“ถ้าคุณเซ็นเอกสารฉบับนี้ ชีวิตของพนักงานกว่าห้าสิบชีวิตในแผนกปฏิบัติการจะจบสิ้นลงภายในสิ้นเดือนนี้ รินรดา... คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมว่านี่คือสิ่งที่หัวใจของคุณต้องการจริงๆ”
เสียงของภาคินทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผืนน้ำในคืนไร้ลม เขาขยับแว่นสายตาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะวางปากกาหมึกซึมด้ามหรูลงบนเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้าหญิงสาว ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่ไม่ได้ทำให้รินรดาสั่นสะท้านเท่ากับสายตาคู่นั้นของเขา สายตาที่เธอไม่เคยอ่านออกเลยว่าข้างใต้นั้นคือความเห็นใจ หรือความเย็นชาที่เตรียมตัวจะกำจัดเธอทิ้งเมื่อหมดประโยชน์
รินรดากำหมัดแน่นอยู่ใต้โต๊ะไม้โอ๊คตัวยาว เธอสัมผัสได้ถึงหยดเหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผม หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองรบที่กำลังจะแตกพ่าย เธอเงยหน้าขึ้น สบสายตากับชายหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่คิดและคนที่เธอหวาดกลัวที่สุดในยามนี้
“ทำไมคุณถึงโยนภาระนี้มาให้ฉัน ภาคิน? คุณรู้อยู่เต็มอกว่าพนักงานเหล่านั้นคือคนที่ทุ่มเทให้กับบริษัทมาตลอดสิบปี แล้วคุณก็เป็นคนเสนอแผนลดต้นทุนนี้เอง ไม่ใช่หรือคะ?” รินรดาเค้นเสียงถาม แม้พยายามจะคุมให้มั่นคง แต่เธอก็รู้ว่ามันแฝงไปด้วยร่องรอยของการสั่นไหว
ภาคินยืดตัวขึ้นช้าๆ เขาลุกจากเก้าอี้หนังราคาแพง เดินอ้อมมาหยุดอยู่ข้างหลังเธอ ความกดอากาศรอบตัวดูเหมือนจะลดต่ำลงจนแทบหายใจไม่ออก เขาก้มลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงของเขามีเสน่ห์อันตรายที่ชวนให้คนฟังรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนหน้าผา
“ผมถูกบีบจากบอร์ดบริหารเช่นกัน รินรดา โลกของธุรกิจไม่ได้เดินด้วยความสงสาร แต่มันเดินด้วยตัวเลข... และในตัวเลขเหล่านั้น มีชื่อของคุณรวมอยู่ด้วย หากคุณไม่เลือกที่จะตัดส่วนที่ ‘เกินความจำเป็น’ ออกไป คนที่จะต้องหายไปจากผังองค์กรในวันพรุ่งนี้ ก็คือคุณ”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนความเชื่อมั่นของรินรดา เธอหันขวับไปมองเขา ความโกรธแค้นประทุขึ้นในดวงตาคู่สวย
“คุณกำลังใช้พวกเขาทั้งห้าสิบคนเป็นตัวประกันเพื่อรักษาตำแหน่งของฉันอย่างนั้นหรือ? ถ้าฉันยอมเซ็น แล้วฉันจะต่างอะไรกับคุณ... ปีศาจที่ไร้หัวใจ”
ภาคินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไม่มีความขบขันเจือปน เขาโน้มใบหน้าลงมาจนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงคืบ รินรดาเห็นเงาของตัวเองในดวงตาของเขา ดวงตาที่ดูเหมือนจะแบกรับบาปมามากมายเกินกว่าที่คนคนหนึ่งจะรับไหว
“ใช่ ผมมันปีศาจ แต่เป็นปีศาจที่พยายามจะรักษาที่ยืนให้คุณไว้ในนรกขุมนี้” ภาคินพูดพลางเลื่อนแฟ้มเอกสารไปตรงหน้าเธออีกครั้ง “เซ็นเสียรินรดา ถ้าคุณอยากรู้ความจริงว่าเหตุใดพ่อของคุณถึงไม่ได้จากไปเพราะอุบัติเหตุธรรมดาอย่างที่คดีปิดไปเมื่อสามปีก่อน”
อากาศในห้องเหมือนถูกสูบออกไปจนหมด รินรดานิ่งงัน หัวใจของเธอเหมือนถูกหยุดทำงานชั่วขณะ ความจริงที่เธอพยายามขุดคุ้ยมาตลอดซ่อนอยู่ในเอกสารแผ่นนั้นหรือ? หากเธอเลือกปกป้องพนักงานที่เธอรัก เธอจะต้องสูญเสียโอกาสในการล้างมลทินให้ครอบครัวไปตลอดกาล แต่หากเธอเลือกความจริง เธอจะต้องยอมเป็นเครื่องมือของภาคินในการทำลายชีวิตคนอื่น
“คุณขู่ฉัน...” รินรดาพึมพำ เสียงนั้นสั่นพร่ากว่าครั้งใด
“ผมไม่ได้ขู่ ผมแค่ให้ทางเลือก” ภาคินผละออกไปนั่งที่หัวโต๊ะดังเดิม ราวกับเป็นจอมบงการที่รอคอยการแสดงของหมากตัวสำคัญ “คุณมีเวลาสามนาที ก่อนที่บอร์ดบริหารจะก้าวเข้ามาในห้องนี้ ถ้าถึงตอนนั้นชื่อในเอกสารยังว่างเปล่า ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น คุณคงไม่อยากเห็นมันแน่”
รินรดาจ้องมองปากกาในมือ ความขัดแย้งในใจของเธอตีรวนกันเหมือนพายุคลั่ง เธอคิดถึงใบหน้าของพี่สมชายที่เพิ่งพาลูกสาวไปส่งโรงเรียนเมื่อเช้า คิดถึงความมุ่งมั่นของเด็กฝึกงานที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ทุกความทรงจำถาโถมเข้าใส่จนน้ำตาเอ่อล้นคลอหน่วยตา
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ มือที่จับปากกาสั่นน้อยๆ ก่อนจะจรดปลายปากกาลงบนกระดาษสีขาวสะอาดตา ความรู้สึกเหมือนกำลังฝังร่างตัวเองลงไปในหลุมศพที่ไม่มีวันได้โผล่พ้นขึ้นมาอีก
ในจังหวะที่หมึกกำลังจะแตะพื้นผิว ทันใดนั้น ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักออกอย่างแรงจนกระแทกผนังเสียงดังสนั่น
ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่รินรดาคุ้นเคยดีเดินแทรกเข้ามาพร้อมกับแฟ้มลับในมือ สีหน้าของเธอตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด และในมืออีกข้าง เธอถือโทรศัพท์ที่เปิดลำโพงทิ้งไว้ เสียงปลายสายที่ดังออกมาทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดชะงัก
“คุณภาคินคะ... อย่าเซ็นนะคะ! เอกสารชุดนั้นไม่ใช่แผนลดต้นทุน... แต่มันคือสัญญาโอนหุ้นทั้งหมดของแผนกเราเข้าสู่บริษัทในเครือของ ‘ศัตรู’ ที่คุณกำลังต่อสู้ด้วยอยู่ตอนนี้!”
ภาคินผุดลุกขึ้นทันที ใบหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยรอยร้าวในชั่วพริบตา รินรดาชะงักปากกาที่จ่ออยู่บนกระดาษ หัวใจของเธอร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อหันไปสบตากับชายหนุ่มที่เธอกำลังจะทำลายชีวิตคนอื่นเพื่อเขา
“นี่มันหมายความว่ายังไง ภาคิน... คุณจะขายพวกเรากินอย่างนั้นหรือ?”
รินรดากระซิบถามท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ในขณะที่ประตูห้องประชุมถูกปิดลงจากด้านนอกโดยพนักงานรักษาความปลอดภัยสองคนที่พวกเขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน พร้อมกับเสียงล็อกประตูที่ดัง ‘กริ๊ก’ ดังก้องไปถึงหัวใจที่เต้นรัวของทุกคนในห้อง
การเดินทางผ่านรอยร้าวครั้งนี้ยังมีเรื่องราวให้เราต้องพิสูจน์ความจริงกันอีกมาก ขอบพระคุณนักอ่านที่ยังคงจับมือรินรดาไว้แน่นนะคะ
ดาวตกคืนคริสต์มาส
รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส•ตอนที่ 24
ในห้องประชุมที่เย็นเยียบ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!