กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ•ตอนที่ 39

แสงสว่างท่ามกลางความมืด

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
"แกคิดว่าความตายจะจบสิ้นทุกอย่างได้จริงหรือ ศิลา?" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยไอสังหารของอัครเดชยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของชายหนุ่ม แม้ในยามที่เขากำลังนอนจมกองเลือดอยู่กลางตรอกมืดมิดไร้ทางออก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมปนเปไปกับกลิ่นขยะเน่าเสียรอบตัว ศิลาพยายามเค้นเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิดประคองร่างพิงกำแพงอิฐที่เย็นเฉียบ ลมหายใจของเขาติดขัดราวกับมีก้อนกรวดอุดอยู่ในปอด ทุกจังหวะที่ขยับตัวคือความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปถึงกระดูก หากวันนี้ต้องจบชีวิตลงที่นี่ เขาก็เพียงแค่เสียดาย... เสียดายที่ยังไม่ได้ทำลายหน้ากากจอมปลอมของอัครเดชให้แตกละเอียดคามือ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากปากทางเข้าตรอก มันไม่ใช่เสียงของลูกน้องอัครเดช เพราะจังหวะการเดินนั้นไร้ซึ่งความยำเกรงหรือเร่งรีบ ศิลาพยายามลืมตาที่พร่ามัวมองผ่านความมืด เงาร่างของชายหญิงกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า พวกเขาดูเหมือนคนธรรมดาที่หาได้ตามท้องถนน หากแต่ในแววตาที่จ้องมองมายังเขานั้น กลับเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นที่ถูกสั่งสมมานานนับปี "นึกว่าใคร ที่แท้ก็คนที่อัครเดชต้องการกำจัดทิ้งนักหนานี่เอง" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งในกลุ่มกล่าวขึ้น เขาขยับผ้าพันแผลที่มือพลางย่อตัวลงนั่งในระดับเดียวกับศิลา แสงไฟจากหลอดนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนใบหน้าของชายผู้นั้น "พวกคุณ... คือใคร?" ศิลาเค้นถาม เสียงของเขาแหบแห้งจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "เราคือสิ่งที่แกเรียกว่า 'เหยื่อ' ของมันไงล่ะ" หญิงสาวอีกคนในกลุ่มแทรกขึ้น น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงความเด็ดเดี่ยว "ลูกชายฉันต้องตายเพราะการตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีของบริษัทมัน ส่วนลุงบุญคนนี้... ก็สูญเสียที่ดินทำกินทั้งหมดให้กับโครงการอัปยศของมัน พวกเราสูญเสียทุกอย่าง แต่เรายังมีลมหายใจ เพื่อรอเวลาที่จะเห็นมันชดใช้" ศิลาเงียบไปครู่ใหญ่ ความเจ็บปวดที่กายเริ่มถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครอีกที่เฝ้ารอโอกาสแบบเดียวกับเขา "พวกคุณมาช่วยผมทำไม? ผมเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่อาจไม่มีวันชนะมันได้เลยด้วยซ้ำ" ชายวัยกลางคนที่ชื่อลุงบุญหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทว่าไร้ซึ่งความร่าเริง "ศิลา... นายอาจเป็นคนแปลกหน้า แต่ในสายตาของอัครเดช นายคือภัยคุกคามเดียวที่สั่นคลอนรากฐานของมันได้ ถ้ามดตัวเดียวตายไป มดตัวอื่นก็ถูกเหยียบตายตาม แต่ถ้าเราช่วยกันกัดจนรากฐานมันผุพัง... ไม่ว่าใครก็มีสิทธิ์เห็นมันพังทลายลงมา" มือที่หยาบกร้านของลุงบุญยื่นขวดยาและผ้าสะอาดมาให้ ศิลาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า แสงสว่างไม่ได้มาจากฟากฟ้า แต่มันคือแสงที่จุดขึ้นจากความแค้นของคนธรรมดาที่ถูกกดขี่จนถึงขีดสุด รินรดาเฝ้ารอการติดต่อจากศิลาด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เธอเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องทำงานเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารเก่าเก็บ แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนใบหน้าที่กังวลใจของเธอ อัครเดชเริ่มเคลื่อนไหวผิดปกติ เขาสั่งระงับทุกโครงการในเครือและเปลี่ยนถ่ายทรัพย์สินออกต่างประเทศราวกับกำลังหนีความผิดครั้งใหญ่ หรือไม่ก็... กำลังเตรียมการใหญ่ที่เลวร้ายกว่าเดิม *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว รินรดารีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอ่าน ข้อความนั้นสั้นและเป็นความลับ แต่มันคือเบาะแสที่เธอเฝ้าตามหามาตลอดสามปี—เอกสารสัญญาซื้อขายที่ดินฉบับที่ถูกซ่อนไว้ในเซฟนิรภัยของอัครเดช เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก แต่ถ้าไม่เสี่ยงตอนนี้ ก็ไม่มีโอกาสหน้าอีกแล้ว ในยามดึกสงัด รถสีดำสนิทแล่นผ่านรั้วคฤหาสน์ของอัครเดชไปอย่างเงียบเชียบ ศิลาที่บาดแผลยังไม่หายดีนั่งอยู่ในรถกับกลุ่มผู้เสียหายที่เพิ่งช่วยเหลือเขา แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบขรึมนั้นกลายเป็นความมุ่งมั่นที่เยือกเย็น "จำไว้นะ" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่หนักแน่น "วันนี้เราไม่ได้มาเพื่อทำลายชีวิตใคร แต่เรามาเพื่อทวงคืนความจริง ถ้าพวกคุณพร้อม... เราจะทำให้ค่ำคืนนี้เป็นฝันร้ายที่สุดของอัครเดช" พวกเขาก้าวเข้าสู่เงามืดของคฤหาสน์ ทุกย่างก้าวมีความหมายราวกับเดินบนคมมีด ทว่าเมื่อศิลาผลักประตูห้องทำงานลับของอัครเดชเปิดออก กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมที่เขาคุ้นเคยกลับเตะจมูก บนเก้าอี้หนังตัวหรูที่ควรจะเป็นของศัตรูตัวฉกาจ กลับมีร่างของใครบางคนนั่งรออยู่พร้อมกับแก้วไวน์ในมือ รอยยิ้มที่มุมปากของคนผู้นั้นทำให้หัวใจของศิลาหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม "มาช้าจังนะศิลา... ฉันรอจนไวน์เกือบหมดขวดแล้ว" อัครเดชไม่ได้อยู่คนเดียว แต่เขากำลังยืนอยู่ข้างหลังชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกมัดอยู่กับเก้าอี้ และคนคนนั้นคือ 'รินรดา' ที่กำลังถูกปืนจ่อที่ขมับโดยคนสนิทของศัตรู "แก!" ศิลาคำราม ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นแววตาที่หวาดกลัวแต่ยังคงเชื่อมั่นของรินรดา "อย่าขยับนะคุณจอมยุทธ์" อัครเดชกล่าวพลางหัวเราะเบาๆ "เพราะถ้าเท้าของแกขยับอีกเพียงนิ้วเดียว... ฉันรับรองได้ว่าคนสำคัญของแก จะไม่ได้เห็นแสงสว่างในวันพรุ่งนี้แน่นอน" ศิลาชะงักงัน ในมือกำปืนแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นี่ไม่ใช่แผนการที่เขาคิดไว้ นี่คือกับดักที่เขากระโดดลงมาเองอย่างเต็มใจ โดยมีชีวิตของหญิงสาวผู้เป็นแสงสว่างเดียวในชีวิตเป็นเดิมพัน หวังว่าทุกท่านจะยังคงติดตามและร่วมลุ้นระทึกไปกับศิลาในบทถัดไปนะครับ จอมยุทธ์เสื้อแพร
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%