"นาย... นายเล่นตลกอะไรเนี่ย คินน์!"
เสียงอุทานของฟ้าใสหลุดลอดออกมาท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่ตีวงลอยลำอยู่เหนืออาคารจัดงาน แว่นตาทรงกลมของเธอเกือบจะหลุดร่วงจากสันจมูกเมื่อแรงลมมหาศาลพัดโหมกระหน่ำเข้ามาจนเส้นผมยาวสลวยปลิวสยายปิดบังใบหน้า ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนหวาดหวั่น ขณะที่เธอกวาดสายตามองฝูงบอดี้การ์ดชุดสูทสีดำสนิทนับสิบชีวิตที่กำลังคุกเข่าเรียงแถวหน้ากระดานอย่างพร้อมเพรียง ราวกับกองทัพทหารอารักขาประมุขแห่งรัฐ
ภาพเบื้องหน้าช่างเหนือความคาดหมาย จนสมองของหญิงสาวหยุดประมวลผลไปชั่วขณะ
ย้อนกลับไปเพียงไม่กี่นาทีที่แล้ว ชายหนุ่มข้างกายเธอ—คนที่เคยนั่งซ่อมคอมพิวเตอร์หน้าดำคร่ำเครียดอยู่ในห้องแคบๆ และถูกคนพวกนี้เหยียดหยามว่าเป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ตกอับ กลับยืนกอดอกด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ดวงตาคมกริบกวาดมองบรรดาเศรษฐีและผู้จัดงานที่กำลังยืนอ้าปากค้างจนแมลงวันแทبيบินเข้าไปได้
"ตลกเหรอครับฟ้าใส?" คินน์หันมาส่งยิ้มมุมปากให้เธอ แววตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความกระวนกระวายใจแม้แต่น้อย มีเพียงความมั่นใจระดับมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมของคนทั้งห้องไว้ในกำมือ "ผมไม่เคยตลกกับเรื่องเงินครับ... โดยเฉพาะเงินที่ผมเป็นคนหามาเอง"
พูดจบ นิ้วเรียวยาวก็คีบบัตรเครดิตสีดำด้านขอบทองคำแท้ที่ปราศจากวงเงินจำกัดเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ เดินนำหน้าฝูงบอดี้การ์ดที่ลุกขึ้นยืนทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง ทิ้งให้เหล่าไฮโซและคู่แข่งทางธุรกิจยืนแข็งทื่อเป็นหินอยู่เบื้องหลัง
บรรยากาศภายในห้องโถงเงียบกริบราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง เสียงรองเท้าหนังราคาแพงของคินน์ที่กระทบกับพื้นหินอ่อนดัง "ก๊อก... ก๊อก..." ก้องกังวาน บ่งบอกถึงอำนาจที่กลับคืนสู่มืออย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ฟ้าใสรีบสาวเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มไปติดๆ ความคิดในหัวเธอล่องลอยสับสน เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความอึดอัดใจ ลึกๆ แล้วเธอยังไม่ชินกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วราวกับรถไฟเหาะตีลังกาแบบนี้ เมื่อวานนี้เขายังต้องมานั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบ่งกันกับเธออยู่เลย แต่วันนี้... เขากลับเรียกเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวมารับราวกับฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวูด
"นี่... นายจะพาฉันไปไหนเนี่ย!" ฟ้าใสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า เมื่อพวกเขาก้าวพ้นประตูกระจกมาสู่ลานจอดดาดฟ้าที่ลมพัดแรงจนต้องยกมือขึ้นมาบังหน้าผาก
คินน์หยุดเดินกะทันหัน จนทำให้ฟ้าใสเกือบจะพุ่งชนแผ่นหลังของเขาเข้าอย่างจัง ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมามองเธอด้วยแววตาที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความเกรี้ยวกราดหรือความเย่อหยิ่งแบบซีอีโอถูกเก็บซ่อนไว้ เหลือเพียงรอยละมุนละไมที่หาดูได้ยาก
"ผมจะพาคุณไปดินเนอร์ครับ" คินน์ตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล แตกต่างจากเมื่อครู่ราวกับคนละคน
"ดินเนอร์? ในสถานการณ์แบบนี้เนี่ยนะ?" ฟ้าใสชี้มือไปยังเฮลิคอปเตอร์ลำยักษ์ที่ยังคงส่งเสียงคำรามกึกก้อง "นายเพิ่งจะเผาเงินไปหลายล้านเพื่อตบหน้าพวกนั้นนะ! แล้วดูสภาพฉันสิ... เสื้อผ้าก็ชุดทำงานธรรมดา หัวฟูยิ่งกว่ารังนก แบบนี้จะให้ฉันไปกินข้าวกับเศรษฐีที่ไหนไกลได้ยังไงเล่า!"
เธอบ่นกระpoudกระpaddตามประสาคนปากร้ายใจดี มือเรียวพยายามจัดแต่งทรงผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเองอย่างลนลาน ท่าทางเงอะงะและน่ารักน่าชังนั้นทำให้คินน์เผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
"สำหรับผมแล้ว... คุณในชุดซ่อมคอมเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องเมื่อวานซืน ก็ยังดูสวยกว่าผู้หญิงทุกคนในงานเมื่อกี้รวมกันเสียอีกครับ"
คำพูดเรียบง่ายแต่จริงใจของคินน์ทำให้ฟ้าใสถึงกับชะงัก ใบหน้านวลเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันทีเพื่อซ่อนความเขินอาย พร้อมกับยกกำปั้นขึ้นทุบแขนแกร่งของเขาเบาๆ
"พูดจาเลี่ยนเป็นบ้า! ใครเขาสอนให้นายหยอดมุกแบบนี้ฮะ คินน์?" เธอกลบเกลื่อนความเขินด้วยการทำเสียงดุ แต่ริมฝีปากกลับแอบอมยิ้มโดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัว
เคมีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วระหว่างทั้งคู่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความยากลำบากที่พวกเขาต้องเผชิญร่วมกันในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา—ตั้งแต่วันที่คินน์ถูกตัดหางปล่อยวัด ไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว จนกระทั่งฟ้าใสยอมให้เขามาอาศัยกินนอนที่ร้านซ่อมคอมฯ โทรมๆ—ได้หลอมรวมความรู้สึกบางอย่างให้ผูกพันกันลึกซึ้งยิ่งกว่าคำว่า "เจ้านายกับลูกจ้าง" หรือแม้แต่ "คู่หมั้น" ตามสัญญาตระกูล
หัวหน้าบอดี้การ์ดร่างยักษ์ก้าวเข้ามาโค้งคำนับอย่างนอบน้อม พร้อมกับผายมือเชิญทั้งสองคนขึ้นสู่ห้องโดยสารสุดหรูภายในเฮลิคอปเตอร์
คินน์ผายมือให้หญิงสาวก้าวขึ้นไปก่อนอย่างเป็นสุภาพบุรุษ ฟ้าใสลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังแท้หนานุ่มที่ให้ความรู้สึกสบายอย่างเหลือเชื่อ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมปรับอากาศราคาแพงผสมผสานกับบรรยากาศที่เงียบสงบภายในห้องโดยสารทำให้ความตึงเครียดทั้งหมดค่อยๆ มลายหายไป
เมื่อคินน์ก้าวตามขึ้นมานั่งเคียงข้าง ประตูห้องโดยสารก็ปิดสนิทลง ตัดขาดจากเสียงรบกวนภายนอก เฮลิคอปเตอร์ค่อยๆ ลอยตัวขึ้นสู่น่านฟ้ายามค่ำคืนอย่างนุ่มนวล เบื้องล่างคือแสงไฟระยิบระยับของมหานครที่ทอดยาวสุดสายตา
ฟ้าใสทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใส ความเงียบสงบภายในห้องโดยสารทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก มือเรียวประสานกันไว้ที่ตักโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่เธอจะเหลือบตาขึ้นมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ
ในแสงไฟสลัวจากแผงควบคุม คินน์กำลังนั่งกอดอกหลับตาพักผ่อน ใบหน้าด้านข้างของเขาคมคายและดูจริงจัง แต่ที่มุมปากยังมีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่ มือหนาข้างหนึ่งวางอยู่บนเบาะใกล้กับมือของเธอ
หัวใจของฟ้าใสเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง เธอลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมือของตัวเองไปวางทابใกล้กับมือของเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ทันใดนั้นเอง คินน์ก็ลืมตาขึ้นช้าๆ เขาสบตาเธอนิ่ง รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะพลิกมือขึ้นมาแล้วกุมมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยความอบอุ่น
"ขอบคุณนะครับ... ที่ไม่เคยทิ้งผมไปไหนเลย" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ
ฟ้าใสเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิด เธอก้มหน้ามองต่ำเพื่อซ่อนความเขินอาย พร้อมกับตอบกลับด้วยน้ำเสียงอุบอิบในลำคอ "ใคร... ใครบอกว่าฉันไม่ทิ้ง ฉันแค่รอเก็บเงินค่าซ่อมคอมจากนายต่างหากล่ะ..."
คินน์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี บรรยากาศอบอวลไปด้วยความหวานที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายของโลกภายนอก
ทว่า... ความสุขสงบนั้นอยู่ได้ไม่นาน
เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินดัง "ปิ๊ป... ปิ๊ป..." แหลมสูงแผดเสียงก้องไปทั่วห้องโดยสาร หน้าจอเรดาร์นำทางตรงหน้ากัปตันกะพริบเป็นแสงสีแดงฉาน บ่งบอกถึงความผิดปกติบางอย่างที่กำลังพุ่งตรงมายังเฮลิคอปเตอร์ของพวกเขาด้วยความเร็วสูง!
กัปตันผู้ควบคุมเครื่องหันมาตะโกนเสียงหลงผ่านช่องกระจกกั้นด้วยใบซีดเผือด "ท่านครับ! มีอากาศยานไม่ทราบฝ่ายกำลังล็อกเป้าหมายมาที่เรา... และ... และพวกมันกำลังยิงมิสซายล์เตือนเข้ามาครับ!"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอด หวังว่าจะสนุกและมีความสุขกับตอนนี้นะครับ
มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด•ตอนที่ 11
จุดเปลี่ยนที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!