ปลายมีดพกสเตนเลสสะท้อนแสงไฟนีออนสลัวจากห้องทำงาน สะบัดผ่านอากาศด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงแหวกหวือ มัทนาไม่รู้ว่าสัญชาตญาณส่วนไหนของเธอสั่งให้พุ่งตัวคว้าแจกันคริสตัลบนโต๊ะขว้างเข้าใส่เงาดำทะมึนนั้นอย่างเต็มแรง
เพล้ง!
เศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับเสียงสบถต่ำอย่างหัวเสียของไอ้ฆาตกรรับจ้างที่มีรอยแผลเป็นยาวน่ากลัวพาดผ่านดั้งจมูกและแก้มซ้าย มันพยายามจะพุ่งเข้ามาประชิดตัวเธอ แต่จังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกกระชากเปิดผางด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่เปรอะเปื้อนคราบฝุ่นอ้อยและหยดเลือดสดๆ ปรากฏตัวขึ้นราวกับมัจจุราช คาร์ลอส ภูวดล ไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าชาร์จเงาดำนั้นด้วยความเร็วและดิบเถื่อนราวกับเสือดาวล่าเหยื่อ หมัดหนักหน่วงซัดเข้าที่กรามของไอ้ทรชนจนมันเซถลาชนชั้นหนังสือ ก่อนที่การตะลุมบอนจะจบลงด้วยคมกระสุนนัดเดียวที่คาร์ลอสยิงเฉียดหัวไหล่จนมันต้องกระโดดหนีทะลุหน้าต่างกระจกหายลับไปในความมืดของไร่อ้อย
"ยืนบื้ออยู่ทำไม! หลบไป!" เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวด้วยความหงุดหงิด ดวงตาคมกวาดมองสำรวจเรือนร่างของมัทนารวดเร็วเพื่อเช็กความปลอดภัย ก่อนที่ใบหน้าคมเข้มจะบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เมื่อรอยแผลที่ต้นแขนซ้ายจากการปะทะกับสมุนของเสี่ยทรงวุฒิเมื่อครู่เริ่มปริแตกและมีเลือดสีเข้มซึมทะลุเสื้อผ้าออกมา
มัทนาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจของเธอยังเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว แต่เมื่อเห็นคราบเลือดที่ไหลอาบแขนแกร่ง ความรู้สึกบางอย่างที่เหนือกว่าความกลัวก็เข้าครอบงำ เธอสาวเท้าเข้าไปใกล้เขาโดยไม่ฟังเสียงไล่ตะเพิด
"นั่งลงตรงนี้ค่ะ... เอ๊ย... นั่งลงตรงนี้เถอะน่า" เธอเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่รีบเปลี่ยนน้ำเสียงให้แข็งกระด้างกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน แต่ความเจ็บปวดที่แผลทำให้เขาต้องทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่ตามที่เธอบอกโดยดี
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ มัทนาเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมุมห้องมาวางไว้บนโต๊ะ เธอทรุดกายลงคุกเข่าตรงหน้าเขา มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีเข้มออกทีละเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างเต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจากการผ่านศึกมาโชกโชน ลมหายใจอุ่นร้อนของคาร์ลอสเป่ารดอยู่เหนือศีรษะของเธอ สร้างความตึงเครียดที่แทรกซึมไปทั่วทุกอณูผิว
"เก่งนักนะ... คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกหนังบู๊หรือไง ถึงกล้าปาแจกันใส่พวกมัน" เสียงทุ้มเอաբเอื้อนเยาะหยัน ขณะที่ดวงตาดุคมจดจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังตั้งอกตั้งใจกับการแกะผ้าพันแผลเปื้อนเลือด
"ถ้าฉันไม่ทำ คุณคงโดนมันแทงจากข้างหลังไปแล้ว... เลิกพูดมากแล้วอยู่นิ่งๆ สักทีค่ะ... เอ๊ย... อยู่นิ่งๆ สิคะ... ให้ตายสิ!" มัทนารู้สึกหงุดหงิดตัวเองที่เผลอหลุดปากพูดจาลดทอนศักดิ์ศรีตัวเองอยู่เรื่อย แต่เพราะความใกล้ชิดนี้มันสูบเอาออกซิเจนในปอดเธอไปหมด กลิ่นอายเฉพาะตัวของคาร์ลอส ทั้งกลิ่นเหงื่อไคลจากการทำงาน กลิ่นดิน กลิ่นไร่อ้อย และกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมผสานกันจนกลายเป็นเสน่ห์เถื่อนๆ ที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายหญิงสาวได้อย่างประหลาด
มัทนาใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดรอบบาดแผลฉกรรจ์ที่ต้นแขนซ้าย คาร์ลอสสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความแสบ แต่ชายหนุ่มกลับไม่ร้องสักแอะ ดวงตาคมกวาดมองเรือนร่างอรชรที่โน้มตัวลงมาใกล้จนหน้าอกอิ่มแนบชิดกับต้นขาแกร่งของเขา ความเงียบระหว่างกันเริ่มถูกแทนที่ด้วยกระแสความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่าน สัมผัสจากปลายนิ้วอุ่นของมัทนาที่ไล้ไปตามผิวเนื้อรอบแผล ทำให้กล้ามเนื้อของคาร์ลอสเกร็งกระตุกอย่างควบคุมได้ยาก
"มือเธอสั่นนะ มัทนา..." คาร์ลอสกระซิบชิดริมหู เสียงของเขาแหบพร่าและต่ำทุ้มจนชวนให้ขนลุกซู่ "กลัวไอ้พวกนั้น... หรือว่ากลัวฉันกันแน่?"
"ฉันไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น..." เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามบังคับมือตัวเองให้ทายาลงบนแผลให้เสร็จสิ้น แต่ยิ่งเธอพยายามถอยห่าง คาร์ลอสกลับยิ่งรุกราน เขายื่นมือหนาข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บมาตรึงท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตา
ดวงตาดุคมคู่นั้นลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ มันเป็นสายตาของนักล่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้จมคาอก มัทนาหายใจติดขัด หัวใจเต้นโครมครามรากระเบิด เมื่อใบหน้าคมเข้มโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกโด่งชนเข้ากับแก้มเนียน กลิ่นกายเร่าร้อนของเขาห้อมล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง จนไม่มีทางให้หลบหนี
"ปากแข็ง..." คาร์ลอสพึมพำชิดริมฝีปากนุ่ม ก่อนที่เขาจะประกบจูบลงมาอย่างไร้ความปรานี
มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนหรือประนีประนอม แต่เป็นรสจูบที่ดุดัน เรียกร้อง และเต็มไปด้วยความกระหายหิวราวกับพายุร้ายที่โหมกระหน่ำ มัทนาครางประท้วงในลำคอ พยายามใช้มือดันแผงอกแกร่งของเขาไว้ แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะต้านทานมหาอำนาจของเจ้าพ่อไร่อ้อยคนนี้ได้ คาร์ลอสล็อกเอวบางไว้ด้วยแขนข้างเดียว ยกตัวเธอลอยขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนตักแกร่งของเขาโดยไม่ต้องออกแรงมากนัก
ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากอิ่มด้วยความเร่าร้อน ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มัทนาสมองขาวโพลน สติสัมปชัญญะที่เคยมีพังทลายลงในชั่วพริบตา ความโกรธแค้นและความหยิ่งทะนงก่อนหน้านี้ถูกหลอมละลายหายไปกับสัมผัสวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง มือเรียวที่เคยผลักไส เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ลอยเคว้งไปกับห้วงเสน่หา
คาร์ลอสดึงทึ้งเสื้อผ้าของเธอออกอย่างไร้ความปราณี อุณหภูมิในห้องทำงานพุ่งสูงขึ้นจนน่าใจหาย เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานกันไปกับเสียงลมพัดกรรโชกนอกหน้าต่าง ไอร้อนจากร่างกายนายใหญ่ไร่อ้อยแผดเผาทุกตารางนิ้วผิวเนื้อของมัทนา มือหนาลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างอย่างจาบจ้วงและหลงใหล ทำให้หญิงสาวแอ่นกายเข้าหาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกโยนทิ้งไปในความมืด เหลือเพียงแรงขับทางอารมณ์และสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ดึงดูดพวกเขาสู่หุบเหวแห่งความเร่าร้อนที่ไม่มีวันปีนป่ายกลับขึ้นมาได้
แต่ในวินาทีที่เปลวไฟแห่งความเสน่หาแผดเผาจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลง!
"เฮียครับ! ลูกน้องเสี่ยทรงวุฒิตบเท้าเข้ามาล้อมตึกใหญ่แล้วครับ! แถมพวกมัน... พาตัวใครบางคนมาด้วย!"
เสียงตะโกนด้วยความร้อนรนของสมุนมือขวาหน้าห้อง ทำให้คาร์ลอสชะงักกึก ดวงตาคมกวาดมองมัทนาที่กำลังหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว ร่างกายของเธอยังคงแนบชิดอยู่บนตักแกร่งของเขาในสภาพที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ย คาร์ลอสขบกรามแน่นด้วยความโมโหที่ถูกขัดจังหวะ ก่อนที่เขาจะกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟันข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหญิงสาวต้องสะท้านเยือกไปถึงกระดูกดำ
"เกมนี้ชักจะสนุกเกินไปแล้ว... อยู่เฉยๆ รอฉันตรงนี้ อย่าออกไปไหนเด็ดขาด... ไม่อย่างนั้นฉันจะลงโทษเธอให้ลุกไม่ขึ้นแน่ มัทนา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเร่าร้อนนี้ไปด้วยกันนะครับ
กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย•ตอนที่ 22
กลิ่นอายความใกล้ชิด
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!