"ถอยออกไป..."
เสียงของศิลาแหบพร่า ทว่ากังวานด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ใต้ความเยือกเย็น เขาไม่ได้หันไปมองอัครเดชที่ยังคงยืนแสยะยิ้มอยู่เบื้องหลัง แต่สายตาของเขากลับจดจ้องไปยังเอกสารในมือ—หลักฐานชิ้นสำคัญที่เพิ่งถูกส่งเข้าเครื่องทำลายเอกสารเมื่อครู่ เศษกระดาษที่เหลือเพียงเสี้ยววิญญาณร่วงหล่นราวกับหิมะสีขาวบนพรมราคาแพง
อัครเดชก้าวเท้าช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้องห้องทำงานที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า "ความจริงที่ถูกปลดปล่อยน่ะศิลา มันไม่ได้สวยงามเหมือนนิยายที่เธอเคยอ่านหรอกนะ แต่มันคือความเป็นจริงที่เลือดต้องล้างด้วยเลือด... และดูเหมือนว่าคนที่เธอไว้ใจที่สุด จะเป็นคนเปิดประตูให้ฉันเข้ามาถึงในนี้"
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามระงับอาการมือสั่นที่เริ่มควบคุมไม่ได้ เขาไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่ความรู้สึกเหมือนถูกมีดนับร้อยเล่มกรีดลงบนแผ่นหลังจากการถูกทรยศ มันเจ็บปวดเกินกว่าจะบรรยายเป็นคำพูดได้
"ใคร?" ศิลาเค้นเสียงถาม คำเดียวสั้นๆ แต่ทว่าหนักแน่นดุจภูเขา
อัครเดชหยุดเดิน เขาย่อตัวลงเล็กน้อยพลางหยิบกรอบรูปที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของศิลาขึ้นมาพินิจ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "คนที่กุมความลับของตระกูลเธอไว้ตั้งแต่วันแรกที่เธอกลับมายังไงล่ะ คนที่คอยเตือนเธอเสมอว่าอย่าเข้าใกล้ความมืด... ทั้งที่ตัวเขานั่นแหละ คือเงาที่คอยรายงานทุกย่างก้าวของเธอให้ฉันรู้"
ภาพในหัวของศิลาฉายย้อนกลับไปเหมือนม้วนฟิล์มที่ชำรุด ความทรงจำเกี่ยวกับการเตือนสติของ 'ธันวา' เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างเขามาตั้งแต่เขายังเป็นเด็กกำพร้า ความเป็นห่วงที่ดูสมจริง ความช่วยเหลือที่ไม่มีเงื่อนไข... ทั้งหมดนั้นคือกับดักที่ถูกวางไว้อย่างประณีตงั้นหรือ?
เขารีบสาวเท้าออกจากห้องทำงานนั้นทันที โดยไม่แม้แต่จะหันไปมองอัครเดชที่กำลังจิบไวน์อย่างผู้ชนะ ศิลาพุ่งตัวออกไปตามโถงทางเดิน มุ่งหน้าไปยังห้องพักของธันวาด้วยจิตใจที่ร้อนรุ่มดุจไฟสุมอก
เมื่อไปถึงหน้าห้องพัก บานประตูไม้ถูกเปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย เสียงสนทนาเบาๆ ลอดออกมาทำให้ศิลาต้องหยุดชะงัก ร่างกายของเขาแข็งทื่อราวกับถูกสาป
"ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับท่าน" เสียงของธันวาดังชัดเจนผ่านรอยแยกของประตู "ศิลาหลงเชื่อใจผมสนิทใจ เขาไม่รู้หรอกว่าเอกสารที่เขากำลังตามหา ถูกเผาไปตั้งแต่วันที่ครอบครัวเขาตายแล้ว... ที่เหลืออยู่ก็แค่เศษซากมายาที่ผมสร้างขึ้นมาหลอกล่อให้เขาวิ่งวนอยู่ในเขาวงกตเท่านั้นครับ"
ศิลาเม้มริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่กัดกินไปถึงขั้วหัวใจ เพื่อนแท้ที่เขาเชื่อใจมาตลอดสิบปี เป็นเพียงสายลับที่อัครเดชส่งมาแทรกซึมเพื่อทำลายเขาให้สิ้นซากจริงๆ
เขาผลักประตูเข้าไปอย่างแรง เสียงไม้กระแทกผนังดังสนั่น ธันวาที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์สะดุ้งสุดตัว เขาหันกลับมามองศิลาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป จากความเห็นใจที่เคยแสร้งทำ กลายเป็นสายตาที่ว่างเปล่าและเหยียดหยาม
"นาย..." ศิลาพูดได้เพียงคำเดียว เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความเจ็บปวดที่มิอาจปิดบัง
ธันวาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เขาสงบนิ่งราวกับเตรียมใจรอเวลานี้มานานแล้ว "ศิลา นายฉลาดเสมอ... แต่ความฉลาดของนายมันเป็นพิษ นายรักคนอื่นมากเกินไป จนลืมดูไปว่าคนที่อยู่ข้างหลังนายมาตลอด อาจจะเป็นคนที่ถือมีดรอจ่อคอหอยนายอยู่ก็ได้"
"ทำไม?" ศิลาถามพลางก้าวเข้าไปหาทีละก้าว แววตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เหลือเพียงความอำมหิต "ตระกูลฉันเคยทำอะไรให้พวกนาย? ทำไมต้องทำลายทุกอย่างจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของชีวิตฉัน?"
ธันวาแสยะยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะควักปืนพกขนาดเล็กออกมาจากใต้โต๊ะจ่อไปที่หน้าอกของศิลาอย่างไม่ลังเล "เพราะตระกูลของนายเก็บความลับที่เป็นอันตรายต่ออำนาจของท่านอัครเดชไว้ไงล่ะ และฉัน... ก็ได้รับคำสั่งให้ทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ความลับนั้นถูกเปิดเผย ไม่ว่านั่นจะหมายถึงการทรยศเพื่อนที่ดีที่สุดของตัวเองก็ตาม"
ขณะที่ศิลากำลังจะกระโจนเข้าหา ธันวากลับกดปุ่มบางอย่างบนโต๊ะ เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นไปทั่วอาคาร และไฟในห้องทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกับเสียงล็อคประตูดัง *แกร๊ก*
ในความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวๆ ส่องผ่านหน้าต่าง ศิลาได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาหาเขาจากด้านหลัง ไม่ใช่แค่ธันวา... แต่ยังมีเงาอีกหลายร่างที่เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบราวกับนักฆ่ามืออาชีพ
เสียงกระซิบข้างหูของใครบางคนดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดนั้น "เธอกำลังจะตายในคุกที่เธอสร้างขึ้นเอง... ศิลา"
ศิลาหยุดนิ่ง ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เขาสัมผัสได้ถึงปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ขมับจากทางด้านหลัง และในวินาทีที่แสงแฟลชจากสายฟ้าฟาดลงมาที่หน้าต่าง ทำให้เขาเห็นเงาสะท้อนในกระจกเงาข้างผนังชัดเจน... คนที่ถือปืนจ่อหัวเขาอยู่ ไม่ใช่ธันวา... แต่เป็นรินรดา หญิงสาวที่เขาเชื่อมั่นว่าเป็นแสงสว่างเดียวในชีวิตมาโดยตลอด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับศิลาในบทที่เข้มข้นที่สุดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
จอมยุทธ์เสื้อแพร
กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ•ตอนที่ 15
คนทรยศในเงามืด
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!