"วางปืนลงซะ ศิลา... ความแค้นไม่ได้ทำให้คนตายฟื้นขึ้นมาหรอก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของศิลา ราวกับเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงหัวใจที่กำลังสั่นไหว ชายที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าคือ 'อาทิตย์' อดีตนายทหารคนสนิทของบิดาผู้ซึ่งหายสาบสูญไปในคืนที่ตระกูลของศิลาถูกเพลิงเผาผลาญจนสิ้นซาก ศิลาไม่ได้ตอบโต้ เขาทำเพียงมองใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านคิ้วข้างขวาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความโกรธเกรี้ยวที่เคยประทุอยู่เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปถึงกระดูก
"ทำไม..." ศิลาเค้นเสียงถาม มือที่ไร้เรี่ยวแรงสั่นเทาอยู่ข้างตัว "ทำไมถึงเป็นท่าน... คนที่ควรจะปกป้องครอบครัวผม แต่กลับไปเป็นสุนัขรับใช้ให้ไอ้อัครเดช"
อาทิตย์ไม่ได้ถอยหนี เขาก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นยาสูบจางๆ ที่ลอยมากับตัวผู้มาเยือนทำให้ศิลาขมวดคิ้ว มือขวาของอัครเดชคนนี้ไม่ได้เดินเข้ามาในฐานะศัตรู แต่เขาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีของคนที่แบกรับความลับบางอย่างไว้จนหลังจะหัก
"โลกนี้ไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ ศิลา" อาทิตย์เอ่ยพลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง "แกคิดว่าอัครเดชสร้างอาณาจักรด้วยมือเปล่าอย่างนั้นหรือ? ถ้าแกอยากจะล้มยักษ์ แกต้องรู้ว่าจุดอ่อนของมันอยู่ที่ไหน ไม่ใช่แค่การเหนี่ยวไกปืนใส่คนที่แกคิดว่าเป็นศัตรู"
ศิลายันตัวลุกขึ้น สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายตรงหน้าเพื่อหาคำลวง แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากแห่งอำนาจ "ถ้าจะมาเพื่อสอนสั่ง ผมว่าเราจบเรื่องนี้กันเถอะ ผมไม่สนว่าท่านจะอ้างเหตุผลอะไร เพราะมือของท่านก็เปื้อนเลือดของพ่อผมไม่ต่างกัน"
อาทิตย์แค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทเนื้อดี มันเป็นแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่ดูไร้ราคา ทว่ากลับมีความสำคัญยิ่งกว่าชีวิตของใครหลายคน "นี่คือบัญชีลับการโอนเงินเข้ากองทุนการกุศลบังหน้าของอัครเดช แต่มันไม่ใช่เงินบริจาค มันคือเงินค่าปิดปากพยานในคดีไฟไหม้ที่บ้านแก... รวมถึงหลักฐานการสั่งการผ่านบัญชีม้าที่เชื่อมโยงถึง 'สมศักดิ์' มือขวาคนสนิทที่อัครเดชไว้ใจที่สุด"
ศิลาชะงัก สายตาเปลี่ยนไปทันที "สมศักดิ์? มันเป็นคนสนิทของอัครเดชมาตั้งแต่วันแรก..."
"นั่นแหละคือหมากตัวแรกที่แกต้องเดิน" อาทิตย์ขยับเข้าไปใกล้ ลดเสียงลงจนแทบกระซิบ "สมศักดิ์กำลังจะถูกกำจัด เพราะมันแอบเก็บหลักฐานไว้แบล็กเมลนายของมัน แกแค่ต้องทำให้พวกมันหันไปกัดกันเอง... เปิดโปงมันเสีย ก่อนที่หลักฐานชุดนี้จะถูกทำลายพร้อมกับลมหายใจของมัน"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของศิลา เขารับแฟลชไดรฟ์นั้นมาไว้ในมือ สัมผัสเย็นเฉียบของมันทำให้เขารู้สึกได้ถึงน้ำหนักของอดีตที่กำลังจะถูกสะสาง เขาหันไปหารินรดาที่ยืนอยู่มุมห้อง เธอไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาที่ห่วงใยของเธอกลับทำให้ศิลาตระหนักได้ว่า เขาไม่ได้สู้เพียงลำพังอีกต่อไป
ศิลาเดินไปที่หน้าต่าง มองลงไปที่ถนนเบื้องล่าง รถยนต์คันหรูของอัครเดชกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาในเขตคฤหาสน์ ทุกอย่างถูกเตรียมไว้พร้อมแล้ว หมากเกมนี้ไม่ใช่การฆ่าฟันกันด้วยกำลัง แต่เป็นการขุดรากถอนโคนด้วยความจริงที่ถูกปิดซ่อน
"ถ้าผมทำแบบนั้น สมศักดิ์จะกลายเป็นเหยื่อ และอัครเดชก็จะถือโอกาสปิดปากมันถาวร" ศิลาวิเคราะห์ "ผมต้องการมากกว่าแค่การแฉ ผมต้องการให้สมศักดิ์คายความลับทั้งหมดออกมา"
อาทิตย์ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ศิลาไม่เคยเห็นมาก่อน "งั้นก็อย่าทำให้มันกลัว... ทำให้มันรู้ว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามาหาจากเงาของเจ้านายมันเองสิ"
ศิลาสูดหายใจลึก เขาหยิบเสื้อแจ็คเก็ตขึ้นมาสวมก่อนจะหันไปสั่งรินรดาด้วยสายตาที่เด็ดขาด "ติดต่อคนของเรา ส่งเอกสารบางส่วนไปที่สถานีตำรวจโดยไม่ระบุที่มา ให้มันรู้ว่าวงล้อมกำลังบีบเข้ามา... ส่วนผม จะไปพบสมศักดิ์ที่คลับคืนนี้"
รินรดาพยักหน้าเงียบๆ ความตึงเครียดในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะกลายเป็นของแข็ง ศิลาก้าวออกจากห้องโดยมีอาทิตย์เดินตามหลังมาติดๆ ทว่าเมื่อทั้งสองลงมาถึงชั้นล่าง เสียงโทรศัพท์ของอาทิตย์ก็ดังขึ้น ใบหน้าของชายวัยกลางคนซีดเผือดลงทันทีที่เห็นเบอร์ที่โชว์อยู่บนหน้าจอ
"มีอะไรหรือครับ?" ศิลาถามพลางขมวดคิ้ว
อาทิตย์มองหน้าศิลาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง "อัครเดช... มันไหวตัวทัน มันไม่ได้จะฆ่าสมศักดิ์ แต่มันกำลังส่งสมศักดิ์มาหาแกที่นี่ พร้อมกับคนของมันอีกนับสิบชีวิต"
ยังไม่ทันสิ้นเสียงคำพูด ปืนกลมือหลายกระบอกก็ถูกประทับบ่าจากเงามืดรอบคฤหาสน์ แสงเลเซอร์สีแดงนับสิบจุดพุ่งตรงมายังหน้าอกของศิลาและอาทิตย์ ท่ามกลางความชุลมุนที่กำลังจะเกิดขึ้น ประตูบานหลักของคฤหาสน์ก็ถูกเปิดออกช้าๆ ร่างของสมศักดิ์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในมือเขากลับถือซองเอกสารเปื้อนเลือดที่ดูเหมือนจะเป็น 'หลักฐานชิ้นสุดท้าย' ที่ศิลาเฝ้าตามหา
"คุณศิลาครับ" สมศักดิ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่แฝงด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด "เจ้านายบอกว่า ถ้าคุณอยากได้ความจริง... ก็ต้องแลกด้วยชีวิตของคนข้างหลังคุณ"
ศิลาหันขวับไปมองที่ชั้นบนของบ้าน ทันใดนั้นเขาก็เห็นรินรดากำลังถูกชายฉกรรจ์สองคนลากตัวออกมาที่ระเบียง ปลายกระบอกปืนจ่ออยู่ที่ขมับของเธออย่างเหี้ยมโหด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของศิลาในบทนี้ครับ จอมยุทธ์เสื้อแพรจะรอพบทุกท่านในบทถัดไปอย่างใจจดใจจ่อครับ
กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ•ตอนที่ 12
หมากเกมแรกเริ่มขยับ
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!