กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย•ตอนที่ 25

อ้อมกอดที่ปลอดภัย?

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นดินปืนจางๆ ยังคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำอ้อยดิบยามค่ำคืนในห้องทำงานลับชั้นใต้ดินของคาร์ลอส ภูวดล เสียงลูกปืนไรเฟิลขนาด .375 ที่ถูกบรรจุลงรังเพลิงด้วยความเร็วและแม่นยำ ดัง "คลิก... แกร็ก" ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เปรียบเสมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความหายนะของพวกที่บังอาจลูบคมเจ้าพ่อแห่งไร่อ้อย มัทนายืนพิงขอบโต๊ะทำงานไม้มะค่าตัวใหญ่ แผ่นหลังบางสะท้านเฮือกเมื่อนึกถึงคำสั่งเด็ดขาดของเขาเมื่อช่วงบ่าย — *แต่งตัวซะ... เราจะไปปิดบัญชีเลือดกันคืนนี้* ชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทแนบเนื้อที่รินรดาช่วยเลือกให้ ถูกสวมทับด้วยเสื้อโค้ทหนังสีเข้มตัวโคร่งที่คาร์ลอสถอดคลุมไหล่ให้เธอด้วยมือของเขาเอง มันกว้างเกินไปสำหรับร่างระหง แต่มันอบอุ่น... และอบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่ผสมกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายดิบเถื่อนคนนี้ "กลัวเหรอ, มัท?" เสียงทุ้มต่ำดั่งหินผาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความสลัว คาร์ลอสเงยหน้าขึ้นจากปืนพกสั้นเบเร็ตต์ในมือ ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ความปรารถนาอันดิบเถื่อนและกระหายหิวฉายชัดขึ้นในแววตานั้นชั่วพริบตา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเยียบเย็นเด็ดขาดตามวิสัยของเจ้าพ่อผู้กุมอำนาจ "ฉันไม่ได้กลัวพวกมัน..." มัทนาเชิดหน้าขึ้น แม้เรียวปากอิ่มจะสั่นระริกเล็กน้อย เธอสบตากับเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ศักดิ์ศรีจะค้ำคอ แต่ลึก ภายในอก หัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย "ฉันแค่... ไม่อยากเป็นภาระให้คุณเวลาเหนี่ยวไก" มุมปากหนายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ท้องไส้ของมัทนารวนเร คาร์ลอสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิร์ตสีเข้มพับแขนจนเห็นกล้ามเนื้อแน่นขนัดและรอยสักเลือนราง ก้าวเข้าไปหาเธอดั่งนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมมืด "ดี..." เขายื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับปืนและถือหางเสือไร่อ้อยไล้เบาๆ ที่พวงแก้มเนียนนุ่มของเธออย่างถือสิทธิ์ "จำคำนี้ไว้ให้ดี, มัทนา... เพราะคืนนี้ จะไม่มีใครหน้าไหนในแผ่นดินนี้แตะต้องตัวเธอได้ นอกจากกูคนเดียว" สัมผัสนั้นร้อนผ่าวราวกับเหล็กกล้าที่เพิ่งผ่านไฟ มันไม่ใช่การลูบไล้ด้วยความทะนุถนอมแบบคุณชายสำอาง แต่มันคือการแสดงความเป็นเจ้า Mั่นใจและดุดันจนมัทนาต้องหลับตาลงรับสัมผัส ปลายนิ้วเรียวเผลอยึดเกาะปกเสื้อโค้ทหนังของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายความเป็นชายที่อบอวลอยู่รอบตัวคาร์ลอสทำ1ให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิง "คาร์ลอส..." เสียงเรียกชื่อเขาแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ เมื่อใบหน้าคมเข้มโน้มต่ำลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวปะปนกัน รสจูบที่ทาบทับลงมาไม่ได้นุ่มนวลอ่อนหวาน หากแต่เป็นการจู่โจมที่ดุดัน เร่าร้อน และเรียกร้องสิทธิ์อย่างไร้ความปรานี เรียวปากหนาบดขยี้กลีบปากอิ่มของเธออย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาโกยตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากจนมัทนาแทบยืนไม่อยู่ ร่างกายอ่อนยวบลงจนต้องทิ้งน้ำหนักทั้งหมดโถมเข้าหาแผ่นอกแกร่งของเขา มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวบางคอดกิ่วเข้าประชิดแนบแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ส่วนมืออีกข้างสอดเข้าใต้เส้นผมยาวสลวย บังคับองคาพยพให้แหงนเงยรับรสจูบที่ลึกล้ำและวาบหวามยิ่งขึ้น ความตึงเครียดจากสงครามล้างแค้นที่รออยู่เบื้องนอกราวกับถูกแผดเผาให้มลายหายไปด้วยเปลวไฟแห่งเสน่หาที่เขาสาดซัดเข้ามาในอารมณ์ ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวโครมครามราวกับกลองศึก มัทนาหอบหายใจสะท้านเมื่อริมฝีปากหนายอมผละออกเพียงชั่วครู่ เพื่อให้เธอได้สูบฉีดอากาศเข้าปอด ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาทมองเขาด้วยความเว้าวอนและยอมจำนนอย่างสมบูรณ์แบบ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... เธอกลับตระหนักได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ว่า ท่ามกลางดงกระสุน ศัตรูที่จ้องเอาชีวิต และโลกอันโหดร้ายไร้ความปรานีใบนี้ อ้อมกอดที่กำลังโอบรัดเธออยู่... คือที่เดียวบนโลกใบนี้ที่ปลอดภัยที่สุดอย่างแท้จริง "พร้อมไหม... เมียรัก?" เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมใบหู พร้อมกับที่มือหนาเลื่อนลงมาจับมือเรียวของเธอให้สอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ท ซึ่งมีปืนพกกระบอกเล็กน้ำหนักเบาถูกเตรียมไว้ให้เธอแล้ว มัทนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอกำด้ามปืนในกระเป๋าแน่น ความหวาดกลัวก่อนหน้านี้มลายหายไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงความเด็ดเดี่ยวที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากอายอุ่นในอ้อมกอดของเจ้าพ่อไร่อ้อย เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้งด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป แววตาที่เต็มไปด้วยความพร้อมที่จะลุยไฟไปกับผู้ชายคนนี้ "พาฉันไปจัดการพวกมันให้จบที... คาร์ลอส" ประตูห้องทำงานลับเปิดออกสู่ความมืดมิดของค่ำคืนอันหนเหน็บ เสียงรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อแต่งซิ่งนับสียคันพุ่งทะยานออกจากอาณาจักรไร่อ้อย มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ของเสี่ยทรงวุฒิด้วยความเร็วสูงเพื่อเปิดฉากล้างบางบัญชีเลือดครั้งใหญ่ ทว่าในขณะที่รถกำลังแล่นฝ่าความมืดบนถนนลูกรังสายเปลี่ยว มัทนาที่นั่งเบาะข้างคนขับโดยมีมือหนาของคาร์ลอสเกาะกุมมือเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย จู่ๆ เรดาร์ความรู้สึกอันเฉียบคมของนักล่าอย่างคาร์ลอสก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ข้างทาง เอี๊ยดดด!— เสียงเบรกดังสนั่นลั่นทุ่งเมื่อคาร์ลอสเหยียบเบรกกะทันหันจนรถสะบัดฝุ่นตลบฟุ้งกระจายไปทั่ว ก่อนที่แสงไฟหน้าสาดส่องไปกระทบเข้ากับร่างของใครบางคนที่ยืนขวางถนนอยู่เบื้องหน้า ร่างนั้นไม่ได้ถืออาวุธ... แต่เป็นกระดาษซองสีน้ำตาลเปื้อนเลือดที่ถูกป.ักตรึงไว้ด้วยมีดสั้นเล่มเดียวกับที่คาร์ลอสเคยใช้ประกาศศักดา คาร์ลอสตาขวางขึ้นทันที เขากำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ขณะที่มัทนาเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อมองผ่านกระจกหน้ารถ และพบว่าข้อความที่เขียนด้วยเลือดบนซองกระดาษนั้นระบุชื่อของเธอไว้อย่างชัดเจน—พร้อมกับภาพถ่ายใบเสร็จรับเงินกู้ยืมครั้งล่าสุดที่ถูกฉีกขาดเป็นสองซีก "หึ... มันไม่ได้มารอเราที่บ้าน" คาร์ลอสแค่นหัวroهเสียงต่ำอย่างน่ากลัว ดวงตาดำมืดสนิทจ้องมองซองเลือดนั้นด้วยจิตสังหารที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด "แต่มันส่งคนมาต้อนเราเข้า ‘กรง’ ต่างหาก..." ************************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านดงกระสุนและห้วงเสน่หาอันเร่าร้อนนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%