"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของแก... ภาคิน"
เสียงประโยคทุ้มต่ำจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเคสเหล็กเก่าคร่ำครึดังสะท้อนก้องในห้องซ่อมคอมพิวเตอร์ขนาดสามคูณสี่เมตร กลิ่นอับของตะกั่วบัดกรีและฝุ่นผงอิเล็กทรอนิกส์ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นกาแฟดำที่ฟ้าใสเพิ่งชงวางไว้บนโต๊ะทำงานเมื่อสิบนาทีที่แล้ว
คินน์หรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวที่เคยแต่จรดปากกาเซ็นเช็คหมื่นล้านกำลังเคาะเบาๆ บนโต๊ะไม้สนอย่างใช้ความคิด หน้าจอสีฟ้าสว่างวาบสะท้อนแววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า แต่ทว่า... ประกายความเยือกเย็นและความเจ้าเล่ห์แบบนักธุรกิจเคี่ยวลากดินได้กลับคืนมาครบถ้วนแล้ว
"เจออะไรเข้าล่ะพ่ออดีตท่านประธาน ทำหน้าเหมือนเห็นผีกลางวันแสกๆ แบบนั้น"
ฟ้าใสเดินถือประแจเลื่อนเบอร์สิบเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างหลัง ชะเง้อมองหน้าจอที่มีโค้ดภาษาโปรแกรมวิ่งผ่านพรึบพพรัปราวกับสายฝนในเดอะเมทริกซ์ เธอขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยขัดจังหวะอะไร เพราะแววตาของคินน์ในตอนนี้มันไม่ใช่สายตาของไอ้หนุ่มตกอับที่ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อมาม่าถ้วยที่สองอีกต่อไปแล้ว
"ไม่ใช่ผีครับ... แต่เป็นซากศพที่ผมอุตส่าห์ฝังกลบไว้อย่างดีเมื่อสามปีก่อนต่างหาก" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกจนฟ้าใสต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ภาคินคือชายหนุ่มผู้กุมอาณาจักรซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ เป็นมหาเศรษฐีพันล้านที่ใช้ชีวิตอยู่บนหอคอยงาช้าง จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ล้มละลายฉับพลันจากระบบการเงินถูกแฮกและถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจที่สุด ทรัพย์สินทั้งหมดถูกอายัด ระบบชีวิตถูกรีเซ็ตให้กลายเป็นศูนย์ จนต้องมานั่งซ่อมคอมแลกข้าวแกงประทังชีวิตร่วมกับฟ้าใสในตึกแถวโทรมๆ แห่งนี้
แต่ใครจะคาดคิดว่า... เบาะแสชิ้นสำคัญที่จะกระชากหน้ากากไอ้คนที่มันฮุบเงินสามหมื่นล้านไปจากมือเขา จะซ่อนอยู่ในฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ลูกค้ารายย่อย ที่ยกมาให้ฟ้าใสซ่อมเพราะอาการเปิดไม่ติด!
"เครื่องนี้ของใครนะครับฟ้าใส" คินน์เงยหน้าขึ้นสบตา หันไปถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงจริงจังจนเธอเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว
"เอ่อ... ของนายสมชาย วินิจฉัยกุล พนักงานบัญชีระดับกลางของบริษัท 'ทรัพย์อนันต์ กรุ๊ป' มั้งถ้าจำไม่ผิด เห็นบอกว่าฮาร์ดดิสก์พัง เปิดไม่ติด ข้อมูลข้างในสำคัญมาก อยากให้กู้คืนให้ได้ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม" ฟ้าใสพยายามนึกทบทวนใบรับซ่อมที่วางอยู่บนชั้น
"ทรัพย์อนันต์ กรุ๊ป..." คินน์ทวนชื่อนั้นซ้ำ ชายหนุ่มเหยียดยิ้มเยาะที่มุมปาก "บริษัทลูกของ 'ชัยยุทธ โฮลดิ้ง' สินะ... ช่างบังเอิญเสียจริง หรือว่าสวรรค์จะไม่ได้เมตตาผม แต่ตั้งใจส่งพวกมันมาให้ผมขยี้เล่นกันแน่"
ชัยยุทธ คืออดีตรองประธานบริษัทของเขาเอง... คนที่เคยคุกเข่าร้องขอให้เขาเมตตาเมื่อสิบปีก่อน คนที่คินน์เคยชุบเลี้ยงราวกับน้องชายแท้ๆ แต่กลับแทงข้างหลังจนเขาต้องตกอับกลายมาเป็นยาจกในชั่วข้ามคืน!
คินน์หันกลับไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วมือรัวแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูงราวกับนักเปียโนมืออาชีพ บรรทัดคำสั่งแปลกปลอมถูกดึงออกมาจากเซกเตอร์ที่เสียหายของฮาร์ดดิสก์ มันคือไฟล์บันทึกการทำธุรกรรมย้อนหลัง และที่สำคัญที่สุด... มันคือไฟล์เสียงสนทนาที่ถูกเข้ารหัสลับเอาไว้ แต่สำหรับอดีตอัจฉริยะด้านไอทีอย่างคินน์ การถอดรหัสระดับนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการปอกกล้วยเข้าปาก
*คลิก*
เสียงบันทึกการสนทนาถูกเล่นขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องซ่อมคอมพิวเตอร์
*(เสียงที่ 1 - เสียงของชัยยุทธ)*: "จัดการมันให้เรียบร้อย เอาให้หมดเนื้อหมดตัว อย่าให้มันเหลือแม้แต่บาทเดียว ทรัพย์สินทุกอย่างของบริษัทต้องเป็นชื่อฉัน!"
*(เสียงที่ 2 - เสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ทำให้คินน์ชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบ)*: "วางใจเถอะค่ะท่านชัยยุทธ เรื่องเอกสารโอนหุ้นทั้งหมด ฉันจัดการให้เรียบร้อยตามแผนแล้วค่ะ... อีกอย่าง ภาคินมันโง่เกินกว่าจะรู้ทันพวกเราด้วยซ้ำ"
น้ำเสียงนั้น... น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียม หญิงสาวผู้เป็นทั้งคู่หมั้นที่คินน์รักและทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้... 'ลลิตา'
ฟันกระทบกันจนเกิดเสียงดังกรอด คินน์กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นที่ระเบิดออกมาราวกับลาวาใต้พื้นโลก ความจริงที่ถูกปิดตายมานานนับปีถูกเปิดเผยออกมาในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ แห่งนี้
ไม่ใช่แค่ถูกหักหลังโดยลูกน้องคนสนิท แต่ยังถูกหักหลังโดยผู้หญิงที่เขาเตรียมจะขอแต่งงานด้วยในอีกไม่ถึงสัปดาห์! พวกมันร่วมมือกันสูบเลือดสูบเนื้อบริษัท และถีบเขาลงไปในเหวลึก
"ไอ้... สารเลว..." คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทิ้วด้วยความเดือดดาล
ฟ้าใสที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ แม้จะไม่รู้รายละเอียดลึกซึ้งทั้งหมด แต่เธอก็พอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้ แตะมือลงบนไหล่กว้างของชายหนุ่มเบาๆ เป็นการส่งผ่านความอบอุ่นและความเข้าใจที่ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ มือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักบีบไหล่เขาเบาๆ เพื่อดึงสติ
"นาย... ไม่เป็นไรนะ" เสียงของฟ้าใสอ่อนโยนลงอย่างผิดหูผิดปกติ ไม่มีคำพูดถากถาง ไม่มีรอยยิ้มเยาะเย้ย มีเพียงสายตาที่พร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างเขาไม่ว่าโลกใบนี้จะถล่มลงมาก็ตาม
คินน์สูดลมหายใจเข้าลึก, หลับตาลงเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง... แววตาแห่งความอ่อนแอและความโศกเศร้าได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงรอยยิ้มที่น่ากลัวที่สุด... รอยยิ้มของมหาเศรษฐีผู้กลับมาทวงบัลลังก์!
"ไม่เป็นไรครับฟ้าใส... ขอบคุณมากนะ" คินน์หันมาส่งยิ้มให้เธอ รอยยิ้มที่ทำให้ฟ้าใสถึงกับใจสั่นไหวอย่างประหลาด "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมนี้มากนัก ผมก็จะจัดให้อย่างสาสม"
คินน์เอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องเก่าที่หน้าจอแตกย้อยจากการตกกระแทกเมื่อสัปดาห์ก่อนขึ้นมา เขาไม่ได้กดโทรหาตำรวจ หรือไปร้องเรียนที่ไหน เพราะกฎหมายของคนรวย... มันต้องซื้อด้วยอำนาจเงินเท่านั้น!
นิ้วเรียวกดเบอร์โทรศัพท์ชุดหนึ่ง... เบอร์ที่เขาไม่ได้กดมานานสามปีเต็ม เบอร์ตรงของธนาคารกลางระดับโลก สาขาประเทศไทย
*ตู๊ด... ตู๊ด...*
"สวัสดีครับ ท่านคือลูกค้าระดับแบล็กการ์ด... ภาคิน วรโชติเมธา กรุณายืนยันตัวตนด้วยเสียงครับ" เสียงระบบตอบรับอัตโนมัติอันทรงเกียรติกล่าวขึ้น
คินน์กระตุกยิ้มมุมปาก น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงอำนาจเอמהเอื้อนออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ
"ภาคิน วรโชติเมธา... ยกเลิกสถานะอายัดบัญชีทั้งหมด และโอนเงินสำรองฉุกเฉินเข้าบัญชีส่วนตัวของผมตอนนี้ หนึ่งหมื่นล้านบาทถ้วน!"
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารดังสนั่นหวั่นไหว ตัวเลขศูนย์เก้าตัวปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์หน้าจอแตกๆ นั้น จนแสงไฟสว่างวาบสะท้อนใบหน้าของทั้งคู่
ฟ้าใสอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของคินน์สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งจองหองแบบเดิมกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์แบบ
ก่อนที่คินน์จะหันมามองหน้าเธอ พยักหน้ารับเบาๆ แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของฟ้าใสสูบฉีดพลانพล่าน
"เตรียมตัวเก็บร้านได้แล้วครับฟ้าใส... วันนี้เราจะไปซื้อ 'บริษัท' ของพวกมันคืนกัน... ด้วยเงินสด!"
*กริ๊งงงงงง—!*
เสียงโทรศัพท์พื้นฐานในร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน คินน์ปรายตามองหน้าจอแสดงหมายเลขโทรเข้า เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่เมื่อเขากดรับสาย เสียงปลายสายที่ตื่นตระหนกและหวาดกลัวก็ดังทะลักออกมาทันที
*(เสียงปลายสาย - ชายยุทธ)*: "ฮะ... ฮัลโหล! ท่านประธาน... คะ... คือว่า... หุ้นของบริษัทเรากำลังถูกกว้านซื้ออย่างบ้าคลั่ง! ใครบางคนกำลังเทเงินหมื่นล้านเข้ามาฮุบกิจการของเราแล้วครับท่าน! เขากำลังจะยึดบริษัทเราแล้ว! พวกเราควรทำยังไงดีครับ?!"
คินน์ยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น สายตาคมกริบมองตรงไปยังเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาข้างผนัง ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่เชือดเฉือนจนคนฟังแทบหยุดหายใจ
"ไม่ต้องตกใจไปหรอ... ชายยุทธ" คินน์เว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน "เพราะแก... กำลังจะได้เป็นคนตกงานเร็วกว่าที่คิด... และเตรียมตัวกราบตีนฉันได้เลย!"
*ติ๊ด!*
คินน์กดตัดสายทันทีโดยไม่รอฟังเสียงโหยหวนจากปลายสาย ร่างสูงสง่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทราคาแพงที่เคยถูกพับเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าเก่าๆ ถูกนำมาสวมทับอีกครั้ง รัศมีของความเป็นนายเหนือหัวแผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้องจนฟ้าใสถึงกับก้าวถอยหลังด้วยความตะลึงงัน
ชายหนุ่มหันกลับมามองคู่หูสาวที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ ก่อนจะยื่นมือหนาออกไปตรงหน้าเธอพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น
"ไปกันเถอะครับฟ้าใส... ไปทวงทุกอย่างที่เป็นของเราคืนกัน"
*แกร็ก!* — เสียงรูดบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้วงเงินผ่านเครื่องรูดอัตโนมัติในกระเป๋าเสื้อสูทของคินน์ดังขึ้น พร้อมกับเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำใหญ่ที่บินแหวกกลุ่มควันลงมาจอดสนิทบนดาดฟ้าตึกแถวเก่าๆ แห่งนี้พอดี!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ!
มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด•ตอนที่ 7
ความลับใต้แผงวงจร
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!