มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด•ตอนที่ 16

คอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่รัก

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ถ้าแกซ่อมคอมพิวเตอร์เครื่องนี้พังนะคินน์ ฉันจะจับแกแขวนหัวกลับท้องฟ้า แล้วเอาสายแลนฟาดก้นสามวันสามคืนไม่ให้หยุดเลย!" เสียงตวาดแว้ดของฟ้าใสลั่นร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ขนาดคูหาเดียว ดังทะลุกรอบหน้าต่างออกไปจนแมวสามสีหน้าร้านสะดุ้งโหยงกระโดดหนีขึ้นหลังคา ชายหนุ่มผู้ถูกขู่ประหารชีวิตด้วยสายแลนอย่างคินน์—อดีตมหาเศรษฐีพันล้านผู้เคยนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้หนังแท้ราคาหลักล้าน—ตอนนี้กลับสวมผ้ากันเปื้อนลายเป็ดน้อยสีเหลืองอ๋อย นั่งยองๆ อยู่หน้าโต๊ะทำงานรกๆ มือข้างหนึ่งถือไขควงแม่เหล็กขนาดจิ๋ว ส่วนมืออีกข้างคีบแผงวงจรเมนบอร์ดโบราณที่ฝุ่นเกาะหนาเตอะราวกับขุดพบมาจากยุคหิน "ใจเย็นก่อนสิครับคุณฟ้าใส เมนบอร์ดรุ่นตำนาน Socket 478 ตัวนี้มันมีอายุอานามเก่าแก่กว่าความรักครั้งแรกของผมเสียอีก การจะรื้อฟื้นคืนชีพมันขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่แค่ใช้ฝีมืออย่างเดียว แต่มันต้องใช้ 'ความรัก' และ 'เงินในบัญชี' ที่ผมมีอย่างล้นเหลือด้วยครับ" คินน์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกริบกวาดมองผ่านเลนส์แว่นสายตาพลาสติกราคาถูกอย่างพินิจพิจารณา ฟ้าใสยืนกอดอก ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหงุดหงิดระคนเป็นห่วง คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ธรรมดา แต่มันคือ "คอมพิวเตอร์เครื่องแรก" ที่พ่อผู้ล่วงลับประกอบให้เธอใช้ตั้งแต่สมัยเด็ก บนฮาร์ดดิสก์ลูกเก่าคร่ำครึนั้น บรรจุรูปถ่าย ภาพวาด และเสียงหัวสุดท้ายของพ่อที่เธอเก็บรักษาไว้ด้วยชีวิต เมื่อสัปดาห์ก่อนมันเกิดช็อตดับสนิทเพราะฟ้าผ่าลงใกล้บ้าน ร้านซ่อมทั่วไปต่างส่ายหน้าบอกว่า "หมดทางเยียวยา ซากพลาสติกพวกนี้โยนทิ้งขยะเถอะครับ" แต่คินน์... ผู้ชายที่เคยหยิ่งผยองจนน่าหมั่นไส้ในวันแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาในร้าน กลับเอ่ยปากอาสาซ่อมมันให้ด้วยแววตาที่จริงจังจนน่าประหลาดใจ "ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะคินน์ ถ้ามันกู้ข้อมูลกลับมาไม่ได้ แกเตรียมตัวโบกมือลาประเทศไทยได้เลย" ฟ้าใสขู่ซ้ำพลንกัดริมฝีปากแน่น ความกังวลฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่สวยที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความเกรี้ยวกราดตามนิสัย คินน์ไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่หัวเราะในลำคอเบาๆ บรรยากาศรอบตัวของอดีตซีอีโอหนุ่มเปลี่ยนไปในพริบตา นิ้วเรียวยาวที่เคยเซ็นเชอร์มูลค่ามหาศาล บัดนี้กลับขยับคล่องแคล่วว่องไวราวกับศัลยแพทย์กำลังผ่าตัดหัวใจผู้ป่วยวิกฤต หัวแร้งบัดกรีปลายเรียวถูกจี้ลงบนจุดเชื่อมต่อลายวงจรที่ขาดสะบั้นอย่างแม่นยำ ทุกย่างก้าวของการทำงานเต็มไปด้วยความสุขุมและเด็ดเดี่ยว จนฟ้าใสที่ยืนมองอยู่เงียบๆ ถึงกับเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ทดสอบที่เชื่อมต่ออยู่ดังขึ้นเบาๆ แถบโหลดข้อมูลกู้คืนพาร์ทิชันระบบปฏิบัติการเก่าแก่พุ่งพรวดจากศูนย์เปอร์เซ็นต์ทะยานสู่ร้อยเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่ถึงสามวินาที! หน้าจอสีดำทะมึนของระบบปฏิบัติการวินโดวส์รุ่นโบราณปรากฏขึ้น พร้อมกับเสียงเพลงบรรเลงต้อนรับอันคุ้นเคยที่ดังแตกพร่าเล็กน้อยตามกาลเวลา แต่สำหรับฟ้าใสแล้ว เสียงนั้นไพเราะยิ่งกว่าเสียงดนตรีจากวงออเคสตราใดๆ ในโลก โฟลเดอร์ภาพถ่ายเก่าๆ ชื่อ "ครอบครัวสุขสันต์" ปรากฏเด่นหลาอยู่บนหน้าจอเดสก์ท็อป ฟ้าใสโผเข้าใส่โต๊ะทำงานอย่างลืมตัว สองมือบางสั่นเทาระริกเมื่อคลิกเปิดเข้าไปดูรูปถ่ายวัยเด็กของเธอกับพ่อที่ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาคู่สวยก่อนจะร่วงหล่นลงกระทบหลังมืออย่างห้ามไม่อยู่ "พ่อ..." ฟ้าใสพึมพำเสียงสั่นเครือ หันไปมองหน้าคินน์ด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนพูดไม่ออก เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาป้อยๆ พยายามรักษาฟอร์มสาวห้าวแต่ริมฝีปากกลับสั่นระริก คินน์วางไขควงลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล เขาหยิบกระดาษทิชชูส่งให้หญิงสาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้มอบอุ่นที่หาดูได้ยาก "เห็นไหมครับ ผมบอกแล้วว่าไว้ใจผมได้ มือระดับอดีตผู้บริหารที่เคยบริหารเงินสะพัดหลักหมื่นล้าน การกู้ข้อมูลฮาร์ดดิสก์ตัวนี้ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตผมเลยทีเดียว" "ไอ้คนบ้า..." ฟ้าใสรับทิชชูมาเช็ดหน้าเช็ดตาแก้เขิน ก่อนจะทุบไหล่กว้างของคินน์เข้าให้เต็มแรงหนึ่งที "ทำมาเป็นพูดจาเท่... ขอบใจนะคินน์ แกนี่มัน... ใช้ได้เหมือนกันนี่หว่า" "แค่ใช้ได้เองเหรอครับ? อย่างผมนี่ต้องเรียกว่า 'สามีแห่งชาติ' ในอนาคตต่างหากล่ะ" คินน์หยอดมุกหน้าตายตามนิสัยเดิม เรียกเสียงหัวเราะปนค้อนควับจากปากของฟ้าใสได้ทันที บรรยากาศภายในร้านกลับมาอบอวลไปด้วยความสุขและความโล่งอก ทว่า ความสุขมักอยู่ได้ไม่นาน... ปัง! เสียงถีบประตูกระจกหน้าร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ดังสนั่นหวั่นไหว จนกระจกเกือบแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ร่างหนาของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทสามคนก้าวเข้ามาด้านในอย่างคุกคาม ตามด้วยชายวัยกลางคนสวมแหวนเพชรเม็ดโตที่นิ้วก้อย เดินยิ้มเยาะเย้ยเข้ามาด้วยท่าทางกร่างสุดขีด "โอ้โฮ เปิดร้านซ่อมคอมกระจอกๆ แบบนี้ แต่มีปัญญาจ้างผู้ชายหน้าตาดีมานั่งเฝ้าด้วยเหรอวะนังฟ้าใส?" เสียงทุ้มต่ำและเย้ยหยันดังขึ้นจากปากของ "เสี่ยเฮง" เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบผู้ทรงอิทธิพลประจำย่านนี้ ฟ้าใสหน้าถอดสีทันที เธอก้าวเข้ามาขวางหน้าคินน์ไว้โดยสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตฉายแววหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด "เสี่ยเฮง! คุณเข้ามาในร้านฉันได้ยังไง หนี้ของฉันฉันบอกแล้วไงว่ากำลังหามาคืนให้อยู่!" "หา? หาจากไหนวะ? ดอกเบี้ยมันงอกเงยไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ถ้านังเด็กอย่างแกไม่มีเงินสดก้อนโตมาจ่ายวันนี้ ร้านคอมฯ รกๆ เครื่องนี้ รวมถึงที่ดินตรงนี้ทั้งหมด จะต้องถูกยึดไปเป็นของฉัน!" เสี่ยเฮงหัวเราะลั่นอย่างสะใจ พร้อมกับลูกน้องร่างยักษ์ที่เดินประกบล้อมหน้าล้อมหลังราวกับจะเข้ามาพังร้านให้ราบคาบ คินน์ที่ยืนอยู่ด้านหลังค่อยๆ ขยับตัวขึ้นช้าๆ เขาถอดผ้ากันเปื้อนลายเป็ดน้อยออกพับวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย รอยยิ้มทะเล้นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยแววตาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกที่ทำเอาเสี่ยเฮงถึงกับชะงักกึกโดยไม่รู้สาเหตุ ชายหนุ่มหยิบสมาร์ทโฟนราคาแพงระยับออกจากกระเป๋าเสื้อ กดโทรออกด้วยมือเพียงข้างเดียว น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นก้องร้าน "เลขาถัง... จัดการโอนเงินสดสำรองฉุกเฉินเข้าบัญชีส่วนตัวผมห้าร้อยล้าน แล้วก็... ส่งทีมทนายความส่วนตัวพร้อมตำรวจกองปราบปรามมาที่ร้านซ่อมคอมฯ แถวถนนเจริญกรุงเดี๋ยวนี้ มีพวกเศษสวะกำลังจะมาพังร้านของ 'ว่าที่ภรรยา' ผมครับ" เสี่ยเฮงอ้าปากค้าง หัวเราะออกมาแห้งๆ ด้วยความขบขัน "โฮะๆๆ ไอ้หนุ่มนี่ท่าจะเพ้อเจ้อหนัก คิดว่าตัวเองเป็นมหาเศรษฐีมาจากไหนวะ ถึงกล้าสั่ง...!" ยังไม่ทันที่เสี่ยเฮงจะพูดจบประโยค เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์สกรีนโลโก้บริษัทระดับโลกก็บินต่ำคำรามก้องฟ้า เสียงใบพัดตีลมแรงจนฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณหน้าร้าน พร้อมกับเสียงไซเรนรถตำรวจไม่ต่ำกว่าห้าคันที่ขับพุ่งเข้ามาปิดล้อมถนนทุกด้านอย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวเราะไปกับความป่วนของพ่อหนุ่มอดีตเศรษฐีเปย์ไม่อั้นคนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%