“ถ้าคิดจะขัดขวางงานของฉัน ก็เตรียมตัวไปเป็นปุ๋ยใต้ฐานตึกหลังใหม่ได้เลย”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยไอสังหารของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเทาคมกริบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของโกดังร้างริมน้ำ แสงไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ สาดกระทบใบหน้าของศิลาที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน เขามิได้สะทกสะท้านต่อปลายกระบอกปืนสั้นที่จ่อเข้าที่ขมับ แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่เอกสารแฟ้มสีดำที่หลุดร่วงอยู่บนพื้น—สิ่งที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดห้าปี
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันคือเสียงของความเย็นเยียบที่ข่มขวัญผู้ฟังได้ดีกว่าการตะโกนด่าทอ
“อัครเดชคงจ่ายค่าจ้างพวกแกแพงน่าดู ถึงกล้าเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เพียงเพื่อรักษาความลับของคนตาย” ศิลาเอ่ยเรียบเรื่อย ร่างกายของเขาขยับเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อนิ้วโป้งของชายชุดดำเริ่มกดไกปืน
*เปรี้ยง!*
กระสุนนัดนั้นเฉี่ยวไหล่ซ้ายของเขาไปเพียงนิ้วเดียว ศิลาไม่รอช้า เขาคว้าคอเสื้อของมือสังหารแล้วกระชากอย่างแรงก่อนจะเหวี่ยงร่างกำยำเข้าปะทะกับลังไม้จนแตกกระจาย ความโกลาหลระเบิดขึ้นในพริบตา เสียงฝีเท้าของลูกสมุนอีกสามคนเริ่มล้อมเข้ามาจากด้านหลัง แต่ในขณะที่ศิลากำลังจะก้าวเข้าสู่การต่อสู้ที่ไร้ทางเลี่ยง เสียงหนึ่งก็แทรกผ่านความโกลาหลเข้ามา
“หยุด! วางปืนลงเดี๋ยวนี้!”
เสียงหวานแต่ก้องกังวานด้วยอำนาจสั่งการทำให้ทุกคนชะงัก ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสสีครีมที่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศดิบเถื่อนของโกดังปรากฏตัวขึ้นที่ประตูทางออก มือของเธอถืออุปกรณ์บางอย่างที่ดูคล้ายรีโมทควบคุมระบบรักษาความปลอดภัย
รินรดา...
ศิลาขมวดคิ้วแน่น เขาไม่เคยคาดคิดว่าคนอย่างเธอจะมาอยู่ในที่แบบนี้ ในเวลาแบบนี้ แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อสบตากับเขา แต่มันแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่เขามิอาจเข้าใจได้
“ใครสั่งให้แกมา!” ศิลาตะคอก เสียงนั้นไม่ได้แสดงถึงความโกรธ แต่มันคือความตระหนกที่แฝงอยู่ภายใต้หน้ากากนิ่งเฉย
รินรดาไม่ตอบ เธอหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มชายชุดดำ “ฉันมีสิ่งที่พวกแกต้องการมากกว่าชีวิตของเขา และถ้าพวกแกไม่ถอยออกไปภายในสามวินาที... ความลับเรื่องบัญชีลับของอัครเดชที่ฉันถืออยู่ในมือนี้ จะถูกส่งตรงถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภายในห้านาที!”
บรรยากาศในโกดังเงียบสนิทลงราวกับถูกแช่แข็ง ชายชุดดำมองหน้ากันอย่างลุกลี้ลุกลน พวกมันรู้ดีว่ารินรดาไม่ใช่แค่หญิงสาวผู้โชคร้ายที่หลงทางเข้ามา เธอคือบุตรีของนักประวัติศาสตร์ที่กุมความลับระดับรากฐานของตระกูลอัครเดชเอาไว้
“ถอยไป” หัวหน้ากลุ่มสังหารคำรามก่อนจะเก็บปืนและถอยร่นออกไปในเงามืดอย่างไม่เต็มใจ
เมื่อความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง ศิลาก้าวตรงไปหาหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ตรงนั้น เขากระชากแขนเธออย่างแรงจนเธอกระแทกเข้ากับอกแกร่ง “เธอกำลังทำอะไร? รู้ไหมว่าถ้าฉันมาไม่ทัน หรือถ้าเธอพลาดไปแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่เธอจะได้รับคือความตาย!”
รินรดาเงยหน้าขึ้น สายตาของเธอมุ่งมั่นแต่ก็ฉายแววโศกเศร้าที่เขายังตีความไม่ออก “แล้วคุณล่ะศิลา? คุณคิดจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร? การแก้แค้นที่ต้องแลกด้วยเลือดมันทำให้ครอบครัวคุณฟื้นคืนมาได้จริงเหรอ?”
“มันคือหนี้ที่อัครเดชต้องชดใช้” เขาตอบ เสียงแข็งกร้าว
“คนที่เราจะเล่นงานไม่ใช่แค่นักธุรกิจธรรมดา เขาคือสัตว์ร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หน้ากากของผู้มีพระคุณ” เธอแตะลงที่หน้าอกของเขาเบาๆ “และที่สำคัญ... ในแฟ้มที่คุณกำลังจะแย่งมานั่น มันไม่ได้มีแค่หลักฐานการโกง แต่มันมีชื่อของ ‘คนในครอบครัวคุณ’ รวมอยู่ด้วย... ในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด”
ศิลาชะงักกึก มือของเขาที่กำลังเอื้อมไปหยิบแฟ้มบนพื้นหยุดค้างกลางอากาศ หัวใจของเขาเต้นรัวแรงขึ้นอย่างผิดจังหวะ ราวกับโลกทั้งใบกำลังพลิกคว่ำลงตรงหน้า
“เธอพูดอะไร?” เสียงของเขาแหบพร่า
รินรดาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะดึงภาพถ่ายใบเก่าที่เปื้อนคราบเลือดออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเธอแล้วยื่นให้เขา “ดูสิคะ ว่าคืนที่ครอบครัวของคุณตาย จริงๆ แล้วพวกเขาไม่ได้ถูกฆ่าเพียงเพราะขัดผลประโยชน์... แต่พวกเขาตายเพราะกำลังจะ ‘หยุด’ อัครเดชไม่ให้ทำสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่านี้ โดยมีคนในตระกูลคุณเองที่เป็นคนทรยศ”
ศิลาหยิบภาพถ่ายนั้นขึ้นมา นิ้วของเขาสั่นระริกเมื่อเห็นใบหน้าของคนในภาพที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี มันคือรูปถ่ายกลุ่มที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน และในมุมมืดของภาพ... มีเงาของชายคนหนึ่งที่เขาสัมผัสได้ทันทีว่าคือจุดเริ่มต้นของนรกทั้งหมดนี้
ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากถามถึงตัวตนของชายในเงานั้น เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังระงมอยู่ไกลๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่พุ่งตรงเข้ามายังโกดังแห่งนี้ รินรดารีบดึงแขนเขาให้ถอยไปทางประตูลับ “เราต้องไปเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ความจริงจะถูกฝังกลบพร้อมกับเราทั้งคู่!”
ทว่าก่อนที่เท้าของศิลาจะข้ามพ้นธรณีประตู เขากลับหยุดชะงักเมื่อเห็นเงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่กลางสายฝนที่เริ่มตกลงมาหน้าโกดัง แสงไฟจากรถยนต์คันหรูส่องสว่างจนเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนชัดเจน อัครเดชยืนถือร่มสีดำสนิท มุมปากยกยิ้มอย่างผู้ชนะ พร้อมกับขยับปากพูดโดยไม่มีเสียงว่า *“ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่แกสร้างขึ้นเอง”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยร้าวของโชคชะตาในครั้งนี้ครับ - จอมยุทธ์เสื้อแพร
กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ•ตอนที่ 2
พบพานที่ไม่คาดฝัน
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!