“เอกสารชุดนี้... คุณไปเอามาจากไหน”
เสียงของศิลาแหบพร่า ทว่าแฝงด้วยกระแสความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากแววตา เขาไม่ได้เงยหน้ามองคนตรงข้าม นิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยขณะลูบไล้ไปบนรอยประทับตราลับของมูลนิธิอัครเดชที่ปรากฏหราอยู่บนแฟ้มสีทึบ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสีส้มสลัวขับเน้นให้ความตึงเครียดในห้องทำงานของรินรดาทวีความรุนแรงขึ้น
รินรดาไม่ได้ตอบในทันที เธอเพียงแต่นั่งกอดอก พิงหลังเข้ากับพนักเก้าอี้หนังอย่างเงียบเชียบ สายตาของเธอมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟจากตึกสูงฝั่งตรงข้ามที่สะท้อนเข้ามาเป็นระยะ ความเงียบระหว่างคนทั้งสองยาวนานจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
“มันไม่ได้สำคัญหรอกว่าฉันได้มันมาจากไหน ศิลา” เธอเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว “สำคัญที่ว่า... นายพร้อมจะอ่านหน้าสุดท้ายหรือยัง”
ศิลาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เขาเคยเชื่อมั่นมาตลอด บัดนี้เขากลับเห็นเพียงม่านหมอกที่ปิดบังความจริงบางอย่างไว้ “คุณกำลังจะบอกว่าคนที่เซ็นอนุมัติคำสั่งปิดปากพ่อผมในคืนนั้น... คือคนใกล้ตัวผมที่สุดอย่างนั้นเหรอ?”
“คนใกล้ตัว... นิยามของคำนี้มันกว้างนัก” รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่มีความสุขเจือปน “นายคิดว่าความปลอดภัยที่นายได้รับตลอดสามปีที่ผ่านมา ใครเป็นคนจัดหา? นายคิดว่าทำไมอัครเดชถึงพลาดเป้าในวินาทีสุดท้ายเสมอ? นายฉลาดกว่านี้ได้ไหมศิลา...”
ศิลาขว้างแฟ้มในมือลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งจนเกิดเสียงดังสนั่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้กระแทกกับผนังห้อง “อย่ามาทำเป็นพูดจาคลุมเครือ! ผมมาที่นี่เพื่อหาคำตอบ ไม่ใช่มานั่งฟังคำคมปลุกใจ! บอกผมมา... คนที่อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อผม คือใคร!”
รินรดาหลับตาลงแน่น ก่อนจะหยิบซองจดหมายเก่าคร่ำคร่าซองหนึ่งออกมาจากลิ้นชักลับ เธอยื่นมันให้เขาด้วยมือที่สั่นเทา “ดูชื่อผู้รับสิ... แล้วนายจะเข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้ถึงต้องจบลงที่มือของฉัน”
ศิลาคว้าซองจดหมายนั้นมาเปิดออก มือของเขาหยุดชะงักเมื่อเห็นลายมือที่คุ้นเคย มันคือลายมือของผู้มีพระคุณที่เปรียบเสมือนพ่อคนที่สองของเขา... ชายผู้ที่คอยสนับสนุนเขาตั้งแต่วันที่ครอบครัวล่มสลาย ชายผู้ที่เขาสาบานว่าจะตอบแทนบุญคุณด้วยชีวิต
“ลุงธนา...” ศิลาพึมพำ ชื่อนั้นหลุดออกมาจากปากด้วยความรู้สึกเหมือนถูกค้อนเหล็กฟาดเข้าที่หน้าอก ความจริงข้อนี้หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าการที่อัครเดชเป็นศัตรูเสียอีก เพราะศัตรูที่รู้จุดอ่อนเราคือสิ่งที่น่ากลัว แต่คนที่เรารักและไว้ใจกลับเป็นผู้แทงข้างหลัง มันคือความเจ็บปวดที่ไม่มีคำบรรยายใดมาฉุดรั้งได้
“เขาไม่ได้ต้องการฆ่าพ่อของนายในตอนแรก” รินรดาเริ่มเล่า เสียงของเธอสั่นเครือ “เขาแค่ต้องการขัดขวางไม่ให้ข้อมูลลับรั่วไหลไปสู่สื่อ แต่ความโลภของอัครเดชทำให้ทุกอย่างเลยเถิด พ่อของนายคือหมากที่เขาจงใจสละเพื่อรักษาอำนาจ... และลุงของนาย ก็เป็นคนถือดาบเล่มนั้นให้เขา”
“ไม่จริง...” ศิลาทรุดตัวลงบนเก้าอี้ หัวใจของเขาเหมือนถูกควักออกมาขยี้ “เขาเลี้ยงผมมา เขาบอกว่าเขาจะช่วยผมล้างแค้น!”
“นั่นแหละคือคำโกหกที่สวยงามที่สุด” รินรดาเดินเข้ามาใกล้ วางมือลงบนไหล่ที่สั่นเทาของชายหนุ่ม “เขาไม่ได้ต้องการช่วยนายล้างแค้น แต่เขาต้องการให้นายเดินตามเกมของเขาไปเรื่อยๆ จนกว่านายจะกลายเป็นเงาที่อัครเดชควบคุมไม่ได้... และตอนนี้ นายก็กำลังจะเป็นอันตรายต่อเขาเช่นกัน”
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า แต่มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยรอยร้าวของความเชื่อใจที่แตกสลาย ศิลาหยิบปืนพกกระบอกเล็กขึ้นมาตรวจสอบกระสุน สายตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโกรธแค้นที่เคยมีต่ออัครเดชถูกแทนที่ด้วยความมืดดำที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า
“ถ้าเขาเป็นคนสั่งการ...” ศิลาพูดโดยไม่มองหน้าหญิงสาว “เขาก็ต้องเป็นคนชดใช้”
รินรดาชะงัก เธอพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าแขนของเขาไว้ แต่ศิลากลับสะบัดออกอย่างเย็นชา เขาหมุนตัวเดินไปที่ประตูห้อง ทว่าก่อนที่มือจะสัมผัสกับลูกบิด เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นจากด้านนอกสามครั้งเป็นจังหวะที่แปลกประหลาดทำให้เขาต้องหยุดชะงัก
ไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา... มันคือรหัสลับที่เขากับลุงธนาใช้กันมาตั้งแต่เด็ก
“ศิลา... นายเปิดประตูไม่ได้นะ” รินรดาหน้าซีดเผือด “เขามาที่นี่เพราะเขาไหวตัวทันแล้ว!”
ศิลาไม่ได้ฟังคำเตือน เขากระชากประตูออกอย่างรุนแรง สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ชายวัยกลางคนที่เขาคุ้นเคย แต่เป็นร่างของชายคนหนึ่งที่เขารู้จักดีในฐานะ 'คนตาย' ไปแล้วเมื่อสามปีก่อน... คนที่ควรจะเสียชีวิตในกองเพลิงเดียวกับพ่อของเขา
ชายผู้นั้นยิ้มให้เขาอย่างใจเย็น ในมือถือจดหมายฉบับเดียวกันกับที่เขาเพิ่งอ่านจบ “โตขึ้นมากนะศิลา... เสียดายที่วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เธอจะได้ใช้ความรู้ที่ฉันสอนมาทั้งหมด เพื่อทำลายตัวฉันเอง”
ความจริงที่แสนเจ็บปวดไม่ได้อยู่ที่คนทรยศ คือคนใกล้ตัว... แต่อยู่ที่คนใกล้ตัวที่เขาเชื่อว่าตายไปแล้ว กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาเพื่อเก็บกวาดรอยร้าวครั้งสุดท้าย!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ จอมยุทธ์เสื้อแพร
กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ•ตอนที่ 20
ความจริงที่แสนเจ็บปวด
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!