เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อดีดังสนั่น หักล้างความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ของสำนักข่าว "ประชาไททัศน์" จนพนักงานหลายคนสะดุ้งสุดตัว สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปยังชายหนุ่มผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า—ศิลา
"คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังเอาชีวิตเข้าแลกกับอะไร, คุณศิลา" บรรณาธิการอาวุโสถอนหายใจเฮือกใหญ่ แว่นตากรอบทองเลื่อนหลุดลงมาเกือบถึงสันจมูก บ่งบอกถึงความเครียดขึงที่สะสมมาตลอดหลายชั่วโมงของการตรวจสอบเอกสารกองโต
ศิลายังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้เช่นเคย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันเคร่งขรึมทอดมองไปยังชายสูงวัยผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก เขากวาดตามองซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะที่บัดนี้ถูกเปิดออก เผยให้เห็นหลักฐานทางการเงิน บันทึกการสนทนาทางอิเล็กทรอนิกส์ และสำเนาโฉนดที่ดินที่ถูกสับเปลี่ยนอย่างผิดกฎหมาย—ทุกชิ้นคือรอยต่อของปริศนาที่เชื่อมโยงตรงไปยังอาณาจักรธุรกิจของอัครเดช
"ผมทราบดีครับ... ท่านบรรณาธิการ" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นกังวาน "แต่ถ้าความจริงชิ้นนี้ยังคงถูกฝังกลบไว้ใต้พรมแห่งอำนาจ ครอบครัวที่จากไปของผมคงไม่มีวันหลับตาลงได้อย่างสงบ เช่นเดียวกับเหยื่ออีกนับสิบชีวิตที่ถูกอำนาจมืดกลืนกิน"
บรรณาธิการนิ่งเงดไปครู่ใหญ่ เขารู้ดีว่าอัครเดชคือใคร—ชายผู้กุมชะตากรรมของเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งในประเทศ ผู้มีอิทธิพลทั้งในและนอกสคัปการเมือง การตีพิมพ์ข้อมูลชุดนี้ไม่ต่างจากการประกาศสงครามกับยักษ์ใหญ่ที่พร้อมจะบดขยี้สำนักข่าวแห่งนี้ให้เป็นจุลในชั่วข้ามคืน
ในมุมหนึ่งของห้อง รินรดายืนกุมมือเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว ความกังวลฉายชัดผ่านดวงตากลมโตคู่นั้น เธอก้าวเข้าไปใกล้ศิลาเล็กน้อย ราวกับต้องการส่งผ่านความอบอุ่นและพลังใจให้ชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจ นิ้วมือเรียวบางเอื้อมไปแตะแขนเสื้อของเขาเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าเธอยังคงอยู่เคียงข้างเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
ศิลาหันไปสบตารินรด ชั่วขณะนั้นเอง กำแพงความเย็นชาที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองก็ทลายลง รอยยิ้มจางๆ ที่ปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มเปี่ยมไปด้วยความหมาย มันคือคำสัญญาที่เงียบงันว่า เขาจะไม่ยอมล้มลงจนกว่าความยุติธรรมจะปรากฏ
"เรามีพยานบุคคลยืนยันความถูกต้องของเอกสารเหล่านี้ไหม?" บรรณาธิการถามต่อ น้ำเสียงจริงจังขึ้น
"มีครับ" เสียงของบุคคลที่สามดังขึ้นจากความมืดบริเวณประตูห้องประชุม ร่างโปร่งของทนายความมือดีก้าวเข้ามา พร้อมกับแฟ้มสำสำเนาคำให้การที่ได้รับการรับรองถูกต้องตามกฎหมาย "ผมและทีมกฎหมายตรวจสอบแล้ว ทุกอย่างชอบด้วยกฎหมาย และพร้อมเปิดเผยต่อสาธารณชนทันทีที่ได้รับไฟเขียวจากทางกองบรรณาธิการ"
บรรยากาศภายในห้องตึงเครียดถึงขีดสุด เข็มนาฬิกาบนผนังเดินราวกับเสียงนับถอยหลังสู่วินาทีประวัติศาสตร์ นิ้วมือของบรรณาธิการเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนถึงความลังเลใจครั้งใหญ่ในอาชีพสื่อมวลชน
"ตกลง..." บรรณาธิการเงยหน้าขึ้น แววตาฉายประกายความเด็ดเดี่ยว "เราจะตีพิมพ์เรื่องนี้เป็นหน้าหนึ่งฉบับพิเศษพรุ่งนี้เช้า และปล่อยข้อมูลทั้งหมดลงแพลตฟอร์มออนไลน์พร้อมกันในเที่ยงคืนนี้"
คำพูดนั้นทำให้รินรดาระบายยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก ขณะที่ศิลาพยักหน้ารับด้วยความเคารพ ภารกิจที่ใช้เวลาวางแผนมาแรมปีบัดนี้ก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม ศิลารู้ดีว่าพายุลูกใหญ่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
เมื่อการประชุมเสร็จสิ้น ศิลาและรินรดาก้าวเดินออกมายังระเบียงด้านนอกของอาคารสำนักข่าว สายลมอ่อนยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้า ท้องฟ้ายามนี้ไร้ซึ่งหมู่ดาว มีเพียงความมืดมิดที่ปกคลุมเมืองใหญ่เบื้องล่าง
"คุณเหนื่อยมากไหม ศิลา?" รินรดากล่าวถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทอดมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่ยังคงเหม่อมองไปยังตึกสูงระฟ้าใจกลางเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่บริษัทอัครเดชกรุ๊ป
"ไม่เลยครับริน..." ศิลาตอบเสียงเรียบ แต่แววตากลับลẫกลึก "ผมแค่กำลังคิดว่า... หลังจากคืนนี้ไป อัครเดชจะดิ้นรนอย่างไรเมื่อสัตว์ร้ายจนมุม"
รินรดานิ่งเงียบไป เธอย่อมรู้ว่าคนอย่างอัครเดชไม่มีทางยอมจำนนโดยง่าย ความน่ากลัวของเสือร้ายที่บาดเจ็บมักจะน่ากลัวที่สุดเสมอ เธอยื่นมือไปกุมมือหนาของศิลาไว้แน่น เพื่อย้ำเตือนว่าเขามิได้ต่อสู้เพียงลำพัง
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังโอบ ล้วนแต่บรรยากาศรอบตัว เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของศิลาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ มันเป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่กลับสร้างความรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างประหลาด
ศิลากดรับสายโดยไม่ลังเล เสียงทุ้มแหบพร่าของผู้ชายคนหนึ่งดังลอดออกมาจากปลายสาย พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของศิลาเย็นเฉียบลงในพริบตา
*"คุณศิลาครับ... เอกสารที่คุณส่งให้สื่อเมื่อครู่ น่าสนใจมาก... แต่ดูเหมือนว่าคุณจะลืมเช็คดูให้ดีนะว่า... คนที่คุณรักที่สุดตอนนี้ กำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่ไหน?"*
ศิลาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ เขารีบหันขวับไปมองรินรดที่ยืนอยู่ข้างกายทันที ทว่า... บริเวณระเบียงว่างเปล่า ร่างของหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของเธอที่ตกอยู่บนพื้น พร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบ แสดงภาพวิดีโอสดจากห้องทำงานส่วนตัวของอัครเดช ที่ซึ่งรินรดากำลังถูกพันธนาการไว้ด้วยเชือกอย่างแน่นหนา!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "จอมยุทธ์เสื้อแพร" เสมอมาครับ
กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ•ตอนที่ 47
ความจริงประจักษ์
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!