"ลดเหลือเก้าร้อยบาทครับพี่! ซ่อมการ์ดจอพร้อมเปลี่ยนซิลิโคนเกรดพรีเมียม สู้กับร้านข้างๆ ได้สบาย ไหลลื่นไม่มีสะดุดแน่นอน!"
เสียงตะโกนแหบแห้งของ 'สมชาย' เจ้าของร้านไอทีคู่แข่งหัวมุมถนนดังแว่วเข้ามาในร้าน 'Fix & Fix' ของฟ้าใสอย่างจงใจ ความดังของมันถูกเร่งผ่านลำโพงบลูทูธตัวเล็ก เพื่อให้ลูกค้าที่กำลังเดินผ่านไปมาหันไปสนใจ ป้ายไวนิลสีแดงแรงฤทธิ์ถูกกางขวางทางเท้าจนแทบไม่มีที่เดิน ตัวหนังสือขนาดมหึมาเขียนไว้ชัดเจนว่า *'ฉลองครบรอบเปิดร้านใหม่ ลดราคาทุกบริการ 70% ช่างฝีมือดีกรีเมืองนอก!'*
ฟ้าใสยืนกำประแจในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ใบหน้าสวยคมบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เธอกำลังจะพุ่งออกไปเอาเรื่องไส้ศึกจอมตัดราคาเจ้าเล่ห์นั่นให้รู้รอด แต่ทว่า... แขนเสื้อด้านขวาของเธอกลับถูกมือใหญ่ของใครบางคนรั้งเอาไว้เสียก่อน
"ใจเย็นก่อนครับคุณฟ้าใส การใช้กำลังแก้ปัญหาในโลกทุนนิยม เป็นวิธีที่ล้าสมัยและสิ้นเปลืองพลังงานกล้ามเนื้อมากเกินไปนะครับ"
คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มมุมปากของอดีต CEO ผู้กุมอำนาจเงินมหาศาลไม่ได้บ่งบอกถึงความเดือดเนื้อร้อนใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... แววตาของเขากลับเป็นประกายพราวระยับราวกับเด็กน้อยที่กำลังสนุกสนานกับของเล่นชิ้นใหม่ หลังจากที่ยอดเงินหกหลักล้านบาทถูกโอนเข้าบัญชีของฟ้าใสเมื่อคืนนี้ สภาพจิตใจของหญิงสาวก็ดูจะยังตั้งหลักไม่ค่อยทัน เธอยังคงนั่งอ้าปากค้าง ตาค้าง และสมองขาวโพลนมาจนถึงตอนนี้
"นายจะให้ฉันใจเย็นได้ยังไงไอ้คุณคินน์!" ฟ้าใสหวีดร้องเสียงหลง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหจนเลือดสูบฉีด "มันเล่นตัดราคาดัมพ์ตลาดลงมาขนาดนั้น ลูกค้าประจำสามคนของฉันเมื่อเช้าก็เดินข้ามถนนไปฝั่งโน้นหมดแล้ว! ถ้ายอดขายเป็นศูนย์แบบนี้ติดต่อกันสามวัน ร้านเราได้เจ๊งกะبับ ไม่สิ... ต้องปิดตัวลงจริงๆ แน่ๆ นายไม่เดือดร้อนหรือไง เงินในบัญชีที่นายโอนมาให้ฉันเมื่อคืน ฉันคิดว่านายกดตัวเลขผิดซะอีกนะยะ!"
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ ชายหนุ่มก้าวเดินไปหยิบแก้วกาแฟดำบนโต๊ะทำงานขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น ก่อนจะวางลงกระทบกับจานรองด้วยเสียงกังวาน
"ยอดเงินไม่ผิดหรอกครับ นั่นคือเบี้ยเลี้ยงก้นถุงสำหรับการเริ่มต้นโปรเจกต์ 'กลยุทธ์ราคาเลือด' ต่างหากล่ะครับ" คินน์หันมาสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมกริบฉายแววเฉียบคมของนักล่าทุนนิยมที่ผ่านสมรภูมิธุรกิจมาโชกโชน "ในเมื่อมันอยากเล่นสงครามราคา เราก็ควรจะจัดให้มันสาสมกับความพยายามของมันไม่ใช่หรือครับ?"
"แต่มันขายถูกกว่าทุนนะเว้ย! การ์ดจอรุ่นนั้นราคาทุนก็ปาเข้าไปพันสองแล้ว มันขายเก้าร้อย มันบ้าไปแล้วหรือมันสมองเสื่อมกันแน่!" ฟ้าใสเถียงคอเป็นเอ็น เธอทำธุรกิจนี้มาหลายปี ย่อมรู้ดีว่าการตัดราคาแบบฆ่าตัวตายจะพาไปสู่จุดจบแบบไหน
"มันไม่ได้บ้าหรอกครับคุณฟ้าใส แต่มันกำลังเล่นเกม 'ชิงความได้เปรียบระยะสั้น' เพื่อบีบให้เรากระอักเลือดตายไปข้างหนึ่งก่อน" คินน์เดินเข้าไปใกล้หญิงสาว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นไอความมั่นใจลอยเข้าแตะจมูก "แต่สิ่งที่ไอ้สมชายมันไม่รู้... และไม่มีวันได้รู้ ก็คือ 'ทุนสำรอง' ของเรามันอยู่คนละมิติกับมันครับ"
คินน์หยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมา นิ้วเรียวยาวกดหน้าจอไม่กี่ครั้งก่อนจะส่งมันให้กับฟ้าใส หญิงสาวรับมาด้วยความงงงวย ก้มมองหน้าจอแล้วต้องสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถล่นออกมานอกเบ้า
ยอดเงินในบัญชีธุรกิจกลางของคินน์... มีเลขศูนย์ต่อท้ายยาวเหยียดจนเธอขี้เกียจจะนับ มันคือตัวเลขระดับที่สามารถซื้อตึกแถวทั้งแถบนี้ได้ด้วยเงินสดโดยไม่ต้องผ่อนแม้แต่บาทเดียว!
"นะ... นี่มัน..." ฟ้าใสเสียงสั่นระริก มือไม้พาลจะอ่อนแรงลงไปเสียดื้อๆ "นายไปปล้นธนาคารไหนมาเนี่ยฮะ!"
"เงินส่วนตัวของผมครับ ที่ระบบมัน... เออ... ปลดล็อกให้ใช้ได้ตามเงื่อนไขของชีวิตคนธรรมดาที่ค่อนข้างจะพิเศษหน่อย" คินน์ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ "เอาล่ะ ในเมื่อเรามีเงินทุนหนาเป็นภูเขาเลากา ทำไมเราจะไม่เล่นสนุกกับมันสักตั้งล่ะครับ?"
แผนการอันแสนอำมหิตแต่ชอบธรรมในแบบฉบับของอดีต CEO ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด คินน์สั่งให้ฟ้าใสประกาศโปรโมชั่นสวนกลับทันทีแบบไม่เกรงใจฟ้าดิน *'ซ่อมคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีทุกชนิด... ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย แถมรับคูปองเงินสดมูลค่าห้าร้อยบาทกลับบ้านทันที'*
ตอนแรกฟ้าใสคัดค้านหัวชนฝา เธอบอกว่าทำแบบนั้นมีแต่จะเจ๊งกับเจ๊ง แต่เมื่อคินน์กระซิบประโยคเดียวว่า *"ขาดทุนคือกำไรในระยะยาว คนที่สายป่านยาวกว่าคือผู้ชนะ"* หญิงสาวก็ยอมจำนนแต่โดยดี เธอกลายเป็นผู้ช่วยมือหนึ่งที่สลัดความกลัวทิ้งไปจนหมดสิ้น เมื่อเห็นว่าด้านหลังร้านมีกองเงินสดปึกใหญ่ตั้งรออยู่
ข่าวลือเรื่องร้าน 'Fix & Fix' แจกเงินแถมซ่อมฟรีแพร่สะพัดยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง ฝูงชนจำนวนมหาศาลที่เคยเดินผ่านไปเข้าร้านของสมชายต่างพากันเปลี่ยนใจ หันมาต่อคิวรอคิวทะลักล้นทะท้านหน้าร้านของฟ้าใสยาวเหยียดจนไปถึงปากซอย
ส่วนฝั่งของสมชาย...
ณ ร้านไอทีคู่แข่ง หัวมุมถนนที่เงียบเหงา สมชายยืนเช็ดเหงื่อกาฬที่แตกพลั่กเต็มใบหน้า เขาชะเง้อมองซ้ายมองขวาด้วยความกระวนกระวายใจ ร้านของเขาที่เคยมีคนแห่ไปเข้า ตอนนี้กลับว่างเปล่าไร้เงาลูกค้า แม้แต่หมาสักตัวก็ยังไม่เดินผ่าน ป้ายไวนิลสีแดงที่เคยภาคภูมิใจ ตอนนี้กลับกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความพินาศ เพราะลูกค้าที่หลงเข้ามาสองคนเมื่อเช้าต่างพากันด่ากราดว่าโดนหลอกฟันราคาค่าอะไหล่ส่วนอื่นจนแทบหมดตัว
สมชายกัดฟันกรอด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคือง เขาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าขึ้นมาต่อสายหาใครบางคนด้วยมือที่สั่นเทา
"ฮัลโหล... พี่โต้ง! แผนที่เราวางไว้มันพังไม่เป็นท่าแล้ววะ! ไอ้ร้านข้างๆ มันเล่นแจกเงินแถมซ่อมฟรี มันเอาเงินมาจากไหนวะพี่! ตอนนี้ผมใกล้จะล้มละลายอยู่แล้ว ช่วยผมด้วย!"
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบตอบกลับมาด้วยความหงุดหงิด
"แกมันโง่เองสมชาย! แค่ร้านซ่อมคอมกระจอกๆ ร้านเดียว ยังจัดการให้มันคว่ำไม่ได้ รีบไปสืบมาซิว่าไอ้เด็กหน้าอ่อนเจ้าของร้านมันเส้นใหญ่มาจากไหน ถึงกล้าเผาเงินเล่นขนาดนั้น! ถ้าจัดการมันไม่ได้ แกก็เตรียมเก็บกระเป๋าไสมหัวออกไปจากย่านนี้ได้เลย!"
ติ๊ด! สายถูกตัดทิ้งอย่างไม่ใยดี
สมชายทรุดตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นร้านอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นมดตัวจิ๋วที่กำลังถูกรองเท้าผ้าใบราคาแพงเหยียบย่ำจนจมดิน โดยที่ไม่มีแม้แต่โอกาสจะอ้าปากร้องขอความเมตตา
ตัดภาพกลับมาที่ร้าน 'Fix & Fix' บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะ ฟ้าใสกำลังนั่งนับธนบัตรในลิ้นชักด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแก้มปริ แม้บริการจะฟรี แต่ยอดขายอุปกรณ์เสริมและเคสโทรศัพท์ที่คินน์แนะนำให้เอามาวางขายพ่วงด้วย กลับทำกำไรเป็นกอบเป็นกำจนน่าตกใจ
คินน์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวโปรด สายตาคมกริบมองลอดผ่านกระจกหน้าร้านออกไปที่ฟุตบาทฝั่งตรงข้าม เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบอีกครั้งอย่างสบายอารมณ์ สงครามราคาในยกแรกนี้... เขาเป็นฝ่ายชนะอย่างไร้ข้อกังขา
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังโรยตัวลงมาปกคลุม เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำทุ้มของรถสปอร์ตหรูนำเข้าจากต่างประเทศรุ่นหายาก ก็ดังกระหึ่มเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทอยู่ที่หน้าร้านอย่างกะทันหัน แรงลมจากการเบรกกะทันหันทำให้ป้ายกระดาษหน้าร้านปลิวว่อน
ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก พร้อมกับร่างของชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับ สวมแว่นกันแดดสีดำสนิท ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมไร้รอยยิ้ม เขาถอดแว่นออกช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาคมปลาบที่จ้องตรงมายังคินน์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ชายคนนั้นก้าวเท้าลงมาเหยียบพื้นถนนอย่างมั่นคง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแนบหู ดวงตายังคงไม่ละไปจากร่างของคินน์แม้แต่วินาทีเดียว
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของคินน์... แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบในทันที!
คินน์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากค่อยๆ หุบลง เปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยเย็นชา ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาพิจารณาหน้าจอที่มีเบอร์แปลกโทรเข้ามาอย่างวิสาสะ
หน้าจอปรากฏชื่อสายเรียกเข้าสั้นๆ เพียงคำเดียว... *'พี่โต้ง'*
"รับสายสิครับคุณคินน์..." เสียงทุ้มต่ำจากชายร่างใหญ่หน้าร้านดังลอดเข้ามาผ่านกระจกใสที่เปิดแง้มไว้ โดยที่ริมฝีปากของเขายังคงขยับพูดโทรศัพท์อยู่ "มาดูกันว่า... เกมกลยุทธ์ราคาเลือดของแก จะยังคุ้มค่าอยู่ไหม... ถ้าแลกมาด้วยชีวิตของคนใกล้ตัวแก"
ฟ้าใสที่กำลังนับเงินอยู่ชะงักกึก ใบหน้าถอดสีด้วยความตกใจ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองคินน์ด้วยแววตาตื่นตระหนกสุดขีด
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความป่วนและรวยล้นฟ้าของคินน์ในตอนนี้นะครับ
มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด•ตอนที่ 14
กลยุทธ์ราคาเลือด
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวซ่อมคอมสายโหด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!