รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส•ตอนที่ 2

จดหมายในลิ้นชัก

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
“คุณกำลังรื้อค้นอะไรคะ รินรดา” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แทรกผ่านความเงียบงันในห้องหนังสือไม่ได้ทำให้รินรดาสะดุ้ง แต่กลับทำให้ฝ่ามือที่กำลังสั่นเทาของเธอเย็นเฉียบ เธอหยุดชะงัก ลมหายใจที่เผลอกลั้นไว้ถูกปล่อยออกมาอย่างช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ ภาคินยืนกอดอก แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับให้ใบหน้าด้านหนึ่งของเขาตกอยู่ในเงามืด ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่ลิ้นชักลับที่ถูกดึงออกมาจนสุดทาง—หลักฐานของการบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาต “ฉันแค่อยากรู้ว่าทำไมห้องนี้ถึงถูกล็อกตายมาตลอดสิบปี” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบที่สุด เธอไม่ได้หลบสายตา แม้ในใจจะกำลังกรีดร้องด้วยความตระหนก “และถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริงๆ ทำไมต้องเก็บ ‘สิ่งนี้’ ไว้ในที่ที่ไม่มีใครเข้าถึงได้ล่ะคะ” เธอยกมือขึ้น มือที่สั่นเทานั้นถือซองจดหมายเก่าคร่ำคร่าสีเหลืองกรอบ ที่มุมซองมีตราประทับครั่งรูปดาวตก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่เธอเห็นในคืนที่พ่อจากไปอย่างปริศนา ภาคินผ่อนลมหายใจยาว ความเงียบที่ขยายตัวระหว่างคนทั้งคู่กดทับจนเกือบหายใจไม่ออก “บางเรื่องที่ถูกฝังไปแล้ว... การขุดขึ้นมาไม่ได้หมายความว่าจะเจอความจริงเสมอไป แต่มันอาจหมายถึงการปลุกปีศาจให้ตื่นขึ้นมาหลอกหลอนคุณอีกครั้ง” ภาคินขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้ ความกดดันแผ่กระจายออกมาจากตัวเขา “ส่งมันมาให้ผมเสีย รินรดา” “ไม่ค่ะ” เธอถอยกรูดไปด้านหลังจนแผ่นหลังชนกับชั้นหนังสือ “ฉันไม่ใช่เด็กสาวที่ร้องไห้รอคำโกหกของคุณเหมือนเมื่อก่อนแล้ว จดหมายฉบับนี้... ลายมือนี้ไม่ใช่ของพ่อฉันคนเดียว แต่มันมีรอยปากกาของคนอื่นปนอยู่ด้วย” รินรดาตัดสินใจกางแผ่นกระดาษในมือออกท่ามกลางความไม่พอใจของคนตรงหน้า ลายมือตวัดหัวอ่านยากนั่นขีดเขียนข้อความเพียงไม่กี่บรรทัด แต่ละคำเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจ: *‘สิ่งที่รินรดาควรได้รับ ไม่ใช่เงินทอง แต่คือความลับที่ถูกแลกด้วยชีวิตของคนในตระกูล... คืนคริสต์มาสปีนี้ ดาราจะร่วงหล่นอีกครั้ง หากเธอยังไม่หยุดตามหาความจริง’* ภาคินชะงักกึก สีหน้าเรียบเฉยที่เขารักษาไว้พังทลายลงในเสี้ยววินาที เขาพุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้แสดงถึงความโกรธ แต่มันคือความกลัว... ความกลัวที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “คุณไม่เข้าใจว่าคุณกำลังเล่นอยู่กับอะไร” ภาคินกระซิบชิดใบหู เสียงของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความเวทนา “คนที่ส่งจดหมายฉบับนี้ไม่ได้ต้องการให้คุณรู้ความจริง แต่มันกำลังล่อให้คุณเดินเข้าสู่กรงขังที่พวกมันเตรียมไว้ให้” “ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยให้ฉันถูกขัง!” รินรดาสะบัดมือออกด้วยความโมโห น้ำตาเอ่อคลอเบ้าแต่เธอก็ไม่ยอมให้มันไหล “เพราะอย่างน้อยในกรงขังนั้น ฉันอาจจะได้พบคำตอบว่าทำไมพ่อถึงต้องตาย... และทำไมคุณถึงต้องเป็นคนเดียวที่ยืนอยู่ตรงนั้นในวันที่ศพของเขาถูกพบ!” ภาคินนิ่งงันไปครู่ใหญ่ แววตาของเขาไหววูบเหมือนเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง ก่อนที่เขาจะถอยห่างออกไปแล้วหันหลังให้เธอ “ถ้าอยากรู้ความจริงนัก ก็อ่านประโยคสุดท้ายที่อยู่ด้านหลังตราประทับนั่นสิ” รินรดาพลิกซองจดหมายกลับด้าน นิ้วเรียวเกลี่ยรอยคราบจางๆ บนกระดาษ ก่อนจะพบตัวเลขชุดหนึ่งเขียนไว้ด้วยหมึกสีแดงสดที่ดูเหมือนยังไม่แห้งสนิทเสียทีเดียว *‘25-12-19... ใต้ฐานอนุสาวรีย์หิมะร่วง’* หัวใจของเธอเต้นรัวแรงยิ่งกว่ากลองรบ พลันเสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องโถงชั้นล่าง เป็นจังหวะเดียวกับที่ไฟในห้องหนังสือดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิท รินรดาสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังอยู่ข้างหู “ดูเหมือนว่า ‘คนส่งจดหมาย’ จะมาทวงของคืนด้วยตัวเองแล้วนะคะ” ประตูกระจกบานใหญ่ที่ปิดสนิทถูกผลักออกอย่างแรง ลมหนาวหอบเกล็ดหิมะเข้ามาปะทะใบหน้า และในเงามืดหน้าต่างนั่นเอง ร่างของชายในชุดโค้ทสีดำสนิทก็ก้าวเข้ามา พร้อมกับปืนที่เล็งตรงมายังรินรดาที่ไร้ทางหนี! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันหนาวเหน็บในครั้งนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%