ความเงียบงันภายในห้องพักส่วนตัวหลังคาสีชาดของเรือนใหญ่แทบจะบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ กลิ่นไอร้อนระอุของแผ่นดินไร่อ้อยยามค่ำคืนผสมผสานกับกลิ่นกายดิบเถื่อนและบุหรี่ราคาแพงลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ร่างบางของมัทนาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ เสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่จากการยื้อยุดฉุดกระชากเมื่อครู่กลายเป็นเครื่องประจักษ์ถึงความพ่ายแพ้ราบคาบ ร่างกายของเธอยังคงร้อนผ่าวจากร่องรอยสัมผัสอันป่าเถื่อนและเอาแต่ใจของเขา มลทินแห่งศักดิ์ศรีที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิตบัดนี้ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด น้ำตาแห่งความอัปยศอดสูไหลรินอาบสองแก้มเนียนอย่างเงียบงัน ไม่มีเสียงสะอื้นไห้ฟูมฟาย มีเพียงหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงบนแผ่นอกเปลือยเปล่าของเธอราวกับก้อนสะเก็ดไฟที่แผดเผาความรู้สึก
คาร์ลอส ภูวดล มองภาพนั้นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ปลดกระดุมออกสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักรูปกิ่งอ้อยพันเกี่ยวระยับแสงไฟสลัว เขายืนค้ำร่างของหญิงสาวที่ขดตัวอยู่ริมขอบเตียงกว้าง นัยน์ตาคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองหยดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของมัทนาด้วยความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก—ความรู้สึกที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนตลอดชีวิตการเป็นเจ้าพ่อผู้กุมชะตาชีวิตคนนับร้อยในดินแดนแห่งนี้
"ร้องไห้ทำไม... มัทนา" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบราวกับเสียงคำรามของเสือดาวในยามวิกาล
มัทนาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบยกหลังมือขึ้นปาดคราบน้ำตาด่วนจี๋ พยายามฝืนดึงศักดิ์ศรีอันน้อยนิดที่เหลืออยู่กลับคืนมา แม้ริมฝีปากจะสั่นระริกจนแทบควบคุมไม่ได้ เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาดื้อรั้นที่ไม่เคยลดละ แม้ว่ากายสาวจะยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"คุณมันไม่ใช่คน... คาร์ลอส" เสียงหวานแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นลอดไรฟัน "คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี... พอใจคุณแล้วหรือยังล่ะ? หรือต้องให้ฉันตายคามือคุณ ถึงจะสะใจพวกอำมหิตอย่างคุณ!"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยความเจ็บปวดไม่ได้ทำให้เจ้าพ่อไร่อ้อยโกรธเกรี้ยวอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม คาร์ลอสกลับแค่น หัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหนาก่อนที่เขาจะก้าวเข้าไปประชิดร่างบางอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายบุรุษเพศที่ทรงอำนาจโอบล้อมตัวเธอไว้จนมัทนาแทบไม่มีทางหนี
หมับ!
มือหนาคว้าเข้าที่ปลายคางมนของเธอ บังคับให้เงยขึ้นรับสัมผัสจากเขา ปลายนิ้วหยาบกร้านที่มีรอยด้านจากการถือปืนและดูแลไร่อ้อยไล้ไปตามแนวแก้มที่เปื้อนคราบน้ำตาอย่างเบามืออย่างน่าประหลาด มันไม่ใช่สัมผัสแห่งการคุกคาม แต่มันคือความนุ่มนวลที่ขัดแย้งกับแววตาดุร้ายของเขาโดยสิ้นเชิง คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดอยู่บนผิวแก้มของเธอ
"อย่าร้องไห้ให้กับเรื่องแค่นี้เลย... มัทนา" เขากระซิบชิดริมใบหู เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างอันตราย "น้ำตาของเธอมันมีค่ามากกว่าจะเอามาเสียให้กับผู้ชายอย่างฉัน... และจำไว้ ร่างกายนี้ ศักดิ์ศรีของเธอตอนนี้... มันถูกตีตราจองไว้ด้วยชื่อของฉันคนเดียวเท่านั้น"
มัทนาเบือนหน้าหนีสัมผัสอุ่นร้อนที่ไล้เช็ดน้ำตาให้อย่างรังเกียจ แม้ลึกๆ แล้วความใกล้ชิดนี้จะทำให้หัวใจทรยศของเธอดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความอบอุ่นจากนิ้วมือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในความเย็นชาที่เธอก่อกำแพงไว้ แต่มันคือความอบอุ่นที่แผดเผาและทำลายล้าง เธอเกลียดสัมผัสนั้น เกลียดความอ่อนแอของตัวเองที่พ่ายแพ้ให้กับแรงดึงดูดดิบเถื่อนของผู้ชายคนนี้
"ปล่อยฉัน..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน มือบางพยายามผลักไสแผงอกกว้างของเขาออกห่าง "คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการแล้ว... ปล่อยฉันกลับไปหาครอบครัวเสียที!"
"กลับไปเหรอ?" คาร์ลอสทวนคำ เสียงหัวเราะเยียบเย็นดังขึ้นในลำคออีกครั้ง ดวงตาคมกริบหรี่ลงราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ "เธอคิดว่าหนี้สิบ миллион ของพ่อเธอมันชำระหมดด้วยเรือนร่างแค่ครั้งเดียวหรือไง หลلูกไก่... เกมมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก"
เขายื่นมือเข้าไปสอดเข้ากลุ่มผมยาวสลวยของเธอ บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นรับรสจูบอันดุดันและเอาแต่ใจอีกครั้ง ริมฝีปากหนาประกบเข้ากับเรียวปากอิ่มที่ยังคงบวมช้ำอย่างไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทันตั้งตัว ความเร่าร้อนที่ระเบิดขึ้นในห้องมืดนั้นรุนแรงและลึกซึ้งราวกับพายุทะเลทรายที่กวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่าง มัทนาพยายามทุบตีประท้วงด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด แต่แรงต้านทานของเธอกลับกลายเป็นน้ำมันที่ราดรดลงบนกองเพลิงสวาทของเจ้าพ่อไร่อ้อยให้โหมกระพือยิ่งขึ้น
สัมผัสที่เริ่มต้นด้วยการลงทัณฑ์ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นแรงปรารถนาอันลึกซึ้ง ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดสนิทกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจหอบกระชั้นประสานเป็นเสียงเดียวกันท่ามกลางความมืดมิดของรัตติกาล คาร์ลอสประคองร่างบางให้นอนราบลงไปกับฟูกนอนนุ่ม มือใหญ่อันทรงพลังลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าอย่างจาบจ้วงแต่เต็มไปด้วยความหลงใหล มัทนาหลับตาลงรับความพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า น้ำตาหยดใหม่ไหลรินลงข้างขมับเมื่อเธอตระหนักว่า ตนเองได้ตกลงมาสู่หุบเหวแห่งเสน่หาที่ไม่มีวันปีนปายขึ้นไปได้อีกแล้ว
ทว่า... ในวินาทีที่เปลวเพลิงแห่งความเร่าร้อนกำลังแผดเผาทุกอณูความรู้สึก เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดอย่างรุนแรงจากด้านนอกก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศทั้งหมด!
ปัง! ปัง! ปัง!
"เฮียครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับเฮีย!" เสียงตะโกนร้อนรนของลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามา ทำเอาคาร์ลอสชะงักกึก ร่างสูงใหญ่ผละออกจากเรือนร่างของมัทนาอย่างไม่สบอารมณ์ นัยน์ตาดุร้ายฉายแววอำมหิตขึ้นมาทันที
มัทนารีบดึงผ้าห่มขึ้นคลุมกายที่สั่นเทาด้วยความตกใจ ขณะที่คาร์ลอสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าบึ้งตึง เขาก้าวไปกระชากประตูห้องเปิดออกด้วยความหงุดหงิด
"มีเรื่องอะไรวะไอ้ชาติ!" เสียงทรงอำนาจตวาดลั่น
ลูกน้องคนสนิทหน้าตาตื่นตระหนก วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาใกล้กระซิบรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เสี่ยทรงวุฒิ... มันพาคนบุกเข้ามาล้อมเขตไร่อิศราแล้วครับเฮีย! มันบอกว่าถ้าเราไม่ส่งตัวคุณมัทนาคืนให้มันภายในห้าพิกัดนี้ มันจะเผาไร่อ้อยแปลงใหญ่ฝั่งตะวันออกให้ราบเป็นหน้ากลอง!"
คาร์ลอสชะงัก นัยน์ตาดำมืดวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ระเบิดออกมาราวกับลาวาเดือดพล่าน เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ก่อนจะหันขวับกลับมามองมัทนาที่นั่งตัวสั่นอยู่บนเตียงด้วยสายตาที่เฉียบคมดุจใบมีดโกน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในหุบเหวแห่งเสน่หาอันเร่าร้อนนี้ร่วมกันนะครับ
กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย•ตอนที่ 7
น้ำตานอกกาย
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!