กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ•ตอนที่ 16

การเผชิญหน้าบนยอดตึก

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
"ถอยไปศิลา... อย่าบีบให้ผมต้องจบชีวิตคุณตรงนี้เลย มันน่าเสียดายที่คนฉลาดอย่างคุณต้องมาตายเพราะความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง" เสียงแหบต่ำของอัครเดชดังแทรกผ่านเสียงหวีดหวิวของกระแสลมบนชั้นดาดฟ้าตึกระฟ้าใจกลางกรุงเบื้องล่าง แสงไฟจากเมืองหลวงที่ทอดยาวดูคล้ายเศษเสี้ยวของดวงดาวที่ตกลงมาวางกองอยู่บนพื้นโลก แต่สำหรับศิลาแล้ว แสงเหล่านั้นกลับดูพร่าเลือนและเย็นเยียบกว่าความตายที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า ศิลาขยับเท้าถอยหลังไปหนึ่งก้าว ส้นรองเท้าบดลงบนเศษปูนที่แตกกระจายจากแรงกระแทกก่อนหน้านี้ ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็นเพราะความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านจากหัวไหล่ที่เพิ่งถูกกระสุนเฉี่ยวไปเมื่อครู่ เลือดสีเข้มข้นซึมผ่านเนื้อผ้าจนเขารู้สึกได้ถึงความเหนียวเหนอะหนะที่ไหลริน "ความตายมันน่ากลัวน้อยกว่าความจริงที่คุณซ่อนไว้นะครับ อัครเดช" ศิลาเค้นเสียงตอบ ดวงตาคู่คมจ้องมองศัตรูคู่อาฆาตไม่ลดละ แม้ห้วงคำนึงจะพานให้นึกถึงภาพความทรงจำสีซีดของครอบครัวที่ถูกพรากไปในกองเพลิง แต่นี่ไม่ใช่เวลาของการอาลัยอาวรณ์ อัครเดชหัวเราะในลำคอ ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบขยับปลอกกระสุนปืนพกในมือ แววตาของเขาไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงความกระหายอำนาจที่ฉายชัด "ความจริง? คนส่วนใหญ่ชอบพูดว่าความจริงจะทำให้เราเป็นไท แต่สำหรับตระกูลของคุณ ความจริงคือเพชฌฆาตที่พาไปสู่หลุมศพต่างหาก" ศิลากัดฟันแน่น เขาเหลือบมองไปยังรินรดาที่ถูกชายฉกรรจ์สองคนล็อกตัวไว้ไม่ไกลนัก ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือด แต่ดวงตาของเธอยังคงพยายามส่งสัญญาณบางอย่างมาให้เขา มันเป็นสัญญาณที่เขารู้ดีว่าหมายถึงอะไร... *แผนสำรอง* "คุณไม่ได้ทำเพื่อธุรกิจ... คุณทำเพื่อลบชื่อตัวเองออกจากบันทึกประวัติศาสตร์เลือดพวกนั้นใช่ไหม" ศิลาเริ่มขยับตัวช้าๆ กะระยะห่างระหว่างเขากับขอบตึกที่สูงเสียดฟ้า "ประวัติศาสตร์น่ะเหรอ?" อัครเดชเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากยกยิ้มเหี้ยม "ประวัติศาสตร์มันก็แค่เรื่องแต่งของคนชนะครับศิลา และคืนนี้... คุณจะเป็นเพียงบรรทัดสุดท้ายของเรื่องเล่าที่ไม่มีใครได้อ่าน" ปัง! กระสุนนัดที่สองเฉียดผ่านโหนกแก้มของศิลาไปเพียงมิลลิเมตร แรงปะทะทำให้เขาทรงตัวไม่อยู่จนเซถลาไปติดขอบระเบียงดาดฟ้า ร่างกายท่อนบนโงนเงนออกไปนอกตัวตึก หูของเขาอื้ออึงด้วยเสียงลมที่ตีกลับจากผนังตึก ศิลาคว้าขอบปูนไว้ได้ทันท่วงที นิ้วมือทั้งห้าจิกเข้ากับรอยร้าวของคอนกรีตจนเลือดซิบ อัครเดชเดินเข้ามาใกล้จนเห็นเงาของเขาที่ทาบทับร่างของศิลา "น่าเสียดาย... รินรดาเห็นไหมว่าวีรบุรุษของคุณมันเปราะบางแค่ไหน" รินรดาสะบัดตัวจากการควบคุมของชายฉกรรจ์จนหลุดออกมา เธอพุ่งตัวมาทางขอบตึกด้วยสัญชาตญาณ แต่ถูกอัครเดชยกปืนขึ้นจ่อไปที่ขมับของเธอเสียก่อน "หยุด! อย่าเข้ามาใกล้กว่านี้" อัครเดชสั่งเสียงกร้าว ศิลาที่ห้อยต่องแต่งอยู่กับขอบตึกมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดลึกถึงกระดูกสันหลัง เขาไม่ได้กลัวการร่วงหล่นลงไปสู่ความว่างเปล่าข้างล่างนั่น แต่เขากลัวว่าหากเขาพลาดเพียงนิดเดียว แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของเขาจะต้องดับลงไปพร้อมกับเขาด้วย "คุณจะทำอะไรก็ได้กับผม..." ศิลาตะโกนแข่งกับเสียงลมหายใจที่หอบถี่ "แต่อย่าดึงเธอเข้ามาเกี่ยวข้อง... เธอไม่รู้อะไรเลย" "เธอรู้นั่นแหละศิลา" อัครเดชก้มลงมองศิลาด้วยแววตาหยามหยัน "เธอรู้ดีว่าใครเป็นคนส่งจดหมายฉบับนั้นให้คุณ... ใช่ไหมล่ะ รินรดา?" รินรดาชะงักไป คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจศิลา เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่เขาทั้งรักและไว้ใจด้วยความสับสนที่เริ่มกัดกินหัวใจ หากรินรดาเป็นคนส่งเบาะแสให้เขาตั้งแต่แรก... นั่นหมายความว่าทุกก้าวย่างของเขาถูกกำหนดไว้ตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาเจอกันหรือ? ดวงตาของรินรดาที่จ้องมองลงมาที่ศิลาไม่มีความร่าเริงหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มันมีความลึกซึ้งและเปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้าอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอค่อยๆ หยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท มันคือรีโมตขนาดเล็กที่ศิลาจำได้ดีว่าเป็นอุปกรณ์ควบคุมระบบความปลอดภัยของตึกนี้ "ศิลา..." รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว แต่มันหนักแน่นและทรงพลังกว่าเสียงใดๆ ในค่ำคืนนี้ "ฉันไม่ได้หลอกคุณ... แต่ฉันกำลังรอเวลาที่จะทำลายทุกอย่างไปพร้อมกับเรา" วินาทีนั้นเอง อัครเดชชะงักไป เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นใต้ฝ่าเท้า แรงสั่นสะเทือนเบาๆ เริ่มส่งผ่านมาจากโครงสร้างของตึก ศิลาที่แขวนตัวอยู่ขอบตึกเห็นรินรดากดปุ่มสีแดงบนรีโมตในมือด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว เสียงระเบิดดังก้องกังวานจากชั้นล่างลงไปถึงรากฐานของอาคาร พื้นดาดฟ้าเริ่มแตกร้าวและเอียงวูบ อัครเดชเสียหลักจนปืนในมือหลุดกระเด็นไปตามแรงสั่นสะเทือน ร่างของเขากลิ้งไปกระแทกกับท่อระบายอากาศ ศิลาเห็นจังหวะนั้นจึงรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย กระชากตัวขึ้นมาจากขอบตึกและพุ่งเข้าหาอัครเดชเพื่อชิงอาวุธ แต่ในเสี้ยววินาทีที่มือของศิลาจะคว้าคอเสื้อของศัตรู เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะมากกว่าคนธรรมดาก็ดังขึ้นจากทางบันไดหนีไฟ ร่างหนึ่งในชุดสีดำสนิทปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับกระบอกเก็บเสียงที่จ่อตรงมายังอัครเดชอย่างแม่นยำ ไม่ใช่แค่ศิลาที่หยุดชะงัก แม้แต่อัครเดชที่กำลังพยายามลุกขึ้นยังต้องแข็งทื่อเมื่อเห็นผู้มาเยือนคนใหม่ "ใครส่งแกมา!" อัครเดชคำราม ชายชุดดำไม่ตอบ แต่นัยน์ตาของเขาเหลือบมามองศิลาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาหัวใจของศิลาหยุดเต้นไปวูบหนึ่ง "คนที่คุณเคยพยายามฆ่าเมื่อยี่สิบปีก่อน... ฝากความคิดถึงมาให้" สิ้นคำพูดนั้น ร่างของอัครเดชก็ทรุดลงพร้อมกับเสียงเก็บเสียงที่ดังขึ้นเพียงครั้งเดียวทว่าแม่นยำดุจจับวาง ก่อนที่ชายชุดดำจะหันมามองศิลาแล้วโยนเอกสารบางอย่างลงตรงหน้าเขา "อ่านซะ ก่อนที่ตึกนี้จะถล่มลงมาจริงๆ... แล้วคุณจะรู้ว่าคำว่า 'คนในครอบครัว' ที่คุณโหยหาน่ะ มันมีราคาที่ต้องจ่ายด้วยอะไร" จอมยุทธ์เสื้อแพรขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันนี้ไปพร้อมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%