“หยุดเถอะค่ะภาคิน... ก่อนที่ทุกอย่างจะพังไปมากกว่านี้”
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตาของเธอกลับแข็งกร้าวราวกับเศษแก้วที่บาดลึกอยู่ในใจ มือที่กำหมัดแน่นจนสั่นระริกถูกซ่อนไว้ใต้โต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ในห้องทำงานที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวแข่งกับเข็มนาฬิกาบนผนัง
ภาคินชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเข้ามาหา เขาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวเขายังคงเป็นกลิ่นที่เธอคุ้นเคยและหวาดกลัวในคราวเดียวกัน สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องใบหน้าของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชาที่เธอกำลังสวมใส่
“พัง? รินหมายถึงเรื่องอะไร หรือหมายถึงความสัมพันธ์ของเราที่รินพยายามจะตัดขาดมันด้วยวิธีการที่ไร้เหตุผลที่สุด” เสียงของเขาต่ำและนิ่ง แต่ทว่าแฝงไปด้วยแรงปะทะที่ทำให้ลมหายใจของเธอติดขัด
“รินไม่ได้ไร้เหตุผลค่ะ” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่าใจหาย “รินแค่ยอมรับความจริงไม่ได้ว่าการอยู่ข้างๆ คุณ มันกำลังจะดึงคุณลงไปสู่ก้นเหวที่รินเป็นคนขุดขึ้นมาเอง”
ภาคินแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข หากแต่เต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง “ก้นเหวเหรอ? รินกำลังบอกว่าอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาคือสิ่งที่รินต้องแบกรับไว้คนเดียวงั้นหรือ รินดูถูกความสามารถของผม หรือว่ารินแค่... ไม่เคยเชื่อใจผมเลยสักครั้งกันแน่”
เขาขยับเข้าใกล้จนรินรดารู้สึกถึงความอบอุ่นจากร่างกายเขา ความอ่อนไหวในอกเริ่มสั่นคลอน รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังทำลายสิ่งที่สวยงามที่สุดเพื่อปกป้องคนที่เธอรักที่สุดไม่ให้ต้องแปดเปื้อนไปกับธุลีความแค้นของเธอ
“ความเชื่อใจมันใช้กินไม่ได้หรอกค่ะภาคิน” เธอผลักอกเขาออกเต็มแรง แม้จะเป็นสัมผัสเพียงชั่วครู่แต่ก็ทำให้ใจของเธอเต้นผิดจังหวะ “คุณมองไม่เห็นหรือไงว่าพวกเขากำลังจับตาดูคุณอยู่ ทุกก้าวที่คุณเดินข้างริน คือทุกก้าวที่รอยร้าวในธุรกิจของคุณจะขยายตัวขึ้น คุณมีภาระ มีครอบครัวที่ต้องดูแล ส่วนริน... รินไม่มีอะไรจะเสียแล้ว”
ภาคินนิ่งงัน แววตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความเวทนาที่กรีดลึกลงไปในใจของรินรดา “รินกำลังไล่ผมไป เพื่อที่จะเอาตัวไปรับกระสุนแทนสินะ รินคิดว่าผมเป็นคนประเภทที่จะยืนมองคนที่รักตายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่ตัวเองทำได้แค่คอยดูรายชื่อในหน้าหนังสือพิมพ์หรือไง”
“แต่นี่คือทางเดียวที่จะทำให้คุณรอด!” รินรดาตะโกนออกมา เสียงของเธอสั่นเครือ หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มเอ่อคลอ “ถ้าคุณไม่ไป... ถ้าคุณยังดึงดันจะอยู่กับริน พรุ่งนี้อาจจะไม่มีคุณอีกต่อไป คุณเข้าใจไหมว่ามันหมายความว่ายังไง! คุณอาจจะต้องตายเพราะความผิดพลาดของพ่อริน!”
“รินรดา!” ภาคินตะคอกชื่อเธอ แต่สายตากลับอ่อนลงจนเกือบจะเป็นการเว้าวอน “ความผิดพลาดของคนอื่นไม่ใช่ชนักติดหลังที่รินต้องมาชดใช้ด้วยชีวิต และผมก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะยอมให้ใครมาพรากสิ่งที่สำคัญที่สุดไปจากชีวิตผมเพียงเพราะความกลัวของริน”
“มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือความรับผิดชอบค่ะ!” เธอถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับชั้นวางหนังสือ เสียงกระทบกันของสันปกหนังสือทำให้บรรยากาศยิ่งดูหดหู่ “ออกไปซะ ก่อนที่รินจะทำอะไรที่ร้ายแรงกว่านี้... รินไม่ได้ต้องการคุณ รินไม่เคยต้องการคุณ ภาคิน”
คำพูดสุดท้ายเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนความรู้สึกของทั้งคู่ ภาคินนิ่งไปนานราวกับถูกสาป สายตาของเขามองผ่านร่างของเธอไปที่บานหน้าต่างที่เห็นแสงไฟจากตัวเมืองด้านนอก เขาไม่ได้ตอบโต้ด้วยอารมณ์อีกต่อไป หากแต่เป็นความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวกว่าการตะโกนด่าทอ
“ถ้าการที่ผมอยู่ตรงนี้ มันทำให้รินรู้สึกเป็นภาระถึงเพียงนั้น...” เขาเว้นจังหวะ น้ำเสียงราบเรียบจนเย็นยะเยือก “งั้นสิ่งที่รินปรารถนา... ก็คงเป็นสิ่งที่ผมต้องมอบให้”
เขาหันหลังเดินไปที่ประตู ทุกย่างก้าวของเขาดูหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว รินรดาได้แต่ยืนนิ่ง ตัวสั่นเทาอยู่ตรงนั้น เมื่อเสียงประตูห้องทำงานปิดลงด้วยความแรงที่บอกถึงอารมณ์คุกรุ่นที่ซ่อนอยู่ข้างใน หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ก็ร่วงหล่นลงมาเป็นสาย เธอทรุดตัวลงกับพื้น ราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงในพริบตา
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจมดิ่งอยู่กับความเจ็บปวด เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเขาก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงเรียกเข้าปกติ แต่เป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินที่ดังลั่นห้อง รินรดารีบปาดน้ำตาแล้วลุกขึ้นไปที่โต๊ะ เธอตัดสินใจกดรับสายด้วยมือที่สั่นระริก
“ภาคิน... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว...” เสียงปลายสายไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นมือขวาของภาคินที่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “มีการสั่งฆ่าล้างตระกูลที่คฤหาสน์ของคุณตอนนี้ และดูเหมือนว่า... พวกมันรู้แล้วว่าคุณกำลังจะตัดขาดกับคุณรินรดา พวกมันเลยเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เธอแทน ไม่ใช่คุณ!”
รินรดาหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เมื่อหันไปมองที่ประตูห้องทำงานอีกครั้ง เธอก็พบว่าเงาร่างของใครบางคนกำลังยืนทาบทับอยู่บนพื้นหน้าบานประตูนั้น... คนที่เธอคิดว่าเดินออกไปแล้ว แต่กลับยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับกระบอกปืนในมือที่สั่นน้อยๆ ราวกับกำลังตัดสินใจบางอย่าง!
รอดูกันต่อไปนะคะว่ารอยร้าวในครั้งนี้จะสมานหรือแตกละเอียดในตอนหน้า ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับรินรดานะคะ โดยดาวตกคืนคริสต์มาสค่ะ
รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส•ตอนที่ 30
คำปฏิเสธจากใจ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!