“พี่ชายงั้นเหรอ... คำนี้มันฟังดูตลกร้ายเกินไปไหมสำหรับคนที่เพิ่งลั่นไกใส่กัน”
เสียงทุ้มต่ำของภาคินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับราวกับจะบดขยี้ลมหายใจ ร่างสูงใหญ่ของเขาทรุดฮวบลงกับพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ มือหนาของเขาพยายามกดทับแผลฉกรรจ์บริเวณสีข้างที่เลือดสีเข้มเริ่มไหลซึมผ่านนิ้วมือออกมาอย่างไม่ขาดสาย รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความตกใจและสับสนระคนกัน
“ภาคิน! อย่าพูดอะไรตอนนี้เลย... ได้โปรด” เสียงของรินรดาสั่นพร่า เธอถลาเข้าไปหาเขาแทบจะทันทีโดยไม่สนความลังเลในใจ ความเกลียดชังที่เคยมีมลายหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงความตื่นตระหนกเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของชายหนุ่มที่เธอมักมองว่าเข้มแข็งราวกับหินผา
“ริน... อย่าเข้าใกล้... ฉัน” ภาคินกัดฟันแน่น เหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามไรผม ใบหน้าคมสันบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด “คนที่ยืนอยู่ข้างหลังนั่น... มันไม่ได้มาเพื่อเจรจา”
รินรดาไม่ฟังคำทัดทาน มือเรียวรีบคว้ากล่องปฐมพยาบาลฉุกเฉินที่วางอยู่ใกล้ๆ ออกมา เธอฉีกเสื้อเชิ้ตราคาแพงของเขาออกอย่างไร้ความปราณีเผยให้เห็นรอยแผลที่ลึกจนน่ากลัว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบจนแทบหยุดเต้น
“เงียบเถอะน่า ถ้าไม่อยากตายตรงนี้ก็อยู่นิ่งๆ” เธอตวาดทั้งน้ำตา มือที่กำลังพันแผลสั่นระริก เธอพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย บังคับให้นิ้วมือทำงานอย่างแม่นยำที่สุด ท่ามกลางความกดดันที่รุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก
ภาคินเหม่อมองใบหน้าของหญิงสาวที่อยู่ใกล้เพียงลมหายใจกั้น แววตาของเขาที่เคยเย็นชาและอ่านยาก บัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนน่าใจหาย เขารู้ดีว่าบาดแผลครั้งนี้ไม่ใช่แค่ทางกาย แต่มันคือบาดแผลแห่งความเชื่อใจที่พังทลายลงในค่ำคืนที่แสงดาวดูจะหม่นแสงลงอย่างประหลาด
“ทำไมถึงช่วย...” เขาถามแผ่วเบา “ทั้งที่เธอก็รู้ว่าฉันคือคนที่พรากทุกอย่างไปจากครอบครัวเธอ”
รินรดาชะงักมือไปครู่หนึ่ง ก่อนจะผูกเงื่อนผ้าพันแผลอย่างแน่นหนา เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดที่ซ่อนความดื้อรั้นเอาไว้ “ถ้าฉันปล่อยให้คุณตายตอนนี้ ความจริงที่ฉันตามหามาตลอดชีวิตก็จบสิ้นไปด้วย... ฉันจะไม่ยอมให้คุณหนีความผิดไปง่ายๆ หรอกนะ คุณต้องอยู่รับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไป”
เขายิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น “ใจคอจะให้ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อทนทุกข์ไปตลอดเลยหรือไง”
“นั่นคือการตัดสินใจของฉัน ไม่ใช่ของคุณ”
รินรดาพยุงร่างสูงที่เริ่มหมดแรงพิงเข้ากับผนังห้อง เธอกระชับอ้อมกอดเพื่อประคองเขาไว้แน่น กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเธอปะทะกับกลิ่นเลือดของเขา มันเป็นส่วนผสมที่น่าเวทนาและงดงามในเวลาเดียวกัน ในความเงียบสงัดนั้นเอง ทั้งคู่ต่างรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของกันและกัน
ทว่า ความสงบสุขชั่วคราวกลับพังทลายลงเมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวเข้ามาใกล้ประตูห้องที่เปิดแง้มอยู่ รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอหันไปมองต้นเสียงด้วยความหวาดระแวง ภาคินพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าปืนที่ตกอยู่ไม่ไกล แต่รินรดากลับกดไหล่เขาไว้แน่น
“หยุดนะ” เธอสั่งเสียงกระซิบ
เงาร่างหนึ่งทอดยาวผ่านประตูเข้ามา เป็นชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้ม ใบหน้าของเขาเรียบเฉยจนน่าขนลุก เขาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าคนทั้งสองก่อนจะก้มลงมองภาพที่ดูเปราะบางตรงหน้าด้วยสายตาที่เย้ยหยัน
“เล่นบทรักหวานชื่นกันเสร็จหรือยังครับ” เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “เพราะงานเลี้ยงฉลองที่แท้จริง... กำลังจะเริ่มขึ้นหลังจากนี้ต่างหาก”
มือของชายคนนั้นหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูเก่าคร่ำคร่าออกมาจากเสื้อโค้ท ก่อนจะโยนมันลงบนตักของรินรดา เอกสารที่เธอเห็นเพียงแวบเดียวก็ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ เพราะมันคือภาพถ่ายใบเดียวกับที่พ่อของเธอเคยถือไว้ก่อนจะเสียชีวิต และมีข้อความหลังภาพที่เขียนด้วยลายมือของใครบางคนที่รินรดาไม่เคยคาดคิดว่าจะมีอยู่บนโลกใบนี้
รินรดารีบคว้าภาพนั้นขึ้นมาดู ทันทีที่อ่านจบ ร่างกายของเธอก็แข็งค้างไปชั่วขณะ เธอมองหน้าภาคินที่บัดนี้เบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่ต่างกัน ก่อนจะหันกลับไปมองชายปริศนาที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ตรงหน้า
“ที่รัก... คุณลืมไปแล้วหรือว่าคนตระกูลคุณไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ” เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอ “แต่พวกเขาตายเพราะคนข้างๆ คุณ... เพิ่งจะได้รับคำสั่งให้ลงมือเป็นคนสุดท้าย”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับรินรดานะคะ โดยดาวตกคืนคริสต์มาสค่ะ
รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส•ตอนที่ 28
บาดแผลที่ได้รับ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!