กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย•ตอนที่ 28

ค่ำคืนแห่งการสารภาพ

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นไอดินหลังฝนพรำผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของไร่อ้อยยามค่ำคืน ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางของคาร์ลอส ภูวดล ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่กลับหนักอึ้งเสียจนเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ดังชัดเจนในความมืด มัทนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตสั่นไหวระริกยามเงยขึ้นสบกับนัยน์ตาสีสนิมเหล็กที่มองตรงมาอย่างไร้การหลบหลีก แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสาดกระทบโครงหน้าคมคายหยักลึกของเจ้าพ่อไร่อ้อย สะท้อนแววตาที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนและบางสิ่งที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่เธอเคยคาดคิด "มองอะไรนักหนа มัทนา..." เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบแสนอึดอัดนั้นลง มือหนาที่วางอยู่บนพนักโซฟาขยับเข้าหา ก่อนจะเอื้อมไปกุมข้อมือเรียวบางเอาไว้โดยไม่มีการบังคับขู่เข็ญเช่นทุกครั้ง แรงบีบกระชับนั้นอบอุ่นและหนักแน่น ราวกับต้องการยึดเหนี่ยวตัวเธอเอาไว้ไม่ให้หนีหายไปไหน "ฉัน... แค่กำลังคิดว่า คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ค่ะ... เอ๊ย... คาร์ลอส" เธอกลืนคำพูดตัวเองเกือบไม่ทันเมื่อถูกดึงเข้าไปใกล้จนแผ่นหลังแนบชิดกับอกแกร่ง กลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และความร้อนระอุแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาจนหัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก "เกมงั้นเหรอ?" มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มหยัน แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยไฟสิเน่หา "เธอคิดว่าผู้ชายอย่างคาร์ลอส ภูวดล มีเวลาว่างพอจะมาเล่นเกมไร้สาระกับผู้หญิงที่เข้ามาพัวพันเพราะหนี้สินครอบครัวอย่างเธองั้นเหรอ มัท" คำพูดนั้นแทงใจดำจนมัทนาต้องเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก เธอสะบัดหน้าหนีด้วยความถือดี พยายามดึงมือออกจากการเกาะกุม "ถ้าไม่ใช่เกม... แล้วสิ่งที่แววตาของคุณกำลังมองฉันอยู่ตอนนี้มันคืออะไรล่ะคะ? ความสมเพช? หรือความสะใจที่ได้เหยียบยี้ศักดิ์ศรีฉันจนไม่เหลือชิ้นดี!" พรวด! ร่างบางถูกรวบเข้าสู่อ้อมแขนแกร่งในเสี้ยววินาที แรงเหวี่ยงเพียงเล็กน้อยทำให้เธอล้มลงไปนอนทาบทับบนเตียงนอนกว้าง โดยมีร่างหนาของคาร์ลอสตามมาคร่อมทับไว้อย่างรวดเร็วราวกับเสือดาวตะครุบเหยื่อ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ ดวงตาคมกราบกรานมองสำรวจเรือนร่างอรชรที่ดิ้นรนขัดขืนอยู่ใต้ร่างของเขาอย่างหยาดเยิ้ม "ปากดีนักนะ..." คาร์ลอสคำรามต่ำในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงขับทางอารมณ์ที่พุ่งสูงจนยากจะควบคุม มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาตรึงคางอั่นดื้อรั้นของเธอไว้ บังคับให้ใบหน้าหวานหันกลับมาสบตา "อยากรู้ใช่ไหมว่าฉันมองเธอด้วยสายตาแบบไหน... งั้นก็เปิดตามองดูให้ชัดๆ มัทนา!" สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากร้อนจัดก็ทาบทับลงมาปิดเรียวปากอิ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว การจูบในครานี้ไม่ใช่การลงทัณฑ์หรือการบังคับฝืนใจที่เต็มไปด้วยความดิบเถื่อนเหมือนครั้งก่อนๆ แต่มันคือการรุกรานที่ลึกซึ้ง ร้อนรุ่ม และเว้าวอนจนคนถูกกระทำแทบละลาย มัทนาครางประท้วงในลำคอ สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อสัมผัสวาบหวามเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย เรียวลิ้นร้อนที่ลุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพันตักตวงความหวานสร้างความปั่นป่วนจนเธอต้องเผลอเผยอริมฝีปากยอมจำนนต่อรสจูบอันเร่าร้อนนั้น มือเรียวที่เคยทุบตีอกแกร่งค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่อ่อนระโหยโรยแรง คาร์ลอสผริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาของเขายังคงจับจ้องริมฝีปากบวมเจ่อสีแดงระเรื่อด้วยความกระหาย นิ้วหัวแม่มือหยาบกร้านลูบไล้แกوفةนวลเนียนที่ขึ้นสีแดงจัดอย่างทะนุถนอม ซึ่งเป็นกิริยาที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยแสดงออก "ฉันเกลียดการพ่ายแพ้..." เสียงกระซิบพร่าดังอยู่ข้างใบหู พร้อมกับลมหายใจอุ่นที่เป่ารดซอกคอขาว "แต่กับเธอ... มัท... ฉันยอมแพ้ตั้งแต่คืนแรกที่เห็นแววตาดื้อรั้นนั่นมองฉันแล้ว" หัวใจของมัทนากระตุกวูบ คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของเจ้าพ่อไร่อ้อยผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา ทำเอาขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความรู้สึกมากมายอัดแน่นจนจุกอก ทั้งความหวาดกลัว ความสับสน และความจริงใจที่สัมผัสได้จากอ้อมกอดนี้ "คุณ... พูดจริงเหรอคะ..." เธอถามเสียงสั่นเครือ แววตาคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาเพื่อค้นหาความลวง แต่สิ่งที่พบมีเพียงประกายไฟแห่งความปรารถนาและเงาสะท้อนของตัวเธอเอง "ผู้ชายอย่างคาร์ลอสไม่เคยพูดคำโกหกเรื่องบนเตียง... หรือแม้แต่เรื่องหัวใจ" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะพรมจูบซับหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าตาของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยพลังดึงดูดทางเพศอันรุนแรง ทำให้กำแพงในใจของมัทนาพังทลายลงทีละน้อย ความยินยอมพร้อมใจหลอมรวมเข้ากับสัญชาตญาณดิบที่ตื่นขึ้นในค่ำคืนนี้ มือเรียวเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งให้ใบหน้าคมคายโน้มลงมาหาอีกครั้ง รสจูบครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นด้วยความโหยหาและลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม เสื้อผ้าเนื้อบางค่อยๆ ถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นตามแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ ความหนาวเย็นของค่ำคืนในไร่อ้อยถูกปัดเป่าให้มลายหายไปด้วยความร้อนระอุจากเรือนร่างที่แนบชิดติดกัน เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าคลอไปกับเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ สร้างบทเพลงแห่งความเสน่หาที่ดังก้องไปทั่วห้องนอนกว้าง ทุกสัมผัส ทุกการสอดประสาน และทุกอณูความรู้สึกถูกถักทอเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น เป็นค่ำคืนแห่งการสารภาพที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและลึกซึ้งจนยากจะลืมเลือน ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังดำดิ่งสู่หุบเหวแห่งความสุขสมอันไร้ทางหนี โดยไม่รู้ตัวเลยว่า... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวแทรกซึ้งบรรยากาศหวานล้ำ ตามมาด้วยเสียงตะโกนโกลาหลของลูกน้องคนสนิทที่หน้าห้องพัก "เฮียครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! ไร่ฝั่งตะวันตกถูกลอบวางเพลิง... และคุณรินรดา... หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยครับ!" คาร์ลอสชะงักกึก ร่างแกร่งผุดลุกขึ้นนั่งทันที นัยน์ตาสีสนิมเหล็กเปลี่ยนเป็นดุดันเหี้ยมเกรียมขึ้นในพริบตาเดียว บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นความหนתเหน็บและอันตรายถึงขีดสุด ขณะที่มัทนาหน้าถอดสี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่าภัยมืดที่คืบคลานเข้ามาในคืนนี้ไม่ได้พุ่งเป้ามาที่เธอเพียงคนเดียว "แต่งตัวซะ มัท..." คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกจนน่ากลัว พร้อมกับคว้าปืนพกสั้นที่หัวเตียงขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว "คืนนี้... ใครหน้าไหนกล้าล้ำเส้นฉัน มันต้องชดใช้ด้วยเลือด!" โปรดติดตามตอนต่อไปครับ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเร่าร้อนนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%