“คุณไม่ควรเข้ามาวุ่นวายกับเรื่องนี้ตั้งแต่แรก ภาคิน”
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตาที่จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้ากลับเด็ดเดี่ยวราวกับก้อนหินที่ถูกสกัด เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้โอ๊คด้วยแรงที่มากกว่าปกติจนเกิดเสียงดังสนั่น ห้องทำงานส่วนตัวของภาคินในเวลานี้เงียบงันจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของคนทั้งคู่
ภาคินไม่ตอบในทันที เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้หนังสีเข้ม นิ้วเรียวยาวประสานกันอยู่ใต้คาง ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองรอยช้ำจางๆ ที่ข้อมือของเธอ—ร่องรอยที่เกิดจากการพยายามหลบหนีจากสถานการณ์เสี่ยงเมื่อวานนี้ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นเธอเจ็บ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาสั่งปิดล้อมทุกทางที่เธอจะก้าวออกไปเผชิญอันตราย
“ถ้าการห่วงใยคุณมันคือความวุ่นวาย งั้นผมคงเป็นคนประเภทที่ไร้ความรับผิดชอบที่สุดในโลก” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศรอบกายรินรดาราวกับจะเบาบางลง
“ความรับผิดชอบหรือคะ? หรือว่าเป็นเพราะคุณแค่ต้องการคอยควบคุมให้ฉันเป็นหมากในกระดานที่คุณวางไว้กันแน่”
รินรดาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นน้ำหอมเจือจางของไม้สนและยาสูบจางๆ จากตัวเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ เธอเกลียดความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่ว่าไม่ว่าเขาจะเย็นชาหรือใจร้ายกับเธออย่างไร ลึกๆ แล้วเธอกลับโหยหาความปลอดภัยที่อยู่ภายใต้ปีกของเขาราวกับนกที่ปีกหัก
ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความต่างของสรีระทำให้รินรดาต้องแหงนหน้ามองเขา เขาไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูด แต่กลับก้าวเข้ามาหาจนระยะห่างลดน้อยลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น เขายื่นมือมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าเธอเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาทว่าสั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ
“คุณเริ่มกลัวแล้วใช่ไหม รินรดา” เขาถามเสียงต่ำ “ไม่ใช่กลัวศัตรูของคุณ แต่คุณกำลังกลัวว่าสิ่งที่ผมทำอยู่... มันเริ่มไม่ใช่แค่หน้าที่”
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุด ความรู้สึกที่เธอพยายามกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัวที่สูญเสียไปกำลังปะทุขึ้น เธอไม่ได้กลัวภาคินในฐานะผู้ชายที่อันตราย แต่เธอกลัวการที่หัวใจของเธอเริ่มยอมรับคนตรงหน้าในฐานะ 'จุดอ่อน' เพียงหนึ่งเดียวของชีวิต
“ฉันไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น” เธอโกหก พร้อมกับถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับชั้นหนังสือ “สิ่งที่คุณทำมันเกินขอบเขตของหุ้นส่วนทางธุรกิจไปไกลแล้ว ภาคิน ถ้าคุณไม่หยุด... ฉันนั่นแหละที่จะเป็นคนจบเรื่องนี้เอง”
ภาคินแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความขบขัน แต่เต็มไปด้วยความขมปร่า เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้ง ก่อนจะวางมือทั้งสองข้างทาบลงบนชั้นหนังสือขนาบข้างศีรษะของเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขน
“จบด้วยวิธีไหนล่ะ? ตัดความสัมพันธ์? หรือจะหันหลังให้ผมไปเดินเข้าหากองเพลิงนั่นจริงๆ” เข้มข้นขึ้นจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ “คุณรู้ดีว่าถ้าคุณก้าวออกจากประตูบานนี้โดยไม่มีผมคุ้มครอง คุณจะไม่ได้เจอแค่ความจริงที่คุณตามหา แต่คุณจะกลายเป็นศพแรกที่ถูกเก็บกวาดก่อนจะถึงวันคริสต์มาสด้วยซ้ำ”
“ฉันยอมตายดีกว่าต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของคุณ!” รินรดากระแทกเสียงใส่ดวงตาคู่คมนั้น “อย่าทำเป็นใจดี ห่วงใยฉัน ทั้งที่มือของคุณยังเปื้อนคราบเลือดของคนในตระกูลฉันอยู่เลย!”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัดใจ รินรดาชะงักกับคำพูดที่หลุดปากออกไปเอง เธอเห็นแววตาของภาคินเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง มันไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้หน้ากากน้ำแข็ง
“ถ้าผมเปื้อนเลือด... งั้นคุณก็เป็นคนที่ยอมให้คนเปื้อนเลือดคนนี้สัมผัสมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่ใช่หรือ”
เขาโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชนกัน รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง ความขัดแย้งในใจเธอรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก เธออยากจะผลักเขาออกไป แต่กลับพบว่ามือของเธอสั่นเทาและไร้เรี่ยวแรง เธอรักความยุติธรรม แต่ตอนนี้ความยุติธรรมดูเหมือนจะไม่มีค่าอะไรเลยเมื่อเทียบกับสัมผัสจากคนที่เธอกำลังสงสัยว่าอาจจะเป็นฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอ
“ตอบผมมาสิ รินรดา” เขากระซิบ “ว่าที่คุณโกรธน่ะ... เพราะผมทำผิด หรือเพราะคุณเริ่มทนไม่ได้ที่ต้องยอมรับว่าคุณต้องการผมมากกว่าที่ใครควรจะต้องการศัตรู?”
จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงสามครั้งรวด ก่อนที่บานประตูไม้บานใหญ่จะถูกผลักออกโดยไม่มีการเชื้อเชิญ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเข้มก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารลับในมือ เขามองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำลายความเงียบจนสิ้นซาก
“ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะช่วงเวลาสำคัญสินะครับคุณภาคิน... แต่ข่าวร้ายคือ สิ่งที่คุณเพิ่งเก็บซ่อนเอาไว้น่ะ... รินรดาได้รับรู้ข้อมูลส่วนที่เหลือทั้งหมดตั้งแต่นาทีที่เธอเดินเข้าบ้านนี้มาแล้ว”
ภาคินผละออกจากรินรดาทันที สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุร้ายในขณะที่รินรดาหันไปมองเอกสารในมือของผู้มาใหม่ แผ่นกระดาษเหล่านั้นคือหลักฐานที่เธอตามหามาตลอดปี... และชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าแรกในฐานะ 'ผู้สมรู้ร่วมคิด' คนล่าสุด ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคนยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้เอง
ความรู้สึกเย็นวาบแล่นเข้าสู่หัวใจเมื่อเธอเห็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่ถูกหยิบออกมาจากซองเอกสาร ภาพของตัวเธอเองที่กำลังถูกชายชุดดำเล็งเป้าจากมุมมืดของอาคารตรงข้าม... โดยมีภาคินยืนซ้อนหลังอยู่ราวกับกำลังชี้นิ้วสั่งการ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับรินรดานะคะ โดยดาวตกคืนคริสต์มาสค่ะ
รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส•ตอนที่ 29
ความห่วงใยที่เกินพอดี
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!