“หยุดหายใจซะ ริน... ถ้าไม่อยากตาย ก็ก้มลง!”
เสียงตะคอกของภาคินดังก้องแข่งกับเสียงฝนที่เทกระหน่ำราวกับฟ้ารั่ว แรงกระชากจากฝ่ามือหนาที่คว้าต้นคอเสื้อรินรดาไว้ก่อนจะเหวี่ยงเธอลงไปหมอบกับพื้นดินโคลนข้างพุ่มไม้ไม่ได้มีความนุ่มนวลแม้แต่น้อย กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นดินเปียกชื้นตลบอบอวลอยู่ในโพรงจมูก ภาคินไม่ได้สนใจเสื้อสูทราคาแพงที่เปรอะเปื้อนคราบโคลน เขาทิ้งตัวลงบังร่างเธอไว้มิดชิด สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองไปที่ความมืดมิดเบื้องหน้า ที่ซึ่งไฟหน้ารถสีดำนับสิบดวงกำลังกวาดผ่านม่านฝนเข้ามา
“คุณทำอะไร...” เสียงรินรดาสั่นพร่า เธอพยายามจะเงยหน้าขึ้น แต่แรงกดจากมือของเขาที่กดหัวเธอไว้กับพื้นทำให้เธอทำได้เพียงหายใจหอบถี่ “คนพวกนั้น... พวกเขาต้องการอะไรจากคุณ ภาคิน!”
ภาคินไม่ตอบ เขาหยิบวิทยุสื่อสารขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อ กดปุ่มปิดสัญญาณเงียบเชียบ ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่รินรดาไม่เคยอ่านออก มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่มันคือ ‘ความหวาดกลัว’ ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเยือกเย็นที่เขาเพิ่งทำหล่นหายไปในพริบตา
“ฟังนะริน” เขากระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นไหวเพียงเล็กน้อย “นับจากวินาทีนี้ไป สิ่งที่คุณกำลังจะได้ยิน... มันไม่ใช่แค่เรื่องโกหกที่ผมเคยสร้างขึ้นมา แต่มันคือเศษเสี้ยวของความจริงที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล”
ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังสนั่นขึ้นอีกนัดจนเศษกระจกหน้าต่างบ้านหลังใกล้ๆ แตกกระจาย รินรดาเห็นเพียงแววตาที่เจ็บปวดของชายตรงหน้า
“เราไม่มีเวลามากนัก” ภาคินขยับตัวพิงพุ่มไม้หนา หายใจหอบถี่ขณะพยายามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “ครอบครัวของคุณ... ไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างที่ตำรวจสรุปคดีเมื่อห้าปีก่อน”
รินรดาชะงัก ลมหายใจของเธอเหมือนจะขาดห้วงไปในทันที “คุณพูดอะไร... หลักฐานทุกอย่างชัดเจนขนาดนั้น คุณเองไม่ใช่เหรอที่บอกว่ามันคือโศกนาฏกรรม!”
“ผมพูด เพราะนั่นคือสิ่งที่ผมต้องพูดเพื่อปกป้องคุณ!” ภาคินกัดฟันกรอด เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากหัวไหล่ที่โดนกระสุนเฉี่ยว แต่เขากลับทำเพียงปาดมันออกอย่างไม่แยแส “คุณจำคืนวันที่ 24 ธันวาคมได้ไหม? คืนที่หิมะแรกเริ่มตก... คืนที่ผมต้องเลือกระหว่างการรักษาธุรกิจของพ่อ หรือการเซ็นเอกสารเพื่อแลกกับลมหายใจของคนที่คุณรัก”
รินรดาเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นปราดเข้าสู่หัวใจ “หมายความว่ายังไง... คุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยงั้นเหรอ?”
“ผมไม่ได้ลงมือฆ่า” ภาคินพูดพลางแค่นหัวเราะอย่างสมเพชตัวเอง “แต่ผมคือคน ‘อนุมัติ’ ให้เกิดการจัดฉากนั้นขึ้น ผมไม่ได้ต้องการให้พ่อแม่คุณตาย แต่ผมต้องการแค่ให้พวกเขาหายไปจากวงโคจรของศัตรู... แต่คนเหล่านั้นไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ริน... พวกเขาฉลาดกว่าผม และอำนาจมืดที่ผมพยายามจะคุม มันกลับกลายเป็นสิ่งที่ควบคุมผมแทน”
มือของรินรดาสั่นเทา เธอพยายามขยับตัวออกจากอ้อมแขนของเขา แต่ภาคินกลับกอดเธอแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายไปต่อหน้าต่อตาในวินาทีนี้
“คุณบอกว่าคุณไม่ได้ฆ่า แต่คุณจัดฉาก?” รินรดาเค้นเสียงถาม น้ำตาแห่งความอัดอั้นไหลอาบแก้มปนกับน้ำฝน “คุณใช้ชีวิตอยู่กับฉันมานานขนาดนี้ ทานข้าวด้วยกัน ปรึกษาเรื่องงานด้วยกัน มองตาฉันทุกวัน แล้วคุณไม่เคยรู้สึกผิดเลยเหรอที่คุณเป็นคนพรากพวกเขาทั้งสองคนไปจากฉัน!”
“ทุกวินาที!” ภาคินตะคอกกลับ เสียงของเขาสั่นเครือจนน่าใจหาย “คุณคิดว่าการได้อยู่ใกล้คนที่คุณรัก แต่ต้องคอยปกปิดความชั่วร้ายของตัวเองไว้มันมีความสุขนักหรือไง? ทุกครั้งที่ผมเห็นแววตาเศร้าๆ ของคุณเวลาพูดถึงครอบครัว ผมเหมือนถูกมีดนับพันเล่มกรีดลงที่หัวใจตัวเอง แต่นี่คือความจริงครึ่งเดียวริน... ความจริงที่เหลือ คุณยังไม่พร้อมที่จะรับรู้”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นใกล้ตัวพุ่มไม้ที่พวกเขาหลบอยู่ แสงไฟฉายสว่างวาบกวาดผ่านใบหน้าของรินรดาและภาคินไปเพียงไม่กี่นิ้ว
ภาคินกดตัวรินรดาให้หมอบต่ำลงจนหน้าผากเกือบชิดกับดินโคลน เขาโน้มตัวลงมาใกล้ข้างหูเธอ กลิ่นโคโลญจน์จางๆ ผสมกับกลิ่นเลือดทำให้รินรดารู้สึกวิงเวียน
“มีคนทรยศอยู่ในบ้านหลังนี้ ริน” ภาคินกระซิบเบาจนเกือบเป็นเสียงลม “คนเดียวกับที่เป็นคนส่งชื่อครอบครัวของคุณไปให้พวกมันในคืนนั้น... และตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ข้างหลังคุณ”
รินรดาตัวแข็งทื่อ ความเย็นเฉียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เมื่อเธอสัมผัสได้ถึงแรงกดของปากกระบอกปืนเย็นเยียบที่จ่อเข้าที่ขมับจากทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ที่คุ้นเคยเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการถึง
“คุณบอกเธอมากเกินไปแล้วนะ ภาคิน... ทั้งที่บทสนทนานี้ควรจะเป็นบทสนทนาสุดท้ายของพวกคุณแท้ๆ”
รินรดาค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมองบุคคลที่ก้าวพ้นเงามืดออกมา หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อพบว่าคนที่ถือปืนจ่อหัวเธออยู่นั้น ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่เธอเชื่อใจที่สุดในฐานะ ‘พี่ชาย’ ของภาคินเอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยร้าวในครั้งนี้และติดตามกันมาจนถึงตอนนี้ด้วยหัวใจนะคะ
— ดาวตกคืนคริสต์มาส —
รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส•ตอนที่ 14
ความจริงครึ่งเดียว
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!