กลิ่นควันไฟและกลิ่นอ้อยไหม้เกรียมยังคงลอยอบอวลบาดจมูก แทรกซึมผ่านรอยแยกระแนกไม้ของเรือนพักใหญ่จนผู้คนที่อยู่ด้านในสำลักออกมาเป็นระยะ คาร์ลอส ภูวดล ยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างบานกว้าง นัยน์ตาดุจพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองกลุ่มควันสีดำทะมึนที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามวิกฤตทางทิศใต้ของไร่ แสงเพลิงสีส้มแดงฉาบไล้ใบหน้าคมเข้มที่บึ้งตึงและเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตจนน่ากลัว ขากรรไกรของเจ้าพ่อหนุ่มขบเข้าหากันแน่นจนสันนูน ปลายนิ้วแกร่งกำแก้ววิสกี้ในมือจนแทบปริแตก เสี่ยทรงวุฒิ... สุนัขลอบกัดตัวนั้นเริ่มกล้าข้ามเขตอิทธิพลของเขาเข้ามาทุกทีแล้ว
"เฮียครับ... รถดับเพลิงจากอำเภอเสริมกำลังเข้ามาถึงหน้าเขตไร่แล้วครับ ลูกน้องของเรากระจายกำลังปิดล้อมแนวกันไฟทางทิศใต้เรียบร้อย ไม่ต้องห่วงครับ ความเสียหายถูกจำกัดไว้แค่โกดังเก็บอ้อยสำรองเท่านั้น" เสียงรายงานจากลูกน้องคนสนิทดังขึ้นเบา ๆ จากด้านหลัง แต่คาร์ลอสไม่ได้หันกลับไปมอง เขายังคงจดจ้องออกไปเบื้องนอกด้วยความนิ่งเงียบที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำราม
ในห้องนอนชั้นบน มัทนากำลังยืนแนบแผ่นหลังติดกับบานประตูไม้เนื้อแข็ง ลมหายใจของเธอกระชั้นถี่ด้วยความตื่นตระหนกไม่แพ้กัน เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่เดินวนเวียนอยู่รอบคูหาและเสียงคำรามสั่งการด้วยความโกรธเกรี้ยวของคาร์ลอสเมื่อครู่ลอดเข้ามาถึงข้างใน ทำให้หัวอกของหญิงสาวเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เธอกลเกลียดผู้ชายคนนั้น... เกลียดความดิบเถื่อน ป่าเถื่อน และอำนาจเบ็ดเสร็จที่เขาใช้กดขี่ข่มเหงเธอราวกับเธอเป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่งในอาณาจักรแห่งนี้ แต่น่าแปลก... ในยามที่สถานการณ์ข้างนอกกำลังลุกเป็นไฟและเต็มไปด้วยอันตราย ความหวาดกลัวกลับไม่ได้พัดพาให้เธอโหยหาความปลอดภัยจากที่อื่น หากแต่สัญชาตญาณลึก ๆ กลับกระซิบเรียกหาสัมผัสอันอบอุ่นหนักแน่นของอ้อมแขนแกร่งที่เคยโอบกอดเธอไว้ท่ามกลางความมืดมิดในยามค่ำคืน
มัทนายกมือขึ้นกุมหน้าอกซ้ายของตัวเองที่กำลังไหวโยน เธอพยายามปฏิเสธเสียงในหัวที่คอยแต่จะร้องหาเรือนร่างร้อนระอุและกลิ่นกายบุรุษอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกิน... นับตั้งแต่คืนแรกที่เธอต้องตกเป็นเชลยสวาทแลกกับหนี้สินของครอบครัว ร่างกายของเธอกลับจดจำสัมผัสทุกตารางนิ้วที่เขาฝังรอยเสน่หาไว้อย่างแม่นยำ
แอด...
เสียงบานประตูเปิดออกอย่างแผ่วเบา ร่างสูงใหญ่ของคาร์ลอส้าวเข้ามาในห้อง ความมืดสลัวภายในห้องนอนไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อสายตาคมกริบที่พุ่งตรงมายังร่างระหงที่ยืนพิงประตูอยู่ก่อนแล้ว กลิ่นอายควันไฟและกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยติดกายชายหนุ่มมาด้วย ยิ่งขับเน้นความดิบเถื่อนอันตรายให้เข้มข้นขึ้นไปอีกเท่าตัว
"ยืนทำหน้าตาตื่นอะไรตรงนั้น มัทนา" น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยขึ้นด้วยความเหนื่อยล้าเจือความกรุ่นโกรธ คาร์ลอสสาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างคุกคาม เงาสูงใหญ่ทาบทับร่างของหญิงสาวจนมิด
มัทนาเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาศักดิ์ศรีและความแข็งกร้าวเอาไว้ "ฉันไม่ได้กลัว... แค่คิดว่าคุณควรจะเอาเวลาไปจัดการกับพวกที่มาเผาไร่ของคุณ มากกว่าจะมาเดินวนเวียนอยู่ในห้องนี้"
คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำลึกและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอในระยะประชิด ชนิดที่ปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์เป่ารดผิวแก้มเนียนจนมัทนาต้องเสมองทางอื่นเพื่อซ่อนความสั่นไหวในแววตา
"ความเป็นห่วงเป็นใยของเธอมันช่างน่าประทับใจเสียจริง..." มือหนาเอื้อมออกไปคว้าเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิดกับลำตัวหนาอย่างไร้การปรานี แรงดึงดูดอันมหาศาลทำให้ร่างของทั้งคู่หลอมรวมเข้าหากันจนแทบไม่มีช่องว่าง "แต่เรื่องของไพร่พลข้างนอก ฉันจัดการมันแน่... และจัดการให้สาสมเสียด้วย ส่วนเรื่องของเธอกับฉัน..."
สายตาคมกราบกรานไล่ต่ำลงมายังริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้น สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านไล้เลียไปตามคางมน บังคับให้เธอน้อมรับสายตาดุดันที่แฝงประกายไฟเร่าร้อน
"คุณปล่อยนะ คาร์ลอส!" มัทนาพยายามดันอกแกร่งเอาไว้ แต่แรงของเธอกลับเบาหวิวราบนวมนุ่มเมื่อเทียบกับมัดกล้ามเนื้อแข็งดั่งหินผาของเจ้าพ่อไร่อ้อย
"ปล่อยงั้นหรือ?" คาร์ลอสกระซิบชิดริมหู เสียงของเขาพร่าทุ้มจนทำให้ขนกายของหญิงสาวลุกชัน "ในเวลาที่ไฟกำลังลุกท่วมไร่ของฉัน เธอกลับยืนกระวนกระวายอยู่ในห้องนี้... คิดถึงฉันใช่ไหม มัทนา? ยอมรับมาสะดี ๆ ว่าร่างของเธอมันกำลังโหยหาสัมผัสจากฉันจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว"
คำพูดจาหยอดเย้าแกُมบังคับนั้นทำให้เลือดในกายของมัทนาร้อนฉ่า ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ไม่ใช่ด้วยความโกรธเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมันคือความจริงที่เธอพยายามหลบหนีมาตลอด—ร่างกายของเธอทรยศต่อจิตใจ มันอ่อนยวบและโหยหาสัมผัสอบอุ่นจากอ้อมแขนคู่นี้ แม้จะรู้ดีว่ามันคือไฟบรรลัยกัลป์ที่พร้อมจะแผดเผาให้เธอแหลกสลายคามือก็ตาม
คาร์ลอสไม่รอให้เธอได้แก้ตัว ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับกลีบปากนุ่มของเธอทันทีอย่างเอาแต่ใจ รสจูบในคราแรกดุดัน รุนแรง และเรียกร้องราวกับต้องการระบายความโกรธแค้นจากเหตุการณ์วินาศภัยภายนอก แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงตอบสนองอันสั่นเทาและเสียงครางประท้วงในลำคอที่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความยอมจำนน รสจูบนั้นก็พลันเปลี่ยนเป็นความหิวกระหายและลุ่มลึกขึ้นอย่างไม่อาจต้านทาน
มือแกร่งตะמתทอดยึดแผ่นหลังบาง ลากไล้ผ่านแนวโค้งเว้าของสรีระอย่างชำนาญ มัทนาหลับตาลงปล่อยให้รสจูบอันวาบหวามดูดกลืนเรี่ยวแรงทั้งหมดไปจากกาย สติสัมปชัญญะที่เคยต่อต้านถูกแผดเผาจนมอดไหม้ เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนของความเสน่หาที่เรียกร้องหากันและกันในค่ำคืนอันมืดมิด
ท่ามกลางกลิ่นควันไฟที่ยังคงคุกกรุ่นอยู่เบื้องล่าง คาร์ลอสอุบาร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ยอมถอนจูบออกแม้แต่น้อย เขาก้าวตรงไปยังเตียงนอนกว้าง แล้วกดร่างของเธอลงจมดิ่งกับความนุ่มหนา ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะซุกไซร้ไล่ลงมาตามลำคอระหง ดูดเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยกุหลาบสีแดงเข้มเพื่อตีตราจองความเป็นเจ้าของอย่างเบ็ดเสร็จ
"คืนนี้... ไม่มีทางที่เธอจะหนีพ้นเงื้อมมือฉันไปได้หรอก มัทนา" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังชิดริมหูก่อนที่ทุกความยับยั้งชั่งใจจะพังทลายลงในห้วงอารมณ์เสน่หาอันเร่าร้อน
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบและรุนแรงจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของลูกน้องคนเดิมที่ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา
"เฮียครับ! แย่แล้วครับ! กล้องวงจรปิดรอบแนวรั้วทิศเหนือจับภาพได้... มีคนแอบวางระเบิดเพลิงลูกที่สองไว้ที่สถานีสูบน้ำหลัก! ตอนนี้ระบบน้ำในไร่กำลังจะใช้การไม่ได้แล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนและร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของพวกเขานะครับ
กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย•ตอนที่ 20
แรงดึงดูดที่ต้านไม่ไหว
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!