"ถ้าจะให้ผมจอดรถตรงนี้จริงๆ คุณก็ต้องมั่นใจนะรินว่า สิ่งที่รออยู่ข้างในนั้น... มันคุ้มค่าพอที่จะทำให้เราไม่เดินย้อนกลับออกมาอีก"
ศิลาดับเครื่องยนต์ เสียงกลไกของรถยนต์รุ่นเก่าส่งเสียงครางประท้วงเบาๆ ก่อนจะเข้าสู่ความเงียบงันที่น่าอึดอัด บ้านไม้สักหลังเก่าที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคฤหาสน์หรูหรา บัดนี้เหลือเพียงโครงสร้างที่ผุพังราวกับซากศพของความทรงจำ เถาวัลย์พันเกี่ยวเลื้อยขึ้นพันเสาไม้ราวกับมือของภูตผีที่พยายามฉุดรั้งบ้านหลังนี้ให้จมลงสู่ผืนดิน
รินรดาไม่ตอบในทันที เธอเพียงแต่มองผ่านกระจกหน้าไปยังหน้าต่างบานที่แตกละเอียดบนชั้นสอง ดวงตาคู่สวยที่เคยเปี่ยมไปด้วยความสดใสบัดนี้กลับหม่นแสงลงคล้ายคนกำลังตกอยู่ในห้วงฝันร้ายที่ตื่นไม่พ้น
"ความจริงไม่มีคำว่าคุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่าหรอกศิลา" เธอหันมาสบตาเขา แววตาของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว "มีแต่คำว่า 'ยอมรับได้' หรือ 'แตกสลายไปตลอดกาล' เท่านั้น คุณพร้อมจะแลกชีวิตวัยเด็กที่เหลืออยู่กับความจริงที่อาจจะทำลายชีวิตปัจจุบันของคุณแล้วหรือยัง"
ศิลาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือหนากำพวงมาลัยแน่นจนขึ้นข้อขาว เขารู้อยู่เต็มอกว่าอัครเดชกำลังตามล่าพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง การย้อนกลับมาที่ 'บ้านเกิด' ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมเมื่อยี่สิบปีก่อน ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้ากรงเล็บเสือด้วยความสมัครใจ แต่กระนั้น เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อกุญแจดอกสุดท้ายที่จะเปิดโปงอำนาจมืดของอัครเดชถูกฝังอยู่ที่นี่
ทั้งคู่ก้าวลงจากรถ กลิ่นอับชื้นของดินและไม้ผุโชยมาปะทะจมูก ศิลาหยิบไฟฉายกระบอกเล็กขึ้นมาเปิดลำแสงสีขาวนวลสาดส่องเข้าไปภายในบ้าน บรรยากาศภายในดูราวกับเวลาหยุดนิ่ง ทุกอย่างยังคงอยู่ที่เดิม—เก้าอี้ไม้ที่ล้มคว่ำ กรอบรูปที่ตกลงมาแตกกระจายอยู่บนพื้น เศษแก้วสะท้อนแสงไฟฉายวับวาวราวกับเศษเสี้ยวของวิญญาณที่ยังคงวนเวียนอยู่
ศิลาเดินนำหน้า สายตาของเขาเปลี่ยนไป เขากลายเป็นนักล่าที่ระแวดระวังตัวทุกฝีก้าว รินรดาเดินตามหลังมาติดๆ มือของเธอสั่นเทาขณะเอื้อมไปแตะกำแพงไม้ที่มีรอยเขม่าดำจากการถูกเพลิงเผาผลาญในอดีต
"ที่นี่... ห้องทำงานของคุณพ่อ" ศิลาหยุดยืนหน้าบานประตูไม้ที่ถูกล็อคด้วยกุญแจเก่าคร่ำคร่า
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจใช้ไหล่กระแทกเข้าไปอย่างแรง บานประตูที่ผุพังตามกาลเวลาส่งเสียงลั่นและพังทลายลงอย่างง่ายดาย ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วห้อง ศิลาฉายไฟไปรอบๆ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานไม้สักขนาดใหญ่ที่ถูกรื้อค้นจนข้าวของกระจัดกระจาย
"เขาก็มาหาของสิ่งนี้เหมือนกัน" ศิลาพึมพำขณะกวาดสายตาไปรอบห้อง "เขารู้ว่าพ่อไม่ได้เก็บความลับไว้ในเซฟ แต่อาจจะซ่อนไว้ในที่ที่คาดไม่ถึงที่สุด"
รินรดาเดินตรงไปยังตู้หนังสือเก่าที่ถูกถอดชั้นวางออกไปแล้ว เธอทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นไม้ มือเล็กค่อยๆ ลูบไล้ไปตามร่องกระดานพื้นไม้ที่ดูผิดปกติ เธอสังเกตเห็นรอยตะปูที่ดูใหม่กว่าจุดอื่นอย่างผิดสังเกต
"ศิลา... ตรงนี้"
ศิลาขยับเข้ามาใกล้ เขาใช้สันมีดพกแงะแผ่นไม้กระดานนั้นออก เสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะดังสนั่นในความเงียบ ก่อนที่แผ่นไม้จะเผยให้เห็นช่องลับขนาดเล็ก ภายในนั้นมีกล่องเหล็กสนิมเขรอะวางอยู่อย่างโดดเดี่ยว
มือของศิลาสั่นไหวเล็กน้อยขณะเอื้อมไปหยิบกล่องใบนั้นขึ้นมา เขาค่อยๆ เปิดฝาออก ภายในไม่มีทองคำหรือสมบัติใดๆ มีเพียงบันทึกเล่มเล็กๆ หนึ่งเล่ม และแผ่นฟิล์มกระจกที่แตกหักเป็นเสี่ยงๆ อีกหนึ่งแผ่น
ศิลาเปิดสมุดบันทึกหน้าสุดท้าย ลายมือของพ่อเขายังคงชัดเจนแม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ทว่าข้อความที่ปรากฏกลับทำให้เลือดในกายของศิลาเย็นเฉียบ
*'ถึงลูกชายของพ่อ... หากเจ้าได้อ่านสิ่งนี้ แสดงว่าอัครเดชยังคงตามล่าเจ้าอยู่ สิ่งที่มันต้องการไม่ใช่แค่เงินทอง แต่มันต้องการหลักฐานที่ระบุว่าผู้อยู่เบื้องหลังการฆ่าล้างตระกูลของเรา แท้จริงแล้วก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเจ้าเอง'*
ศิลานิ่งงัน ราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง เขาหันไปมองรินรดาที่ใบหน้าซีดเผือดไม่แพ้กัน ขณะที่รินรดาทำท่าจะเอ่ยปาก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหน้าของบ้าน ทั้งเสียงถอนหดของเครื่องยนต์รถยนต์ที่จอดเรียงรายปิดตายเส้นทางออกเพียงหนึ่งเดียว
แสงไฟจากสปอตไลท์ขนาดใหญ่ส่องพุ่งเข้ามาทางหน้าต่างจนห้องทำงานสว่างจ้า ศิลาหันกลับไปมองความมืดมิดภายนอก เขาเห็นร่างหนึ่งก้าวเดินขึ้นบันไดบ้านมาอย่างช้าๆ ชายคนนั้นสวมสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบ แววตาของเขาเย็นเยียบและทรงอำนาจเสียจนคนมองรู้สึกถึงความตาย
อัครเดชยืนอยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งถือปืนพกกระบอกสั้น อีกข้างถือไฟแช็กที่กำลังจุดเปลวไฟสีส้มวูบวาบ
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะศิลา... หรือควรเรียกว่า 'หลานชายที่รัก' ดี?" อัครเดชยิ้มกว้าง แต่เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง เขาสะบัดไฟแช็กทิ้งลงบนกองฟางแห้งที่วางอยู่ใกล้ๆ ประตูทางออกทันที "วันนี้คงเป็นวันที่เราได้ปิดบัญชีแค้นกันเสียที ไม่ว่าด้วยความตาย หรือความจริงที่แกไม่มีวันแบกรับไหว"
เปลวเพลิงเริ่มลามเลียฝาผนังบ้านอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ทางหนีเพียงหนึ่งเดียวถูกปิดตายด้วยเงาของมัจจุราชที่ศิลาเรียกว่าศัตรูมาตลอดทั้งชีวิต
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวและร่วมลุ้นระทึกไปกับศิลาและรินรดาในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ จอมยุทธ์เสื้อแพร
กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ•ตอนที่ 25
ที่หลบซ่อนแห่งความหลัง
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่แพรสะบั้นมาร: ตำนานรักสะท้านยุทธภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!