มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด•ตอนที่ 17

สายลับในร้านซ่อม

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"คุณคินน์... หยุดมือเถอะครับ ผมขอร้อง เลิกซ่อมคอมพิวเตอร์เครื่องนี้เถอะครับ มันจะระเบิดอยู่แล้ว!" เสียงร้องโหยหวนของ 'สมชาย' ลูกน้องเก่าแกมสายลับจำเป็น ดังลั่นร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ขนาดคูหาเดียว บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นตะกั่วบัดกรี กลิ่นกาแฟกระป๋องราคาประหยัด และความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบจะใช้มือจับต้องได้ คินน์ อดีตมหาเศรษฐีพันล้านผู้กำลังกุมชะตากรรมของโลกธุรกิจในปัจจุบัน (แม้ในกระเป๋าตอนนี้จะมีเงินสดอยู่แค่แปดร้อยบาทก็ตาม) กำลังใช้ไขควงปากแบนขนาดจิ๋วเขี่ยแผงวงจรเมนบอร์ดด้วยสายตานิ่งสนิท เขาไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับคำเตือนของสมชายแม้แต่น้อย มุมปากของชายหนุ่มหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้คู่ต่อสู้หนสันหลังวาบมานักต่อนักแล้ว "ระเบิดเหรอ สมชาย?" คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก ทว่าเยือกเย็นจนน่าขนลุก "สิ่งที่กำลังจะระเบิดไม่ใช่คอมพิวเตอร์เครื่องนี้หรอก... แต่มันคือความอดทนของผมต่างหาก" กริ๊ก! เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ คินน์ใช้ปลายไขควงคีบวัตถุชิ้นจิ๋วสีดำสนิทออกมาจากช่องระบายอากาศของพัดลมซีพียู มันคือกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋ว (Micro IP Camera) เลนส์รูเข็มที่กำลังกะพริบไฟสีแดงเรืองรองเบาๆ ส่งสัญญาณภาพและเสียงตรงไปยังปลายทางอย่างเงียบเชียบ ฟ้าใส สาวห้าวเจ้าของร้านซ่อมคอมฯ ที่ยืนกอดอกพิงชั้นวางอะไหล่มาโดยตลอด ถึงกับเบิกตากว้างจนแทบถลน เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด มือเรียวบางเอื้อมไปคว้าประแจเลื่อนขึ้นมาถือไว้โดยอัตโนมัติ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างเพรียวบางของเธอทันที "ไอ้สารเลวหน้าไหนมันกล้ามาติดกล้องสอดแนมในอาณาจักรของฉัน!" ฟ้าใสคำรามลอดไรฟัน เสียงของเธอเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "นี่มันล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัว ร้านฉันไม่ใช่โรงแรมม่านรูดนะฟะ ถึงจะแอบมาติดกล้องซ่อนแอบแบบนี้!" "ใจเย็นก่อนครับฟ้าใส การใช้อารมณ์ไม่เคยแก้ปัญหาได้... ยกเว้นแต่ว่าเราจะใช้เงินแก้ปัญหา ซึ่งผมถนัดกว่า" คินน์กล่าวด้วยท่าทีสุขุม เขาหยิบกล้องจิ๋วนั้นขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างใช้ความคิด "ดูงานประกอบสิครับ งานเนียนระดับนี้ เลนส์เกรดทหาร ปรับมุมมองอัตโนมัติผ่านคลื่นความถี่วิทยุ... คนธรรมดาไม่มีทางซื้อมาติดเล่นแน่ๆ มันต้องเป็นมืออาชีพ หรือไม่ก็... คนที่รู้จักเราดี" สมชายกลืนน้ำลายลงคอieตดังเอื๊อก เขารีบก้าวถอยหลังไปชนกองลังปรินเตอร์เก่าจนเกิดเสียงดังโครมคราม "คุณคินน์... หรือว่าจะเป็นคนของตระกูลสาขาใหญ่? พวกมันส่งคนมาสอดส่องความเคลื่อนไหวของคุณตอนที่กำลังตกอับงั้นเหรอครับ?" "ตระกูลสาขาใหญ่เหรอ?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจที่ยังหลงเหลืออยู่ในจิตวิญญาณ "พวกมันโง่เกินกว่าจะคิดแผนแยบยลขนาดนี้ พวกนั้นเก่งแต่ใช้เงินฟาดหัวคนอื่น ไม่เคยเข้าใจศิลปะของการสอดแนมหรอดยกเว้น... จะมี 'หนูสกปรก' คอยชี้ทางให้" บรรยากาศในร้านซ่อมคอมพิวเตอร์แคบๆ กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ฟ้าใสขยับเข้ามาใกล้คินน์โดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กปะทะเข้ากับจมูกของชายหนุ่ม แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่หัวใจของอดีตมหาเศรษฐีกลับเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาที่เป็นห่วงเป็นใยจากหญิงสาว "แล้วเราจะทำยังไงต่อล่ะคินน์?" ฟ้าใสถามเสียงเครียด ดวงตากลมโตจ้องมองกล้องจิ๋วในมือของชายหนุ่ม "ปล่อยให้มันส่งสัญญาณต่อไป หรือจะเอาค้อนทุบให้เละแล้วโยนลงถังขยะ?" "ทุบทิ้งมันง่ายเกินไปครับฟ้าใส..." คินน์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้สมชายรู้สึกเสียวสันหลังวาบราวกับกำลังยืนอยู่บนปากเหวลึก "ในเมื่อพวกมันอยากเห็นนักว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ในร้านซ่อมคอมฯ จนๆ แห่งนี้... เราก็ควรจะ 'จัดแสดง' ให้พวกมันดูแบบสوูดอลังการไปเลยสิครับ" ชายหนุ่มหยิบสมาร์ตโฟนราคาถูกของตนขึ้นมา นิ้วเรียวยาวกดเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi เข้ากับกล้องตัวจิ๋วอย่างรวดเร็วด้วยความเชี่ยวชาญระดับแฮกเกอร์มือพระกาฬ สมชายถึงกับอ้าปากค้าง ตาโตเป็นไข่ห่าน "คะ... คุณคินน์ เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย? ทำไมคุณถึงแฮกเข้าระบบของมันได้ง่ายดายขนาดนั้น?" สมชายอุทานเสียงหลง "ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ผมเคยแฮกเข้าระบบเพนตากอนเล่นแก้เบื่อก่อนนอนน่ะครับ สมชาย... แค่กล้องวงจรปิดราคาถูกนี่ มันง่ายเสียยิ่งกว่าการปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก" คินน์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับเรื่องที่พูดเป็นแค่เรื่องดินฟ้าอากาศ บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ปรากฏภาพวิดีโอแบบเรียลไทม์ที่กำลังส่งตรงไปยังไอพีแอดเดรสปริศนาแห่งหนึ่ง พิกัดระบุชัดเจนว่าสัญญาณนี้ถูกส่งไปยังโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวใจกลางเมือง ซึ่งเป็นรังของคู่ปรับตลอดกาลของเขา ฟ้าใสชะโงกหน้าเข้ามาดูร่วมกับคินน์ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้รอดูกล้องตัวนี้อยู่ "นั่นมัน... ท่านประธานกิตติชัยไม่ใช่เหรอ!" ฟ้าใสอุทานชื่ออดีตหุ้นส่วนผู้ทรยศออกเสียงดัง "ไอ้แก่ตัณหากลับคนนั้น มันกล้าส่งคนมาสะกดรอยตามนายถึงที่นี่เลยเหรอเนี่ย!" คินน์หรี่ตามองภาพบนหน้าจอ ในห้องสูทหรูหรา กิตติชัยกำลังนั่งจิบไวน์ราคาแพงลิบลิ่วอยู่บนโซฟาหนังแท้ ข้างกายมีเลขาฯ สาวสวยคอยปรนนิบัติพัดวี และบนโต๊ะตรงหน้าพวกมันมีจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่ที่กำลังฉายภาพภายในร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ของฟ้าใสอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง "หึ... คิดว่าฉันตกอับแล้วจะเป็นลูกไก่ในกำมือของแกสินะ กิตติชัย" คินน์พึมพำเบาๆ น้ำเสียงของเขาทรงพลังและกดดันจนสมชายต้องยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความเครียด "คุณคินน์ครับ รีบหนีเถอะครับ! ถ้าพวกมันรู้ว่าเราจับไต๋ได้แล้ว มันต้องส่งมือฆ่ามาเก็บเราแน่ๆ ร้านนี้ไม่ปลอดภัยแล้ว!" สมชายเขย่าแขนคินน์ด้วยความตื่นตระหนก ทว่า คินน์กลับสะบัดแขนออกเบาๆ อย่างใจเย็น เขายกยิ้มมุมปากขึ้นอีกครั้ง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและอำนาจล้นเหลือที่พร้อมจะระเบิดออกมา "หนีเหรอครับสมชาย? คำว่า 'หนี' ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของคินน์คนนี้... ในเมื่อพวกมันอยากดูนัก เราก็มา 'แสดงละครสัตว์' ให้พวกมันดูสักฉากเถอะครับ" คินน์หันไปสบตากับฟ้าใส สายตาทั้งคู่ประสานกันอย่างรู้ใจ สาวห้าวพยักหน้ารับเบาๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าสวยคมทันที ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้เลนส์กล้องจิ๋วในมือ ดวงตาคมกริบจ้องทะลุผ่านเลนส์ตรงไปยังปลายทางที่กำลังนั่งจิบไวน์รอชมความพินาศของเขาอย่างสบายใจ "สวัสดีครับ ท่านประธานกิตติชัย..." คินน์เอ่ยทักทายผ่านกล้องด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก ชัดถ้อยชัดคำ และทรงพลังเสียจนคนที่อยู่ปลายทางในโรงแรมหรูต้องสำลักไวน์ออกมาพรวดใหญ่ ณ โรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว กิตติชัยสะดุ้งสุดตัว ทำแก้วไวน์หลุดมือร่วงลงมาแตกกระจายบนพรมราคาแพง หน้าตาของเฒ่าเจ้าเล่ห์ซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นภาพในจอโปรเจกต์เตอร์ขยายใหญ่ขึ้น และใบหน้าของคินน์ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน "มะ... เป็นไปได้ยังไง! มันจับตัวกล้องได้แล้วเหรอ!" กิตติชัยผุดลุกขึ้นจากโซฟาด้วยความตกใจขีดสุด ขาสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ และในวินาทีนั้นเอง ที่หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ในห้องสูทหรูของกิตติชัยก็ปรากฏข้อความตัวอักษรสีแดงฉานขึ้นมาทีละตัว... [ระบบการเงินระดับพระเจ้า: กำลังทำธุรกรรม...] [เป้าหมาย: กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทกิตติชัยกรุ๊ป 100%] [วงเงินคงเหลือ: ไม่จำกัด (Unlimited)] กิตติชัยเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า เมื่อเสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนของเขารัวกระหน่ำติดต่อกันไม่ยั้งราวกับเสียงปืนกลกลองรบ และข้อความจากธนาคารหลักก็เด้งขึ้นมาพร้อมกัน... [แจ้งเตือน: ท่านได้ถูกปลดจากการเป็นประธานบริษัทเรียบร้อยแล้ว หุ้นทั้งหมดถูกโอนสิทธิ์ไปยัง 'คุณคินน์' เป็นที่เรียบร้อย] ร่างท้วมของกิตติชัยทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมอย่างไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่เสียงหัวเราะทุ้มต่ำและเยือกเย็นของคินน์ดังลอดออกมาจากลำโพงกล้องวงจรปิดตัวจิ๋วในร้านซ่อมคอมฯ ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องสูทหรู "ยินดีด้วยนะครับกิตติชัย... ตอนนี้ คุณกลายเป็นคนตกอับของจริงแล้วล่ะครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความเจ้าเล่ห์ของพ่อหนุ่มอดีตเศรษฐีคนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามผลงานของ "ฮาไม่จำกัด" แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%