ความเงียบงันภายในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์อัครเดชนั้นหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าบรรยากาศก่อนพายุฝนจะโหมกระหน่ำ เสียงฝีเท้าของชายชุดดำครึ่งค่อนสี่คนที่เคลื่อนกายเข้ามาพร้อมกันให้ความรู้สึกราวกับเสียงเคาะโลงศพทีละครั้งอย่างเป็นจังหวะ
อัครเดชยืนตัวแข็งทื่อ นัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มในมือของศิลานั้น ไม่ใช่แค่กระดาษธรรมดา แต่มันคือ "หลักฐาน" ชิ้นสำคัญที่เขาพยายามทำลายล้างและฝังกลบมันไว้ใต้ดินลึกมานานนับทศวรรษ
"แก... แกเข้ามาได้อย่างไร..." เสียงของอัครเดชแหบพร่า ร่างท้วมเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
ศิลายังคงยืนสงบนิ่ง รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความสุข หากแต่เป็นรอยยิ้มของพญายมที่มารับตัวคนบาป แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลส่องกระทบสันแฟ้มเอกสารเงาวับ ราวกับใบมีดโกนที่พร้อมจะกรีดเฉือนความลับอันดำมืดของตระกูลอัครเดชให้แหลกละเอียดในคราเดียว
"ประตูคฤหาสน์ของคุณไม่ได้แน่นหนาอย่างที่คุยไว้หรอกครับท่านอัครเดช หรืออันที่จริง... คนในบ้านของคุณเองต่างหาก ที่ยินดีจะเปิดทางต้อนรับผมด้วยความเต็มใจ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานก้องไปทั่วห้องโถง สะท้อนเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้น
ทว่า ก่อนที่ความโกลาหลจะเริ่มต้นขึ้น ความขัดแย้งที่ก่อตัวมาก่อนหน้านี้ระหว่างอัครเดชและกลุ่มผู้ร่วมทุนระดับสูงที่กำลังเจรจาธุรกิจกันอยู่ ก็ปะทุขึ้นเสียก่อน
"นี่มันเรื่องอะไรกัน อัครเดช!" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของ 'เจ้าสัวกิตติ' นักลงทุนผู้ทรงอิทธิพลผู้กุมเม็ดเงินหลายหมื่นล้านเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ ใบหน้ายับย่นตามวัยบูดบึ้งสนิท "ไหนคุณบอกว่าปัญหาเรื่องที่ดินแปลงนั้นเคลียร์จบหมดแล้ว ไม่มีอะไรต้องกังวล แล้วไอ้หนุ่มนี่มันคือใคร ทำไมมันถึงเดินถือเอกสารลับเข้ามากลางวงเจรจาของเราได้!"
อัครเดชหน้าซีดเผือด รีบหันไปโบกไม้โบกมือแก้ตัว "อย่าไปฟังมันนะครับเจ้าสัว! มันเป็นแค่... แค่พวกสֹอเสียดที่ต้องการเข้ามาปั่นป่วนบริษัทของเรา รปภ.! ทำไมพวกแกยังยืนบื้ออยู่ รีบพาตัวมันออกไปสิ!"
ไม่มีเสียงตอบรับจากบอดี้การ์ดด้านนอก เพราะพวกเขานอนหมดสติเรียงรายอยู่บนพื้นทางเดินตั้งแต่หน้าประตูแล้ว รินรดาซึ่งก้าวตามหลังศิลาเข้ามาติดๆ กวาดสายตามองความแตกแยกตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอรู้ดีว่านี่คือจังหวะเวลาที่แม่นยำราวนาฬิกาจักรกล ศิลาไม่ได้แค่บุกรุกเข้ามาเพื่อข่มขู่ แต่เขาจงใจเลือก "เวลา" ที่อัครเดชกำลังทะเลาะกับพาร์ทเนอร์ธุรกิจเพื่อผลประโยชน์มหาศาล
ความโลภและความหวาดระแวงคือบ่อเกิดแห่งความแตกแยก และศิลาก็กำลังหยิบยื่นเชื้อไฟชั้นดีเข้าไปในกองเพลิงนั้น
"คุณอัครเดช โกหกเก่งจนเป็นสันดานเลยนะครับ" ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะประชุมไม้มะฮอกกานีราคาแพงทีละก้าว "ท่านเจ้าสัวกิตติครับ... ถ้าท่านอยากรู้ว่าโปรเจกต์หมื่นล้านที่ท่านกำลังจะเซ็นสัญญาร่วมทุนด้วยนั้น มีกลิ่นคาวเลือดมากแค่ไหน แฟ้มในมือผมเล่มนี้... มีคำตอบให้ท่านทุกบรรทัด"
"หยุดนะไอ้ศิลา!" อัครเดชตะโกนลั่น หน้าดำคร่ำเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาพยายามพุ่งตัวเข้ามาแย่งแฟ้มเอกสาร แต่บอดี้การ์ดส่วนตัวของเจ้าสัวกิตติกลับก้าวเข้ามาขวางเอาไว้ตามสัญชาตญาณการป้องกันนายจ้าง
"ถอยไปนะ! แกไม่มีสิทธิ์..." อัครเดชแผדเสียงเกรี้ยวกราด
"ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ล่ะครับ" เจ้าสัวกิตติหันมาตวาดใส่อัครเดชเสียงดังลั่น ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังนักธุรกิจรุ่นน้อง "ในเมื่อเงินที่จะลงทุนไปมันคือเงินของผม ผมมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าบริษัทนี้กำลังจะพาผมไปติดคุกหรือเปล่า! ส่งเอกสารนั่นมาให้ผมดูเดี๋ยวนี้ไอ้หนุ่ม!"
ความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด อัครเดชกลายเป็นสัตว์ร้ายที่จนมุม สายตาของเขาไม่ใช่แค่มองศิลาด้วยความโกรธเกลียด แต่มันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่ออนาคตที่กำลังจะพังทลายลงในพริบตา ความขัดแย้งระหว่างอัครเดชและกลุ่มพาร์ทเนอร์ขาดสะบั้นลงในวินาทีนั้นเอง ไม่มีใครไว้ใจใครอีกต่อไป ความระแวงแผ่ซ่านไปทั่วอากาศราวกับไอพิษ
ศิลาส่งยิ้มเยือกเย็นให้ศัตรู ก่อนจะค่อยๆ ยื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลให้กับเจ้าสัวกิตติด้วยมือข้างเดียว ราวกับกำลังส่งมอบตั๋วเที่ยวเดียวสู่นรกให้อัครเดช
แต่ทว่า... ในวินาทีที่นิ้วของเจ้าสัวกิตติกำลังจะสัมผัสกับแฟ้มเอกสารนั้น เสียงปรบมือเบาๆ แต่ออกแบบจังหวะมาอย่างดี ก็ดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณระเบียงชั้นสอง
แปะ... แปะ... แปะ...
ทุกคนในห้องชะงักกึก ศิลากวาดสายตาคมปลาบขึ้นไปมองด้านบนทันที เช่นเดียวกับรินรดาที่หัวใจกระตุกวูบด้วยความสังหรณ์ใจบางอย่าง
ร่างของชายสูงวัยในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีต ก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาโรมัน รอยยิ้มบนใบหน้าของเขานั้นเยือกเย็นยิ่งกว่าศิลาเสียอีก และคำพูดแรกที่เขาเอ่ยออกมาทำให้อากาศรอบตัวเหมือนจะกลายเป็นน้ำแข็ง
"ทำได้ดีมาก... หลานชาย ไม่เสียแรงที่พ่อแม่เธอเคยสั่งสอนไว้"
ศิลานิ่งงัน นัยน์ตาที่เคยแข็งกร้าวกลับสั่นไหววูบเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เมื่อประจักษ์ชัดว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือบุคคลที่ควรจะตายไปพร้อมกับกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของจอมยุทธ์เสื้อแพรด้วยดีเสมอมานะครับ
กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ•ตอนที่ 45
โอกาสทอง
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!