"วางปืนลงซะ ศิลา... ก่อนที่นิ้วของแกจะทำลายอนาคตที่เหลืออยู่ของตัวเองจนหมดสิ้น"
เสียงของอัครเดชดังลอดผ่านเครื่องขยายเสียงในโกดังร้างที่อับชื้น กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นน้ำมันเครื่องคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ศิลายืนนิ่งอยู่กลางความมืดมิด มีเพียงแสงไฟสปอร์ตไลท์ดวงเดียวที่ส่องกระทบตัวเขา ราวกับนักแสดงที่ถูกบังคับให้เล่นละครเวทีในวาระสุดท้ายของชีวิต
ศิลาไม่ได้ทำตามคำสั่ง เขาเพียงแค่ผ่อนลมหายใจอย่างเชื่องช้า ความเย็นเยียบจากเหล็กกล้าในมือไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย แต่ทว่าภายใต้ใบหน้าที่ราบเรียบนั้น พายุแห่งอารมณ์กำลังหมุนคว้าง เขาไม่ได้กลัวตาย แต่ความโกรธแค้นที่สั่งสมมานับสิบปีกลับสั่นคลอนด้วยความกังวลที่เขามักจะพยายามซ่อนไว้เสมอ
"รินรดาอยู่ที่ไหน" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลังพอที่จะแทรกผ่านความเงียบงัน
"อยู่ใกล้กว่าที่แกคิด... และก็ไกลเกินกว่าที่แกจะเอื้อมถึง" อัครเดชหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะที่ฟังดูเสแสร้งและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง "แกน่าจะรู้ดีนะศิลา ว่าเกมนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้แกชนะ แกมันก็แค่ตัวหมากที่หลงคิดว่าตัวเองเป็นผู้เล่น"
ที่มุมมืดของชั้นลอย รินรดานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ มือของเธอถูกมัดไขว้ไว้ด้านหลัง ใบหน้าเนียนใสมีรอยถลอกเล็กน้อยที่มุมปากจากการถูกบังคับ แต่แววตาของเธอยังคงแน่วแน่และเยือกเย็น เธอไม่ได้ร้องขอชีวิต หรือแม้แต่ส่งเสียงคร่ำครวญ เพียงแค่จ้องมองชายที่เธอรักด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป
เธอรู้ดีว่าศิลามาที่นี่ทำไม และเธอก็รู้ดีกว่าใครว่าศิลาจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อเธอ แม้กระทั่งชีวิตของเขาเอง
"คุณอัครเดช" ศิลาตะโกนกลับไป น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นโทนต่ำที่เต็มไปด้วยการข่มขู่ "ถ้าคุณแตะต้องเธอแม้แต่เส้นผมเดียว ผมสาบานได้เลยว่า ต่อให้ต้องคว้านเอาหัวใจคุณออกมาด้วยมือเปล่า ผมก็จะทำ"
"โอ้... ความรักนี่ช่างเป็นแรงจูงใจที่น่าขันเสียจริง" อัครเดชเดินออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ดูขัดกับสภาพโกดังที่ทรุดโทรม "แต่เอาเถอะ ในเมื่อแกใจร้อนนัก ข้าก็มีข้อเสนอ... วางอาวุธ แล้วคุกเข่าลงซะ ถ้าแกทำให้ข้าพอใจได้ รินรดาอาจจะมีโอกาสได้กลับไปเห็นแสงอาทิตย์อีกครั้ง"
ศิลามองไปยังรินรดา หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ สายตาของเธอสื่อความหมายบางอย่าง—*อย่าทำ*—แต่มันช่างไร้ความหมายในวินาทีที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วครู่ จังหวะหัวใจของศิลาเต้นระรัวในอก เขาไม่ได้กำลังคำนวณวิธีการสังหารอัครเดชเพียงอย่างเดียว แต่เขากำลังประเมินทุกองศาของพื้นที่ ความเร็วของกระสุน และความห่างของรินรดาจากตำแหน่งที่ศัตรูยืนอยู่ นี่คือกรงขังที่มองไม่เห็น กรงขังที่ไม่ได้สร้างขึ้นด้วยลูกกรงเหล็ก แต่สร้างขึ้นด้วยความรู้สึกที่เขามีต่อผู้หญิงคนนี้
ศิลาเริ่มขยับตัวช้าๆ เท้าของเขากดลงบนพื้นปูนที่เต็มไปด้วยเศษแก้ว
"คุณรู้ไหมอัครเดช" ศิลาเอ่ยขึ้นขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปที่อัครเดช แต่ความสนใจทั้งหมดอยู่ที่รินรดา "การที่คุณคิดว่าคุณควบคุมผมได้ด้วยตัวประกัน คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของคุณ"
"งั้นเหรอ?" อัครเดชเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างหลังรินรดา ชายฉกรรจ์คนหนึ่งหยิบมีดพกออกมาจ่อที่ลำคอของเธอ รินรดาสะดุ้งเฮือกแต่ยังคงกัดฟันแน่น
ศิลาชะงัก ร่างกายของเขาเกร็งแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนชัดเจน ความอดทนของเขาถึงขีดจำกัดแล้ว ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของรินรดาก็เหลือบไปมองที่คานเหล็กด้านบนของโกดัง ก่อนจะส่งสัญญาณด้วยการกระพริบตาเป็นจังหวะที่เขาและเธอเคยใช้สื่อสารกันในฐานะคู่คิด
เขารู้ทันทีว่าต้องทำอย่างไร
ศิลาไม่ได้ทิ้งปืนลงพื้นอย่างที่อัครเดชต้องการ แต่เขาเหวี่ยงปืนขึ้นไปบนอากาศพร้อมกับพุ่งตัวหลบเข้าหลังเสาปูนขนาดใหญ่ เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวจากฝั่งของอัครเดชทันทีที่เขากล้าขยับตัว กระสุนเฉี่ยวไหล่ศิลาไปเพียงมิลลิเมตรจนเสื้อสูทขาดวิ่น
"ฆ่ามัน! อย่าให้มันเหลือรอดออกไปได้!" อัครเดชแผดเสียงก้อง
ศิลาฉวยโอกาสที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังเสียสมาธิ พุ่งตัวออกจากที่กำบังด้วยความเร็วสูงราวกับเสือที่กระโจนเข้าใส่เหยื่อ เขาคว้าท่อเหล็กที่วางอยู่ใกล้ๆ ตวัดฟาดเข้าที่ข้อมือของลูกน้องที่ถือมีดจ่อคอรินรดาจนมีดกระเด็นหลุดมือไป ก่อนจะเตะก้านคอชายคนนั้นจนสลบเหมือดในคราเดียว
รินรดาอาศัยจังหวะชุลมุนถอยห่างออกมา แต่ทว่า... ทุกอย่างกลับหยุดนิ่งเมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้นจากภายนอก พร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคนที่ไม่มีใครคาดคิด
ชายในชุดเครื่องแบบตำรวจเต็มยศก้าวเข้ามาในโกดัง มือของเขาถือปืนเล็งตรงมาที่ศิลา ใบหน้าของเขาดูเยือกเย็นและคุ้นเคยอย่างประหลาด
รินรดาหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นใบหน้านั้น เธออุทานออกมาเบาๆ "คุณปู่...?"
ชายคนนั้นคือคนเดียวกับที่ศิลาเคยคิดว่าเป็นที่พึ่งสุดท้าย แต่ในมือของเขากลับไม่มีเจตนาที่จะมาช่วยเหลือแม้แต่น้อย เขามองศิลาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชิงชัง ก่อนจะหันไปหาอัครเดชแล้วพยักหน้าให้กัน
ศิลาชะงักกึก ความจริงที่โหดร้ายเริ่มกระจ่างชัดในความคิด นี่ไม่ใช่แค่กับดักของอัครเดช แต่นี่คือแผนการที่เขาวางไว้ร่วมกับกฎหมายที่เขาคิดว่าจะนำมาใช้สู้กลับ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับศิลาและรินรดาในตอนนี้นะครับ จอมยุทธ์เสื้อแพรจะกลับมาถ่ายทอดบทสรุปที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้าครับ
กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ•ตอนที่ 40
กรงขังที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!