"ถอยไปซะ! หรืออยากให้กูฝังมึงไว้ใต้แปลงอ้อยสดตอนนี้เลยไอ้ก้าน"
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของคาร์ลอสยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ของเจ้าพ่อไร่อ้อยจะก้าวขึ้นรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อคันโต แล้วพุ่งทะยานออกไปจากอาณาเขตคฤหาสน์เพื่อมุ่งหน้าสู่แปลงอ้อยโซนตะวันตกที่อยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาไกลลิบแล้วก็ตาม แต่มัทนากลับยังยืนตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นรัวกระหน่ำราวกับมีกลองศึกรัวอยู่ภายในอก
ความเงียบงันที่เข้าปกคลุมเรือนพักหลังใหญ่ในยามสาย ยิ่งขับเน้นให้ลางสังหรณ์ประหลาดที่เกาะกุมหัวใจของเธอยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
มัทนายกมือขึ้นลูบต้นแขนตัวเองโดยอัตโนมัติ รอยนิ้วมือของไอ้ก้าน ลูกน้องคนสนิทของเสี่ยทรงวุฒิที่แอบลอบเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ตัวเธอก่อนหน้านี้ ยังคงทิ้งร่องรอยความเจ็บแปลบไว้จางๆ ภาพดวงตาเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มหยันน่าขยะแขยงนั้นทำให้เธอกลืนน้ำลายลงคอได้อย่างยากลำบาก เหตุการณ์เมื่อครู่เกือบจะบานปลายใหญ่โต หากคาร์ลอสไม่โผล่เข้ามาประชิดตัวราวกับภูตผีและเกือบจะปลิดชีพไอ้สารเลวนั้นด้วยมือเปล่า
"คุณมัทคะ... เอ๊ย คุณมัทครับ สีหน้าไม่ค่อยดีเลย ไปพักผ่อนข้างในก่อนไหมครับ" สาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาถามด้วยความด้วยความเป็นห่วง แต่มัทนาส่ายหน้าช้าๆ
"ฉันไม่เป็นไร... รินรดาอยู่ไหนล่ะ" เธอเอ่ยถามถึงเพื่อนสนิทที่เดินทางมาเยี่ยมและพักอยู่ที่นี่ด้วยกัน
"คุณรินออกไปเดินเล่นแถวเรือนเพาะชำด้านหลังครับ"
มัทนาพยักหน้ารับเบาๆ แต่สัญชาตญาณบางอย่างกลับร้องเตือนภัยอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่แค่ความหวาดกลัวต่อเสี่ยทรงวุฒิผู้เป็นคู่อริเก่าแก่ของคาร์ลอส แต่มันคือความรู้สึกวูบโหวงในช่องท้อง ราวกับว่ากำลังจะมีพายุลูกใหญ่โหมกระหน่ำเข้ามาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอกำลังยืนอยู่
เธอก้าวเดินไปที่ระเบียงกว้าง สายตาทอดมองออกไปเบื้องหน้า ท้องฟ้าเหนือไร่อ้อยสุดลูกหูลูกตาในวันนี้ดูแปลกประหลาด เมฆฝนสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งที่เมื่อครู่ยังเป็นแดดจัดจ้า ลมกระโชกแรงพัดยอดอ้อยไหวระเนระนาด ส่งเสียงเสียดสีกันดังหวีดหวิวราวกับเสียงกรีดร้องของภูตผี
*คาร์ลอส... คุณกำลังไปเจออะไรกันแน่*
หญิงสาวพึมพำกับตัวเองในใจ ความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดนับตั้งแต่ตกเป็นเชลยสวาทของเขา บัดนี้กลับพรั่งพรูออกมาอย่างไร้การควบคุม ภาพใบหน้าคมเข้ม ดุดัน นัยน์ตาสสีสนิมที่มักจะมองเธอด้วยความกระหายหิวและดุดันในเวลาเดียวกันผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่เคยบดเบียดเคล้นคลึงเรือนร่างของเธออย่างเอาแต่ใจ ทำให้ร่างกายของเธอร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แม้ในยามที่หวาดกลัว เขาก็ยังเป็นเกราะคุ้มภัยเดียวที่เธอมี
ในขณะเดียวกัน ที่แปลงอ้อยโซน C ซึ่งอยู่ห่างจากคฤหาสน์ไปราวสิบกิโลเมตร ลมพายุได้พัดกระหน่ำจนฝุ่นตลบอบอวล คาร์ลอสจอดรถนิ่งสนิทอยู่กลางถนนลูกรังแคบๆ ที่ถูกโอบล้อมด้วยดงอ้อยสูงทึบ เขากวาดสายตาคมกริบมองร่องรอยความเสียหายของระบบน้ำหยดที่ถูกตัดขาดอย่างจงใจ
"เฮียครับ! ผิดปกติครับ รอยตัดนี่ไม่ใช่ฝีมือสัตว์แน่นอน" ลูกน้องคนสนิทที่นั่งมาด้วยเอ่ยรายงานเสียงเครียด พร้อมกับดึงปืนพกสั้นออกจากซองข้างเอวอย่างระแวดระวัง
คาร์ลอสแค่นIเสียงหึในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวลงจากรถ รองเท้าบูทหนังเหยียบย่ำลงบนพื้นดินที่เริ่มชื้นแฉะด้วยละอองฝน นัยน์ตาดุดันหรี่แคบลงเมื่อกวาดมองรอบด้าน ความเงียบงัดที่ผิดวิสัยทำให้สัญชาตญาณนักล่าของเขาตื่นตัวถึงขีดสุด ไม่มีเสียงนกเสียงกา มีเพียงเสียงลมพัดอื้ออึง
"มันไม่ได้มาแค่ตัดสายน้ำหยดหรอก..." คาร์ลอสพึมพำเสียงต่ำ มือหนาเอื้อมไปตบด้ามปืนพกกระบอกโตที่เหน็บอยู่ด้านหลังอย่างคุ้นชิน มุมปากหยักลึกยกยิ้มเหี้ยมเกรียม "พวกมันคงคิดว่ากูโง่พอที่จะวิ่งตามเกมตื้นๆ ของเสี่ยทรงวุฒิสินะ"
"แล้วเราจะเอาไงดีครับเฮีย ให้เรียกกำลังเสริมจากแคมป์ใหญ่ไหม"
"ไม่ต้อง..." คาร์ลอสสะบัดมือปฏิเสธเสียงเฉียบขาด นัยน์ตาสีสนิมเปล่งประกายความดุร้ายราวกับเสือดาวที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ "ปล่อยให้มันเล่นละครไปก่อน... กูอยากรู้ว่าหางจิ้งจอกของเสี่ยแก่ๆ ตัวนั้น จะยาวไปถึงไหน"
แต่ทว่า ในวินาทีที่คาร์ลอสกำลังจะหันหลังกลับขึ้นรถเพื่อวนกลับไปตรวจดูความเรียบร้อยที่คฤหาสน์อีกรอบ ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวก็ถูกฉีกกระชากด้วยเสียงกัมปนาทของกระสุนปืนไรเฟิลที่แหวกอากาศพุ่งตรงมาปะทะเข้ากับตัวถังรถกระบะเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
*เปรี้ยง!*
สะเก็ดไฟกระเด็นวับ คาร์ลอสกระโจนหลบเข้าหาพุ่มอ้อยหนาทึบอย่างไร้ความลังเล สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจากสมรภูมิเถื่อนกร้าวทำงานทันที เขากลิ้งตัวหลบหลังแนวลำอ้อยหนา พร้อมกับชักอาวุธปืนคู่ใจออกมารัวยิงสวนกลับไปยังทิศทางที่มาของกระสุนทันทีอย่างไร้ความปรานี
"ไอ้สุนัขตัวไหนมันกล้าลองดีกับกู!"
เสียงคำรามก้องของเจ้าพ่อไร่อ้อยดังแข่งกับเสียงพายุที่โหมกระหน่ำ บรรยากาศรอบตัวเดือดพล่านด้วยกลิ่นอายของดินปืนและความตายที่คละคลุ้งไปกับกลิ่นหวานเอียนของน้ำอ้อย
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ มัทนาที่กำลังยืนกระวนกระวายใจอยู่ริมระเบียง จู่ๆ ก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อแจกันดอกไม้ราคาแพงบนโต๊ะข้างตัวร่วงหล่นลงมาแตกกระจายเสียงดังสนั่น ลางสังหรณ์ประหลาดที่บีบคั้นหัวใจพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดจนเธอหายใจไม่ออก มือเรียวเล็กยกขึ้นกุมหน้าอกซ้ายที่เต้นรัวแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง
*เกิดอะไรขึ้นกับเขา...*
มัทนาครางชื่อคาร์ลอส์ออกมาเบาหวิว ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามาอย่างไร้สาเหตุ ก่อนที่ในวินาทีต่อมา ประตูห้องนอนใหญ่ของเธอจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของรินรดาที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด
"มัท! แย่แล้ว... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" รินรดาหอบหายใจจนตัวโยน ดวงตาเบิกโพงด้วยความตื่นตระหนก "มีคนเห็นกลุ่มคนติดอาวุธบุกเข้ามาทางด้านหลังไร่... และเป้าหมายของพวกมันไม่ใช่ใครที่ไหน!"
มัทนาหันขวับไปมองเพื่อนสนิท หัวใจหล่นไปตาตุ่มเมื่อได้ยินประโยคถัดมาที่รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"พวกมันมาตามล่าตัวเธอ... และตอนนี้ ทางเข้าออกทุกทางถูกปิดตายหมดแล้ว!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ธานินทร์แดนเถื่อน" ด้วยดีเสมอมาครับ
กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย•ตอนที่ 31
ลางสังหรณ์
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักเจ้าพ่อไร่อ้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!