“วางปืนลงซะ อัครเดช... กฎหมายอาจจะทำอะไรคุณไม่ได้ในตอนที่อยู่บนบัลลังก์ แต่ถ้าเลือดของคุณเปรอะพื้นห้องนี้ ความศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดที่คุณสร้างขึ้นจะกลายเป็นเพียงเรื่องตลก”
ศิลากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยือกดั่งน้ำแข็งในมหาสมุทร เขายืนนิ่งอยู่กลางห้องทำงานหรูหราของอัครเดช แสงไฟจากโคมระย้าเพดานสะท้อนกับคมมีดพับในมือที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัว ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปยังปลายกระบอกปืนสั้นสีดำสนิทที่เล็งตรงมายังหน้าอกของเขา
อัครเดชไม่ได้แสดงท่าทีหวาดหวั่น ใบหน้าของชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลยังคงเรียบเฉย ผิวหนังเหี่ยวย่นรอบดวงตาที่บ่งบอกถึงความกร้านโลกกระตุกยิ้มอย่างสมเพช
“ศิลา... นายก็รู้ว่าเราสองคนไม่ได้อยู่ในสนามเด็กเล่น” อัครเดชแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “ที่นี่คือห้องทำงานของฉัน บนตึกที่สูงที่สุดของเมืองนี้ และในรัศมีร้อยเมตร ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรงถ้าฉันไม่อนุญาต นายคิดจริงๆ หรือว่าการโผล่หัวเข้ามาในถ้ำเสือเพียงลำพัง จะทำให้นายกลายเป็นวีรบุรุษผู้กอบกู้?”
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นวีรบุรุษ” ศิลาขยับตัวเพียงเล็กน้อย กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งตัวพร้อมรับสถานการณ์ “ผมมาที่นี่เพื่อทวงคืนสิ่งที่ถูกพรากไป... และถ้าวันนี้ต้องมีใครบางคนจบชีวิตลง ผมก็พร้อมจะยอมแลกด้วยชื่อของผมเอง”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนเส้นด้ายที่ถูกขึงจนสุดกำลัง อัครเดชผ่อนนิ้วชี้ลงเล็กน้อย แต่ไม่ได้ลดปืนลง เขามองผ่านไหล่ของศิลาไปที่บานประตูที่ปิดสนิท ก่อนจะพึมพำ “รินรดาอยู่ที่ไหน?”
ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขากระตุกวูบเมื่อได้ยินชื่อนั้น แต่เขาสะกดกลั้นความรู้สึกไว้ภายใต้ใบหน้าเย็นชา “อย่าได้เอ่ยชื่อเธอด้วยปากสกปรกของคุณอีกเลย เธอไม่ใช่หมากในเกมที่คุณจะใช้คุมอำนาจใครได้อีก”
“หมากงั้นหรือ?” อัครเดชเดินวนรอบโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ “เด็กคนนั้นคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เชื่อมโยงอดีตอันเน่าเฟะของตระกูลนาย กับอาณาจักรที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อ... นายคิดว่าถ้าฉันไม่มีปัญญาจัดการกับตัวปัญหาอย่างนาย ฉันจะปล่อยให้เธอมีชีวิตรอดอยู่จนถึงตอนนี้ได้อย่างไร?”
คำพูดของอัครเดชทำลายความนิ่งสงบของศิลาจนหมดสิ้น ศิลาพุ่งตัวออกไปราวกับสิงโตที่ตะครุบเหยื่อ มือของเขาปัดปืนในมืออัครเดชจนวิถีเบี่ยงออกไปก่อนจะเกิดเสียงปืนลั่นสนั่นห้อง กระสุนเจาะเข้าที่ชั้นหนังสือโบราณจนเศษไม้และกระดาษกระจายว่อน
ทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนพื้นห้องราคาแพง อัครเดชแม้จะอายุมากกว่าแต่กลับมีพละกำลังมหาศาล เขาคว้าคอเสื้อของศิลาไว้แน่นแล้วกระแทกใบหน้าของเด็กหนุ่มเข้ากับขอบโต๊ะอย่างแรง ศิลาหน้ามืดลงชั่วขณะ เลือดสีแดงสดไหลซึมจากหน้าผากลงมาบดบังทัศนวิสัย
“แกมันก็เหมือนพ่อแก!” อัครเดชคำรามด้วยความโกรธจัด ขณะพยายามกดศิลาให้นอนราบกับพื้น “ทะเยอทะยานเกินตัว อวดดี และสุดท้าย... ก็ต้องลงเอยด้วยการเป็นเศษดินเศษทราย”
ศิลาไม่ได้โต้ตอบด้วยวาจา เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายถีบหน้าอกอัครเดชจนกระเด็นออกไป แล้วดีดตัวขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปน ความแค้นที่สั่งสมมานานนับสิบปีปะทุขึ้นในอกจนแทบจะแผดเผาจิตวิญญาณ
“พ่อผมตายไปแล้ว” ศิลาปาดเลือดที่ตา “แต่คุณ... คุณจะยังมีชีวิตอยู่ เพื่อดูความพินาศของทุกอย่างที่คุณรัก”
อัครเดชลุกขึ้นยืน ปรับชุดสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทีที่กลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง เขาหยิบโทรศัพท์เครื่องเล็กขึ้นมากดส่งข้อความเพียงสั้นๆ ก่อนจะเดินไปที่หน้าต่างกระจกบานยักษ์ที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองทั้งเมือง
“แกคิดว่านี่คือตอนจบงั้นหรือ?” อัครเดชกล่าวโดยไม่หันมามอง “ศิลา... โลกนี้ไม่ได้หมุนด้วยความจริง แต่มันหมุนด้วยสิ่งที่ผู้มีอำนาจเลือกว่าอะไรคือความจริง”
ขณะที่อัครเดชพูด ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอย่างแรง กลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าจำนวนห้าคนกรูเข้ามาในห้อง มือถืออาวุธครบมือเล็งตรงมาที่ศิลา อัครเดชหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มที่น่าขนลุกที่สุดเท่าที่ศิลาเคยเห็น
“จบเรื่องนี้เสียที... เก็บกวาดให้สะอาด อย่าให้เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน”
ศิลามองดูวงล้อมที่บีบเข้ามา ในวินาทีที่เขากำลังจะตัดสินใจสู้ตาย เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของกลุ่มชายชุดดำ ไม่ใช่คนของอัครเดช แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่ศิลาคุ้นเคยดี... เสียงที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยินในสถานที่แห่งนี้
ร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดหลังประตู รอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรแต่แฝงด้วยความเยือกเย็นในแววตาทำให้ทุกคนในห้องชะงักไปครู่ใหญ่
“ผู้การครับ... เห็นทีงานนี้คงต้องเปลี่ยนตัวคนเก็บกวาดแล้วล่ะครับ”
คำพูดนั้นทำให้อัครเดชหน้าถอดสี มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริกทันทีที่เห็นใบหน้าของผู้มาเยือน ที่แท้จริงแล้ว... เกมที่เขาวางไว้ตั้งแต่วันแรก กลับถูกหักหลังโดยคนที่เขาไว้ใจที่สุด
ความลับที่ศิลาตามหามาตลอดชีวิต กำลังจะถูกเปิดเผยในวินาทีที่เขากำลังเผชิญหน้ากับความตาย
หวังว่าทุกท่านจะยังคงร่วมลุ้นและฝ่าฟันอุปสรรคไปพร้อมกับศิลาในบทถัดไปนะครับ
จอมยุทธ์เสื้อแพร
กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ•ตอนที่ 38
อัครเดชจนตรอก
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!