“ถ้าคุณจะโกหก ก็ช่วยทำเนียนกว่านี้หน่อยเถอะค่ะภาคิน... เพราะน้ำเสียงที่สั่นเพียงเสี้ยววินาทีของคุณ มันกำลังตะโกนบอกฉันว่าคุณกำลังปิดบังอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก”
รินรดาขว้างแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวหนา เสียงกระดาษปะทะพื้นผิวไม้ดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันที่แสนอึดอัดในห้องทำงานส่วนตัวของชายหนุ่ม เธอไม่ได้รอให้เขาตอบ แต่เดินเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ที่เย็นเยียบและเย้ายวนของเขา ซึ่งในเวลานี้มันกลับชวนให้เธอรู้สึกสะอิดสะเอียน
ภาคินไม่ได้ขยับตัว เขาเพียงแค่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองรินรดานิ่งราวกับรูปปั้นสลัก มือหนาประสานกันไว้เหนือตักอย่างใจเย็น แม้กระทั่งในยามที่ถูกรุกไล่จนมุม เขาก็ยังรักษามาดของนักธุรกิจผู้ไร้ความรู้สึกได้เป็นอย่างดี
“คุณใช้อารมณ์ตัดสินทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในสายตาเสมอ รินรดา” เสียงของเขาต่ำ นุ่ม และเยือกเย็น “การที่ผมไม่พูด ไม่ได้หมายความว่าผมมีเจตนาร้ายเสมอไป บางครั้ง... ความจริงที่ได้รับรู้ มันอาจจะทำลายชีวิตของคุณเร็วกว่าการที่ผมเก็บมันไว้เป็นความลับ”
“ความลับงั้นหรือคะ?” รินรดาเค้นยิ้ม หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความโกรธปนหวาดหวั่น เธอคว้าหลักฐานชิ้นใหม่ที่เพิ่งได้รับมาจากพนักงานสอบสวนลับวางทับบนเอกสารเดิม มันคือบันทึกรายการโอนเงินย้อนหลังสามปี ซึ่งปลายทางของบัญชีผีนั้น... มันชี้ชัดไปที่ชื่อที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกี่ยวข้องกับเกมการเงินที่สกปรกนี้ได้
“บัญชีของมูลนิธิ... ภาคิน คุณเอาเงินบริจาคของครอบครัวฉันไปใช้ทำอะไร? แล้วทำไมรอยตราประทับการอนุมัติถึงเป็นลายเซ็นของคุณพ่อ... คนที่เสียชีวิตไปแล้วตั้งสามปี!”
ภาคินขยับตัวเล็กน้อย ประกายในดวงตาของเขาวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยตามเดิม เขาไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดอากาศรอบตัวราวกับจะบีบอัดจนรินรดาหายใจไม่ออก เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหาเธอด้วยก้าวที่หนักแน่น มั่นคง และกดดัน
“ริน... ฟังผมนะ โลกนี้ไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ คุณเห็นชื่อในบัญชีนั้นแล้วใช่ไหม? คุณเห็นชื่อคนที่คุณไว้ใจที่สุดในชีวิตหรือยัง?”
“อย่ามาบิดเบือนประเด็น!” เธอตะคอก มือสั่นเทาขณะชี้ไปที่เอกสาร “คุณเป็นคนคุมบัญชีทั้งหมด คุณร่วมมือกับเขา... คุณเป็นคนบงการให้คนพวกนั้นทำลายธุรกิจพ่อฉัน เพื่อที่คุณจะได้กว้านซื้อกิจการทั้งหมดในราคาเศษเงินใช่ไหม? คุณไม่ได้ต้องการเป็นพันธมิตร คุณแค่ต้องการเป็นเจ้าของชีวิตฉัน!”
“ถ้าผมต้องการครอบครองคุณ ผมทำไปนานแล้ว รินรดา” เขาโน้มตัวลงมาจนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกับพวงแก้มของหญิงสาว “แต่ที่ผมทำไป... ทั้งหมดก็เพื่อปกป้องไม่ให้ความจริงเรื่อง ‘คนใกล้ตัว’ ของคุณต้องพังทลายลง หากคุณรู้ว่าใครเป็นคนเซ็นเช็คใบแรกที่ทำให้บริษัทของคุณเข้าสู่จุดจบ คุณจะรับมันได้ไหม... คุณจะกล้ามองหน้าคนๆ นั้นในกระจกอีกครั้งหรือเปล่า”
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง คำพูดของภาคินไม่ใช่แค่การแก้ตัว แต่มันคือการเปิดประตูไปสู่ห้องมืดที่เธอไม่เคยกล้าก้าวเข้าไป เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามค้นหาคำโกหก แต่สิ่งที่เธอพบกลับเป็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชา
“ฉันไม่เชื่อคุณ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า “หลักฐานอยู่ในมือฉัน และฉันจะเปิดโปงทุกคน... ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใครก็ตาม”
“ถ้าอย่างนั้น... ลองดูนี่” ภาคินหยิบแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งขึ้นมา แล้วกดเปิดวิดีโอวงจรปิดที่บันทึกไว้ในคืนเกิดเหตุการณ์ฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่สุด
ภาพในวิดีโอเริ่มเล่น เงาร่างของบุคคลหนึ่งเดินออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวของพ่อเธอ ใบหน้าของคนคนนั้นถูกปกปิดด้วยหมวกแก๊ป แต่ท่าทางการเดิน... การจัดเสื้อสูทที่เฉียบคม และรอยแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายที่สะท้อนแสงไฟชัดเจน ทำเอารินรดาถึงกับเข่าอ่อน
นั่นคือแหวนตระกูล... แหวนที่มีเพียงคนในครอบครัวเธอเท่านั้นที่ครอบครอง
เธอมองภาพนั้นซ้ำไปซ้ำมา หัวใจเหมือนถูกบีบด้วยกรงเล็บเหล็กกล้า ภาพของ ‘คนใกล้ตัว’ ที่เธอรักและไว้ใจที่สุด... คนที่คอยเช็ดน้ำตาให้เธอในวันที่พ่อจากไป... คนที่ยืนเคียงข้างเธอมาตลอดสามปีบนกองซากปรักหักพังของธุรกิจครอบครัว...
“ไม่จริง... เป็นไปไม่ได้...” รินรดาพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนหน้าจอ “พี่...”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน ประตูก็ถูกผลักออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่เธอเพิ่งเห็นในวิดีโอเมื่อครู่นี้ เธอยืนอยู่ตรงนั้นด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนเช่นเคย แต่ในมือกลับถือถุงจดหมายสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตาเสียเหลือเกิน
“ริน... พี่ซื้อขนมมาฝากจ้ะ ทำไมวันนี้ถึงทำหน้าเครียดแบบนั้นล่ะคะ หืม?”
รินรดาหันกลับไปมองหญิงสาวที่เปรียบเสมือนพี่สาวแท้ๆ ของตน ความหวาดกลัวแล่นปราดไปทั่วร่าง เมื่อเธอสังเกตเห็นว่าที่ข้อมือของอีกฝ่าย... มีรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่ตรงกับรอยแผลที่เธอเคยเห็นในภาพบันทึกภาพการโอนเงินที่ภาคินให้เธอดูเมื่อสักครู่ไม่มีผิดเพี้ยน
ความจริงที่น่าตกใจกำลังจะถูกเปิดเผย และดูเหมือนว่า... ในห้องนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ ‘คนสองคน’ ที่กำลังเล่นเกมลับลวงพรางอีกต่อไป
รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาสครั้งนี้ ไม่ใช่แค่รอยร้าวของธุรกิจ แต่มันคือรอยร้าวที่กำลังจะกัดกินสายใยสุดท้ายของครอบครัวเธอให้แตกสลายจนไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิม
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวครั้งนี้ไปกับดาวตกคืนคริสต์มาสเสมอนะคะ
รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส•ตอนที่ 23
ความจริงที่น่าตกใจ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!