ก้านนิ้วเรียวยาวของศิลากดลงบนแป้นพิมพ์ตัวสุดท้าย รอยกระพริบของเคอร์เซอร์สีเขียวบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ดับวูบลง พร้อมกับแฟ้มประวัติส่วนตัวของ "ศิลา ภัทรวรกุล" ที่ถูกแปลงโฉมใหม่จนไร้รอยต่อในฐานะ "ธน ภัทรวรกุล" อดีตผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้พกพาประวัติการทำงานอันไร้ที่ติ—และเต็มไปด้วยรอยด่างพร้อยที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตโดยฝีมือของรินรดา
บนโต๊ะทำงานไม้สักทองในห้องพักแคบๆ ของอพาร์ตเมนต์เก่าริมคลอง กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและคราบฝุ่นคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดมานานหลายชั่วโมง ศิลาไม่ใส่ใจจะจิบมัน สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองชุดสูทสีเทาเข้มแขวนอยู่บนราว มันเป็นเสื้อผ้าเกรดพรีเมียมที่ตัดเย็บอย่างประณีต ราคาของมันมากพอจะเลี้ยงชีพคนงานก่อสร้างได้ทั้งเดือน แต่วันนี้... มันคือเกราะเหล็กที่เขาต้องสวมเพื่อเดินเข้าสู่ถ้ำเสือ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—สั้น หนักแน่น และเป็นจังหวะตามนัดหมาย
ศิลาไม่ขยับตัว เขารู้ว่าใครยืนอยู่หลังบานไม้ผุๆ นั้น รินรดาผลักประตูเข้ามาโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต มือขวาของเธอกุมแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิท ในขณะที่ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววซุกซนเหมือนทุกครั้ง หากแต่เต็มไปด้วยความกังวลที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มบางเบา
"เอกสารยืนยันตัวตนรอบสุดท้าย ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ 'อาณาจักรโชติอนันต์' ค่อนข้างเข้มงวดเรื่องประวัติย้อนหลังห้าปี" รินรดายื่นแฟ้มให้ วางมันลงบนโต๊ะข้างแก้วกาแฟเย็นเฉียบ เสียงกระดาษกระทบไม้ดังแผ่วเบา "ฉันใส่ชื่อบริษัทบังหน้าในสิงคโปร์ที่ล้มละลายไปแล้วลงไป พวกเขาไม่มีทางตามไปตรวจสอบเจอตัวตนจริงๆ แน่... แต่ศิลา นายแน่ใจนะ?"
ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลังในความเงียบ "อย่าเชื่อสิ่งที่ตาเห็น และอย่าไว้ใจแม้แต่เงาของตัวเอง... พ่อเคยบอกฉันไว้ก่อนวันที่บ้านของเราจะมอดไหม้เป็นจุล"
รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง นิ้วมือของเธอเผลอบีบเข้าหากันแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด "แต่อัครเดชไม่ใช่คนธรรมดา นายก็รู้... เขามีหูมีตาอยู่ทุกตารางเมตรในตึกระฟ้าสลิลทาวเวอร์ แค่ก้าวแรกที่นายเหยียบเข้าไปในล็อบบี้ ระบบจดจำใบหน้า AI อาจจะสแกนเจอนายก่อนที่นายจะได้ยื่นเรซuméซะอีก"
"ถ้าไม่เข้าสู่ปากเสือ แล้วฉันจะควักหัวใจมันออกมาได้ยังไง" ศิลายืนขึ้นเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิร์ตสีขาวพับแขนเผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่ท่อนแขนขวา—รอยแผลจากคืนวันที่อัครเดชสั่งให้คนเผาทำลายทุกอย่างที่ครอบครัวเขาสร้างมา
เขายื่นมือไปหยิบสูทตัวนอกมาสวม จัดปกเสื้อให้เข้าที่อย่างใจเย็น ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความนิ่งสงบราวกับนักล่าที่ซุ่มรอจังหวะตะครุบเหยื่อ ไม่มีความลังเล ไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงเพลิงแค้นที่ถูกกดทับไว้ด้วยสติอันเยือกเย็น
รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด เธอรู้ดีว่าไม่มีคำพูดใดสามารถเหนี่ยวรั้งเขาได้อีกแล้ว หญิงสาวหยิบสร้อยเงินเส้นเล็กที่มีจี้รูปกุญแจโบราณยื่นให้เขา "พกมันไว้... อย่างน้อย ให้มันเตือนใจว่ายังมีฉันที่คอยเฝ้ารออยู่นอกสนามรบ"
ศิลารับสร้อยเส้นนั้นมามองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเก็บมันไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทด้านในแนบอก "ถ้าฉันไม่กลับมาภายในสามวัน... ทำลายฮาร์ดไดรฟ์ทั้งหมดซะ ริน"
---
ตึกระฟ้า "สลิลทาวเวอร์" ตั้งตระหง่านเสียดฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ การออกแบบสถาปัตยกรรมกระจกสีดำทึบสะท้อนภาพท้องฟ้าสีเทาหม่นยามสาย ทำให้ตัวตึกดูคล้ายป้อมปราการแห่งความมืดที่ไร้ซึ่งความปรานี ศิลาเดินก้าวผ่านประตูอัตโนมัติเข้ามาอย่างมั่นคง รองเท้าหนังขัดมันกระทบกับพื้นหินอ่อนขัดเงาวับจนเกิดเสียงก้องกังวาน
พนักงานต้อนรับสาวสวยในชุดยูฟอร์มเข้ารูปโค้งคำนับตามธรรมเนียม รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเป็นมืออาชีพจนไร้ซึ่งความรู้สึก ศิลาส่งยิ้มสุภาพตามแบบฉบับนักบริหารหนุ่มผู้เพียบพร้อม เขายื่นบัตรประชาชนปลอมให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อแลกบัตรผ่านชั่วคราว
"คุณธน ภัทรวรกุล... ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร ชั้น 45 ครับ เชิญลิฟต์พิเศษด้านขวาได้เลยครับ" รปภ.หนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อมหลังจากตรวจเช็กข้อมูลผ่านแท็บเล็ต
ศิลาพยักหน้ารับ เดินตรงไปยังลิฟต์แก้วที่ทอดตัวยาวขึ้นสู่เบื้องบน ทันทีที่ประตูปิดสนิท โลกภายนอกก็ถูกตัดขาด เหลือเพียงเงสะท้อนของตัวเขาเองบนกระจกใส ศาลากำหมัดแน่นในกระเป๋าเสื้อสูท หัวใจเต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงแต่มั่นคง ทุกๆ ชั้นที่ตัวเลขดิจิตอลพุ่งสูงขึ้น เปรียบเสมือนการเดินเข้าสู่ปากเหวแห่งความตาย
*ติ๊ง*
เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้น 45 พื้นที่โล่งกว้างตกแต่งด้วยโทนสีดำและทองสะท้อนความมั่งคั่งอย่างไร้ขีดจำกัด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยอบอวลปะปนกับความเงียบสงัดที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"ยินดีต้อนรับสู่ทีมครับ, คุณธน"
เสียงทุ้มนุ่มนวลแต่แฝงความเยียบเย็นดังขึ้นจากด้านหลัง ศิลาหันขวับไปมอง พบกับชายวัยกลางคนสวมสูทสั่งตัดพิเศษ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มใจดี แต่ดวงตาคมกราบคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความอบอุ่น—**อัครเดช โชติอนันต์** ยืนกอดอกมองเขาอยู่หน้าห้องประชุมใหญ่ โดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนยืนประกบซ้ายขวา
"ผมรอคนมีความสามารถแบบคุณมานานแล้ว... หวังว่าคุณจะทำให้อุตสาหกรรมนี้ 'สนุก' ขึ้นนะ" อัครเดชยื่นมือออกมาเบื้องหน้า รอยยิ้มของเขาเหี้ยมเกรียมขึ้นทีละน้อยราวกับรู้ทันแผนการทั้งหมด
ศิลากลืนก้อนความแค้นลงคอ ยื่นมือออกไปสัมผัสกับศัตรูคู่อาฆาตเป็นครั้งแรก สัมผัสจากมืออีกฝ่ายเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง
ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกันนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของศิลาก็สั่นครืดขึ้นมาอย่างกะทันหัน หน้าจอที่สว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นข้อความสั้นๆ จากหมายเลขที่ไม่รู้จัก—
**"หันกลับไปมองข้างหลัง... แกตกหลุมพรางตั้งแต่ก้าวแรกแล้ว ศิลา"**
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันครับ — จอมยุทธ์เสื้อแพร
กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ•ตอนที่ 4
ก้าวแรกสู่สนามรบ
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!