เสียงทุบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางโรงเรือนคัดแยกอ้อยขนาดใหญ่ กลิ่นหวานฉ่ำของน้ำอ้อยดิบผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อไคลของผู้ชายฉกรรจ์นับร้อยชีวิตเงียบกริบลงในพริบตา เมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนจนเห็นมัดกล้ามและรอยสักมังกรดำที่ต้นแขนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าคนงานทั้งหมด
คาร์ลอส ภูวดล ไม่จำเป็นต้องตวาดสักแอะ อำนาจดิบเถื่อนที่แผ่ออกมาจากแววตาดุดันคู่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนก้มหน้าหลบสายตา
"จำหน้าผู้หญิงคนนี้เอาไว้ให้ดี"
เสียงทุบโต๊ะครั้งที่สองมาพร้อมกับมือหนาที่กระชากร่างบางของมัทนาให้ก้าวขึ้นมาประชิดแผงอกกว้าง เธอเซถลาเข้าไปชนกับกลิ่นกายบุรุษที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย มัทนามีสีหน้าซีดเผือด ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวด้วยความโกรธขึงและอับอายที่ถูกปฏิบัติราวกับเป็นสิ่งของมีชีวิตที่เขามีสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียว
"เฮีย... นั่นมัน..." หัวหน้าคนงานรุ่นใหญ่เอ่ยปากด้วยความอ้ำอึ้ง เมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่เคียงข้างเจ้าพ่อไร่อ้อยคือนักบัญชีสาวคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน และมีข่าวลือหนาหูว่าเธอคือ "เชลย" ที่ถูกเสี่ยทรงวุฒิส่งมาสอดส่องความเคลื่อนไหว
"ไม่ใช่ 'นั่นมัน' อะไรทั้งนั้น" คาร์ลอสตัดบทด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ท่อนแขนแข็งแรงยกขึ้นโอบรอบเอวบางของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ลากตัวเธอให้แนบชิดกับเรือนร่างของเขาจนมัทนาแทบไม่เหลือพื้นที่หายใจ "แต่นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป... มัทนาคือเมียของฉัน ใครหน้าไหนในไร่นี้ที่กล้าแตะต้อง หรือแม้แต่ส่งสายตาแทะโลมเธอ... เตรียมตัวเก็บกระเป๋าไสมันออกจากไร่ปิตุภูมิได้เลย"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในหมู่คนงาน ก่อนจะเงียบกริบลงอย่างรวดเร็วเมื่อคาร์ลอสปรายตามองกราดไปทั่วบริเวณด้วยแววตาดุจพญามารล่าเหยื่อ
มัทนาสะท้านไปทั้งร่าง ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงพวงแก้ม ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นเพราะความเคียดแค้นและศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำจนป่นปี้ เธอพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับคีมเหล็กของเจ้าพ่อไร่อ้อย
"ปล่อยฉันนะ... คาร์ลอส คุณเอาสิทธิ์อะไรมาประกาศอะไรบ้าๆ แบบนี้!" มัทนากระซิบเสียงลอดไรฟันในจังหวะที่เขาก้มตัวลงมาประชิดใบหู เพื่อไม่ให้คนงานคนอื่นได้ยินความร้าวฉานระหว่างพวกเขา
"สิทธิ์ของเจ้าหนี้... และสิทธิ์ของการเป็นเจ้าของร่าง เธอควรจะจำใส่สมองเอาไว้ให้ขึ้นใจนะมัท" ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง ทำให้ขนลุกชันไปทั่วแผ่นหลัง คาร์ลอสกระซิบเสียงต่ำพร่าด้วยความกระหายที่พุ่งพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง "ตอนอยู่บนเตียงเธอยังครางเรียกชื่อฉันแทบขาดใจ ทำไมเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นถึงได้ทำตัวเป็นแมวขบถนักล่ะ หื้ม?"
คำพูดจาจาบจ้วงและสายตาแทะโลมที่ส่งผ่านมาทำให้มัทนาอยากจะยกมือขึ้นตบหน้าคนตรงนี้เสียให้เข็ด แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันขยับตัว คาร์ลอสก็ออกแรงกึ่งลากกึ่งจูงเธอกลับเข้าไปยังตัวคฤหาสน์ใหญ่ที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในไร่อ้อย ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองตามด้วยความยำเกรงและอยากรู้อยากเห็น
ปัง!
ประตูห้องนอนบานใหญ่ถูกผลักปิดลงด้วยแรงอารมณ์ ก่อนที่ร่างของมัทนาจะถูกดันให้แนบชิดติดกับบานประตูไม้สักทอง โดยมีร่างสูงใหญ่ของคาร์ลอสทาบทับกักขังเธอไว้ในวงแขน
"คุณมันคนเผด็จการไร้ยางอาย!" มัทนาเงยหน้าขึ้นต่อ ริ้วรอยแห่งความโกรธเกรี้ยวทำให้ดวงตาคู่สวยฉายแสงระยิบระยับ "ฉันมาที่นี่เพื่อทำงานใช้หนี้ ไม่ได้มาเป็นนางบำเรอให้ใครเอามาประกาศศักดาอวดชาวบ้าน!"
คาร์ลอสไม่โกรธสักนิด รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้ตามกรอบหน้าเนียนนุ่มของเธออย่างถือวิสาสะ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาที่ปลายคางมนแล้วบังคับให้เธอเงยขึ้นรับจูบอันดุเดือดที่พุ่งเข้ามาอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า
"อื้อ..."
เสียงประท้วงของมัทนาถูกกลืนหายไปในลำคอทันที ริมฝีปากร้อนผ่าวบดขยี้ลงมาด้วยความหิวกระหายและเอาแต่ใจ คาร์ลอสสอดแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ขณะที่มืออีกข้างทำหน้าที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบางเบาอย่างจาบจ้วง
สัมผัสที่คุ้นเคยและเร่าร้อนทำให้กำแพงความแข็งกร้าวของมัทนากำลังพังทลายลงทีละน้อย กลิ่นอายบุรุษผสมกับกลิ่นแดดและไร่อ้อยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเธอให้ตื่นขึ้น ร่างกายที่เคยต่อต้านเริ่มอ่อนยวบลง ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะเดียวกับความตึงเครียดที่แปรเปลี่ยนเป็นเปลวไฟแห่งความเสน่หา
คาร์ลอสผริมริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มด้วยหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้
"ปากบอกว่าเกลียด... แต่ร่างกายเธอมันฟ้องชัดเจนนะมัท ว่าโหยหาสัมผัสของฉันมากแค่ไหน" เสียงกระซิบพร่าเลือนเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ยากจะควบคุม คาร์ลอสก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยแดงจางบนผิวเนื้ออ่อน ทำให้มัทนาสะท้านเฮือกและเผลอแอ่นกายเข้าหาโดยไม่รู้ตัว
"อย่า... คาร์ลอส... นี่มันเวลางาน..." เธอยังคงพยายามหาเหตุผลมาคัดค้าน แม้เสียงของเธอจะสั่นพร่าและไร้ซึ่งพลังในการต่อต้าน
"ไม่มีเวลางานอะไรทั้งนั้น... สำหรับฉันแล้ว เวลาทั้งหมดของเธอมีไว้เพื่อปรนเปรอฉันคนเดียวเท่านั้น"
สิ้นคำประกาศิต ริมฝีปากร้อนก็ประทบจูบซ้ำลงมาอีกครั้งอย่างดุดัน ร่างทั้งร่างถูกอุ้มลอยขึ้นเหนือพื้นจนมัทนาต้องเกี่ยวเรียวขาเข้ากับเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณดิบเถื่อนและแรงขับทางอารมณ์ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้การยับยั้งท่ามกลางความมืดสลัวของห้องนอนที่ปิดตายจากโลกภายนอก
เสียงครางต่ำในลำคอของชายหนุ่มเคล้าคลอไปกับเสียงหอบหายใจของหญิงสาว กลายเป็นบทเพลงแห่งการครอบครองที่ไม่มีวันสิ้นสุดในอาณาจักรไร่อ้อยแห่งนี้
ทว่า ท่ามกลางความเร่าร้อนและหุบเหวแห่งเสน่หาที่กำลังดิ่งลึกลงไปทุกที เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงจากด้านนอกก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความร้อนรนของหัวหน้าคนงานที่ทำให้ทั้งคู่ต้องชะงัก
"เฮียครับ! แย่แล้วครับ... ลูกน้องของเสี่ยทรงวุฒิพากันถืออาวุธบุกเข้ามาถึงหน้าเขตไร่แล้วครับ! พวกมันบอกว่ามาทวง 'ของ' คืน!"
ดวงตาคมกริบของคาร์ลอสวาวโรจน์ขึ้นทันทีในความมืด ร่างกายที่กำลังแนบชิดกับมัทนาหยุดนิ่งค้าง แต่ท่อนแขนที่โอบกอดเธอกลับกระชับแน่นขึ้นจนเจ็บ รอยยิ้มเยือกเย็นและดุดันผุดขึ้นที่มุมปากของเจ้าพ่อไร่อ้อยในขณะที่เขาหันไปมองประตูห้องสลับกับร่างบางในอ้อมแขน
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย•ตอนที่ 18
เมียลับจำเป็น
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!