กลิ่นดินปืนจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในห้องนอนกว้าง โอบล้อมด้วยความเงียบงันที่กดดันเสียยิ่งกว่าเสียงคำรามของพายุกลางไร่อ้อย คาร์ลอส ภูวดล ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเตียงนอนขนาดคิงไซส์ นิ้วแกร่งยังคงกุมด้ามปืนพกสั้นโคลท์ .45 ไว้มั่น ขณะที่สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจับจ้องร่างบางที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อยภายใต้ชุดราตรีสีดำสนิทที่เขาเป็นคนเลือกให้
"แต่งตัวเสร็จแล้ว ก็หันมามองหน้าฉันสืบ่มัท" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบราวกับเสียงคำรามของเสือร้ายในยามวิกาล คาร์ลอสลดปืนลง วางมันลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างไม่ไยดี ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยก้าวย่างที่มั่นคงและทรงพลัง
มัทนากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ ศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสู้สายตาเขา แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นต่ออันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากภายนอก ไร่อ้อยในคืนนี้ไม่ได้สงบอย่างที่ใครคิด เสี่ยทรงวุฒิและสมุนเดนตายของมันกำลังเคลื่อนไหว และคาร์ลอสกำลังจะพาเธอเดินเข้าสู่ดงกระสุนเพื่อล่อเสือออกจากถ้ำ
"คุณมันบ้า... คาร์ลอส!" มัทนาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแววทั้งโกรธขึงและตัดพ้อ "รู้ทั้งรู้ว่าเสี่ยทรงวุฒิมันจ้องจะเอาชีวิตคุณ ทำไมคุณถึงต้องลากฉันลงมาเสี่ยงในเกมสกปรกนี่ด้วย ทำไมไม่ปล่อยฉันไปซะ!"
พรึบ!
ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วแล้วกระชากเข้าหาตัวจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับเรือนร่างออร่าของหญิงสาว แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุด คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งคมเฉียดแก้มเนียน กลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและดินปืนแผ่ซ่านความเร่าร้อนจนมัทนาแทบละลาย
"ปล่อยเหรอ?" คาร์ลอสหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเยייהหยัน "ฝันไปเถอะมัทนา คนอย่างคาร์ลอส ภูวดล ของอะไรที่เป็นของฉัน... ต่อให้มันต้องแลกด้วยเลือดครึ่งค่อนไร่ หรือฉันต้องตายเป็นผีเฝ้าไร่อ้อยนี้ ไม่มีวันซะหรอกที่ฉันจะยอมปล่อยให้ไอ้หน้าไหนมาแย่งเธอไปจากอกฉัน!"
"แต่ฉันไม่ใช่สิ่งของ!" มัทนาตวาดกลับ น้ำตาแห่งความอัดอั้นเอ่อคลอหน่วยตาคู่สวย แต่เธอพยายามกะพริบไล่ความอ่อนแอออกไป "ฉันเป็นคน! มีความรู้สึก เจ็บเป็น ร้องไห้เป็น... และฉันเกลียดที่คุณทำกับฉันเหมือนฉันไม่มีหัวจิตหัวใจ!"
คำพูดนั้นราวกับน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ความโกรธเกรี้ยวและแรงปรารถนาที่ถูกกดทับระเบิดออกมาพร้อมๆ กัน คาร์ลอสไม่เพียงแต่ไม่โกรธ แต่แววตาของเขากลับลุกโชนด้วยไฟสวาทที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม มือหนาเลื่อนขึ้นล็อกท้ายทอยบาง บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นรับสัมผัสจากเขา
"ถ้าเกลียดฉันนัก... ทำไมตัวเธอถึงได้สั่นสะท้านทุกครั้งที่ฉันแตะต้องล่ะ หืม?"
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี เป็นจูบที่ดุดัน ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยการลงทัณฑ์ มัทนาพยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีอกกว้างเพื่อประท้วง แต่แรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงของเจ้าพ่อไร่อ้อยผู้ผ่านสมรภูมิชีวิตมาโชกโชน ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งหวานอมขมกลืนผสมผสานกันจนหญิงสาวแทบขาดใจตายคาอ้อมอก
ความโกรธที่เคยมีแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือด สัมผัสจากมือหยาบกร้านที่เริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของชุดราตรีสีดำ ทำให้สติสัมปชัญญะของมัทนากระเจิดกระเจิง ร่างกายที่เคยต่อต้านกลับทรยศด้วยการอ่อนยวบยาบไปตามแรงอ้อมแขนที่โอบกอดเธอไว้แน่น คาร์ลอสผริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อเห็นอาการหอบสะท้านของหญิงสาว ดวงตาคมกราบกรานสำรวจเรือนร่างอรชรที่สั่นเทิ้มด้วยฤทธิ์สวาท
"ปากแข็งนักนะมัท..." เขาพึมพำชิดริมฝีปากบวมเจ่อของเธอ เสียงกระซิบนั้นพร่าสั่นด้วยแรงขับทางอารมณ์ที่พุ่งสูงจนฉุดไม่อยู่ "แต่ร่างกายเธอมันซื่อสัตย์กว่าปากเยอะ... คืนนี้ เรายังต้องสะสมบัญชีแค้นกันอีกยาว มัทนา"
ไม่รอให้เธอได้ทันตั้งตัว คาร์ลอสก็ช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกด้วยพละกำลังอันมหาศาล มัทนาอุทานออกมาด้วยความตกใจ รีบคล้องคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณ ขณะที่เจ้าพ่อไร่อ้อยก้าวฉับๆ ไปยังเตียงนอนกว้าง แรงเหวี่ยงเบาๆ ทำให้ร่างของเธอล้มลงบนฟูกนุ่ม ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะทาบทับลงมาปิดกั้นทุกเส้นทางหนี
แสงไฟสลัวจากโคมหัวเตียงสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความดุดันและเสน่ห์อันตราย มัทนามองสบตาผู้ชายที่ทั้งรักทั้งเกลียดคนนี้ หัวใจเต้นระทึกราวกับจะหลุดออกมานอกอก ในขณะที่มือหนากำลังปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออกอย่างไม่รีบร้อน เปิดเผยแผงอกกว้างที่มีรอยแผลเป็นจากกระสุนปืนอันเป็นเครื่องยืนยันถึงความโหดร้ายของโลกที่เขาอาศัยอยู่
"คาร์ลอส..." เสียงหวานเรียกชื่อเขาแผ่วเบา ราวกับเป็นการยอมจำนนต่อโชคชะตาที่หลีกหนีไม่พ้น
"เรียกชื่อฉันให้ดังกว่านี้มัท... ให้ไอ้พวกที่มันแอบมองอยู่ข้างนอกมันรู้ว่าเธอเป็นของใคร"
คาร์ลอสโน้มตัวลงมาประทับจูบซับความหวานตั้งแต่ซอกคอขาวผ่องลงมาถึงเนินอกอิ่มอุ่น ภายใต้บรรยากาศที่ตึงเครียดและอันตรายรอบกาย บทเพลงรักอันเร่าร้อนและดิบเถื่อนจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางเงาคมของความตายที่รายล้อมไร่อ้อยแห่งนี้
...
ทว่า... ในจังหวะที่ไฟสวาทกำลังโหมกระหน่ำจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่ระเบียงห้องนอนด้านนอก ตามด้วยเสียงกระจกหน้าต่างแตกกระจายเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
คาร์ลอสชะงักกึก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที เขากระชากตัวลุกขึ้นยืนบังร่างของมัทนาไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมือที่เอื้อมคว้าปืนพกสั้นบนโต๊ะขึ้นมาขึ้นลำกล้องเตรียมพร้อมรับมือ
"เฮียครับ! ทางด้านทิศเหนือพวกมันบุกเข้ามาแล้ว! เสี่ยทรงวุฒิส่งคนมาล้อมเรือนใหญ่ไว้หมดแล้วครับ!" เสียงตะโกนรายงานจากลูกน้องคนสนิทดังแทรกเข้ามาพร้อมกับเสียงปืนนัดแรกที่ดังสนั่นขึ้นยามวิกาล!
รี้ดเดอร์ที่รักครับ... บททดสอบเลือดครั้งนี้กำลังจะตัดสินว่าใครคือผู้รอดชีวิตที่แท้จริงในอาณาจักรไร่อ้อยแห่งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย•ตอนที่ 29
หวานอมขมกลืน
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!