที่ต้องส่งคืนนี้ ถ้าคอมฉันพังแม้แต่นิดเดียว ฉันฟ้องพวกเธอหมดตัวแน่!" ฟ้าใสถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปพิงชั้นวางของ สายตาที่มองมาทางผมเต็มไปด้วยความตัดพ้อและสิ้นหวัง ในขณะที่ผม—คินน์ อดีตมหาเศรษฐีผู้กุมระบบการเงินไร้ขีดจำกัด—กำลังยืนมองความวุ่นวายทั้งหมดด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ฉายแววเยือกเย็น กฎข้อที่ 1 ของการทำธุรกิจ: อย่าทำให้ลูกค้าโกรธ... แต่สำหรับผมแล้ว มีกฎที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เงินสดแก้ปัญหาได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ ถ้าแก้ไม่ได้ แสดงว่าใช้เงินน้อยเกินไป! ผมก้าวเท้าเข้าไปยืนขวางหน้าฟ้าใสเอาไว้ ชายหนุ่มร่างยักษ์ขมวดคิ้วมองผมด้วยความไม่พอใจ "แกเป็นใครวะไอ้เด็กเสิร์ฟหน้าจืด หลบไป!" ผมไม่ตอบโต้คำดูถูก แต่ควักกระเป๋าเสื้อคลุมหยิบการ์ดสีดำสนิททำจากโลหะไทเทเนียมฝังชิปทองคำแท้—บัตรเครดิตไร้วงงเงิน (Black Card) ที่ระบบเพิ่งปลดล็อกให้ใช้ได้ยามฉุกเฉิน—ขึ้นมาคีบไว้ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง แล้วโยนลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าลูกค้าหนุ่มเสียงดัง "แกร๊ง!" กล้าก้มลงมองการ์ดสีดำสนิทที่มีลวดลายสลักนูนต่ำสะท้อนแสงไฟในร้านอย่างงุนงง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสายตาที่เริ่มเปลี่ยนไป "นี่มัน... บัตร CENTURION ของธนาคาร..." กล้ากลืนน้ำลายลงคออึดใหญ่ เมื่อเห็นโลโก้ธนาคารระดับโลกที่สลักอยู่บนบัตร ผมยกมือขึ้นจัดปกเสื้อยืดราคาถูกของตัวเองให้เข้าที่ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจเด็ดขาด ชนิดที่ทำให้บรรยากาศในร้านเงียบกริบลงทันตาเห็น "คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นพังเพราะความซุ่มซ่ามของผมเองครับ... ดังนั้น ผมขอซื้อต่อร้านนี้ทั้งร้าน รวมถึงคอมพิวเตอร์ของคุณในราคา..." ผมชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว "สิบล้านบาทถ้วน เพื่อเปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่ที่สเปกแรงกว่าเดิมสามเท่า พร้อมจ้างให้คุณกล้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ช่องสตรีมมิ่งของผมตลอดปี" สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งร้านตกอยู่ในความเงียบงันสนั่นหู ฟ้าใสอ้าปากค้างจนแมลงวันแทبيบินเข้าไปทำรัง ส่วนกล้าถึงกับเบิกตากว้างจนแว่นตาแทบหลุดร่วงจากดั้งจมูก มือที่สั่นเทาเอื้อมไปหยิบบัตรไทเทเนียมบนโต๊ะขึ้นมาพิจารณาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากเครื่องรูดบัตรไร้สายบนเคาน์เตอร์ก็ดังขึ้นยาวต่อเนื่อง พร้อมกับไฟสัญญาณสีเขียวที่กะพริบสว่างวาบ... โปรดติดตามตอนต่อไปครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%