เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องจนแผ่นดินไหวสะเทือน เปลวไฟจากตะเกียงโบราณบนโต๊ะไม้สักสะบัดไหววับก่อนจะดับวูบลงในพริบตา ความมืดมิดสนิทราวกับหมึกดำกลืนกินทุกตารางนิ้วของเรือนพักรับรองกลางไร่อ้อย พายุฤดูร้อนโหมกระหน่ำซัดสาดสายฝนเข้าใส่บานหน้าต่างไม้จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทว่าความน่ากลัวของธรรมชาติภายนอกยังเทียบไม่ได้เลยกับแรงกดดันอันมืดมนที่กำลังแผ่ซ่านอยู่ภายในห้องนี้
มัทนายืนนิ่งสนิทอยู่ริมขอบหน้าต่าง ลมหายใจของเธอกระชั้นถี่ด้วยความตื่นตระหนก หัวใจดวงน้อยเต้นรัวระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ประโยคคำสั่งดิบเถื่อนของคาร์ลอสก่อนที่เขาจะหายตัวออกไปจัดการกับปัญหาเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“อยู่เงียบ ๆ รออยู่ตรงนี้... แล้วรอดูว่าผัวเถื่อน ๆ อย่างกู จะจัดการไอ้สวะที่บังอาจมาแย่งของรักยังไง”*
เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธผสมผสานกับความหวั่นไหวตีรวนอยู่ในอก เธอดื้อรั้นเกินกว่าจะยอมรับคำว่า 'ของรัก' ที่เขาใช้เรียกเธอ แต่น่าแปลกที่ลึกลงไปในความรู้สึกกลับมีกระแสความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อนึกถึงแววตาดุดันและท่าทีหวง The Territory อย่างดิบเถื่อนของผู้ชายคนนั้น
เปรี้ยง!
สายฟ้าแลบแปลบปลาบส่องประกายวาบผ่านกระจกหน้าต่าง เผยให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตูห้อง มัทนาสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระตุกวูบด้วยความหวาดระแวง นึกว่าจะเป็นเสี่ยทรงวุฒิหรือลูกน้องของมันที่เล็ดลอดเข้ามาได้ ทว่ากลิ่นกายคุ้นเคยที่เจือจางด้วยกลิ่นไอดินและกลิ่นบุหรี่จาง ๆ กลับทำให้เธอลมหายใจสะดุด
"คาร์ลอส..." เธอพึมพำเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าในความมืด
ไม่มีเสียงตอบรับจากชายหนุ่มร่างสูง ร่างหนาภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำฝนก้าวเข้ามาในห้องอย่างไร้ซุ่มเสียง ราวกับเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อในอาณาจักรของมัน ประตูห้องถูกปิดล็อกลงด้วยกลอนเหล็กเสียงดัง *คลิก* ดับสิ้นซึ่งเส้นทางหลบหนีใด ๆ ทั้งสิ้น
มัทนาก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับผนังห้องเย็นเฉียบ "คุณ... คุณเข้ามาทำไม ไฟดับแบบนี้ คุณควรไปดูความเรียบร้อยข้างนอกสิ" น้ำเสียงของเธอพยายามแข็งกร้าวเพื่อปกปิดความสั่นไหว แต่คนฟังกลับหัวเราะในลำคอด้วยเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย
"ข้างนอกมันเคลียร์เรียบร้อยตั้งแต่ไอ้สวะนั่นกราบตีนกูแล้วล่ะ มัทนา..."
เสียงทุ้มพร่ากระซิบอยู่ใกล้แค่เอื้อม ก่อนที่ฝ่ามือหนาและหยาบกร้านตามประสาคนทำงานไร่จะทาบลงบนผนังไม้ข้างศีรษะของเธอ กักขังร่างบอบบางเอาไว้ตรงกลางระหว่างอกแกร่งกับกำแพง ไออุ่นร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านทะลุผ่านเนื้อผ้าที่เปียกชื้น จนทำให้ผิวเนื้อของหญิงสาวร้อนรุ่มราวกับถูกไฟลน
"คุณมัน... เผด็จการ บ้าอำนาจที่สุด" มัทนาเงยหน้าขึ้นต่อว่า แม้ในความมืดเธอจะมองเห็นใบหน้าคมคายไม่ชัดเจนนัก แต่ทว่าประกย์ตาคมปลาบที่จ้องมองมาในความมืดนั้นกลับร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเปลวไฟ
"ปากเก่งนักนะ..." คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บริเวณพวงแก้มเนียนนุ่ม กลิ่นกายดิบเถื่อนของผู้ชายคนนี้กำลังหลอมละลายสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย "บอกกูมาซิ มัทนา... ที่ปากเก่งเนี่ย เพราะอยากลองดีกับผัวเถื่อน ๆ คนนี้ หรือเพราะกลัวว่าตัวเองจะทนไม่ไหวกันแน่"
"ฉันไม่ได้..."
คำปฏิเสธถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหยักลึกของเขาบด ริมฝีปากลงมาครอบครองความนุ่มนวลอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสนั้นไม่ได้นุ่มนวลอ่อนหวาน หากแต่ดุดัน เร่าร้อน และเว้าวอนในเวลาเดียวกัน มันเป็นการจูบที่เปี่ยมไปด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อนและความโหยหาที่ถูกกักเก็บมานาน
มัทนาครางประท้วงในลำคอ พยายามเบือนหน้าหนีและใช้มือผลักไดอกแกร่งออก แต่แรงอันน้อยนิดของเธอนั้นเทียบไม่ได้เลยกับคีมเหล็กของเขา มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิดสนิทกัน ไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน นิ้วแกร่งสอดเข้าขยำเส้นผมยาวสลวยที่ชื้นเหงื่อ บังคับให้เธอต้องแหงนเงยรับรสจูบที่ลึกล้ำและวาบหวามยิ่งขึ้น
รสจูบจากความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลง คาร์ลอสขบเม้มริมฝีปากอิ่มของเธออย่างเร่าร้อน ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ จนหญิงสาวรู้สึกหูอื้อตาลาย สมองขาวโพลนไร้ซึ่งการควบคุม สติสัมปชัญญะที่เคยมีพังทลายลงราบคาบภายใต้สัมผัสอันช่ำชองและรุนแรงของเขา
มือเรียวที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตชื้นฝนของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว เล็บจิกเข้ากับแผ่นหลังกว้างเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวในยามที่เรียวขาเริ่มอ่อนแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังปั่นป่วนอยู่ภายในท้องน้อย มันคือความซาบซ่านที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว จนเธอเผลอส่งเสียงครางแผ่วเบาออกมาอย่างลืมตัว
คาร์ลอสผริมฝีปากออกช้า ๆ ปล่อยให้เธอบริหารลมหายใจที่ขาดห่วง หน้าผากของเขากดชิดติดกับหน้าผากมนของเธอ หน้าอกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงตามจังหวะการหายใจที่หอบกระชั้น เสียงกระซิบพร่าแหบดังอยู่ข้างใบหูที่ร้อนผ่าว ทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง
"จำเอาไว้... ว่าเธอเป็นของกู มัทนา... ร่างกายนี้ หัวใจดื้อ1 ๆ ของเธอ ดวงตาดื้อรั้นคู่นี้... เป็นของคาร์ลอสคนนี้คนเดียวเท่านั้น"
ท่ามกลางเสียงพายุโหมกระหน่ำภายนอกและห้องที่ไร้แสงไฟ สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ร่มผ้ากำลังพาอารมณ์ของทั้งคู่ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตความถูกต้องไปไกลลิบลิ่ว ลมหายใจที่ประสานกันในความมืดบ่งบอกชัดเจนว่า ไม่มีใครในที่นี้สามารถต้านทานแรงดึงดูดอันมืดมนนี้ได้อีกต่อไป
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของเขากำลังจะทาบทับลงมาซ้ำรอยเดิมด้วยความเร่าร้อนที่มากกว่าเก่า เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอกห้องก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ!
"เฮียครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงตะโกนของลูกน้องคนสนิทดังลั่นฝ่าสายฝน "ไอ้เสี่ยทรงวุฒิ... มันพาคนบุกเข้ามาล้อมเรือนใหญ่แล้วครับ!"
คาร์ลอสชะงักกึก ร่างหนาผละออกจากตัวมัทนาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบในความมืดทอประกายวาวโรจน์ด้วยความเหี้ยมเกรียมดั่งซาตานที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความเร่าร้อนและดาร์กโรมานซ์ใน "กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย" ด้วยกันนะครับ
กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย•ตอนที่ 12
คืนพายุโหม
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!