รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส•ตอนที่ 1

แสงดาวที่ดับสูญ

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"ถ้าคุณต้องการจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของใครสักคน ก็ควรเลือกสถานที่ที่มันสมน้ำสมเนื้อกว่าห้องจัดเลี้ยงการกุศลแห่งนี้หน่อยนะคะคุณภาคิน" เสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่าสั่นไหวด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย เธอไม่ได้หันไปมองคู่สนทนาที่ยืนอยู่เคียงข้าง ทว่าสายตาจดจ้องไปยังแก้วแชมเปญในมือที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ใกล้จะแตกสลาย ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเย็นเยียบเสียจนคนรอบข้างที่เดินผ่านไปมาต้องชะลอฝีเท้า เขาหมุนแก้วไวน์ในมือช้าๆ ปล่อยให้ของเหลวสีทับทิมอาบแก้วแก้วคริสตัลเจียระไน "ศักดิ์ศรีเหรอครับ? คำนี้ดูจะหรูหราเกินไปหน่อยสำหรับคนที่มีมลทินติดตัวมาแต่กำเนิดอย่างคุณ รินรดา" คำพูดนั้นเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่แทงทะลุหัวใจ รินรดากำแก้วในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นความโกรธที่กำลังปะทุเหมือนลาวาใต้ภูเขาไฟ งานเลี้ยงการกุศลที่ควรจะเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความหวังกลับกลายเป็นเวทีประลองฝีปากที่ไร้ซึ่งความเมตตา ท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงคลาสสิกที่ขับขานอย่างอ่อนหวาน รินรดากลับรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ในหลุมศพที่เพิ่งขุดเสร็จใหม่ๆ "มลทินที่คุณกล่าวถึง... มันเกิดจากฝีมือใครกันแน่คะ?" รินรดาหันมาสบตาเขา ดวงตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความรวดร้าวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว "คุณรู้ดีที่สุดว่าใครเป็นคนทำลายทุกอย่างที่คุณและฉันเคยรู้จัก" ภาคินชะงัก สายตาที่เคยว่างเปล่ากลับไหววูบเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกระด้างราวกับรูปปั้นหิน เขาขยับตัวเข้าใกล้จนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายของความเย็นชาที่เขาแผ่ออกมา "ผมไม่สนหรอกว่าอดีตมันจะเน่าเฟะแค่ไหน สิ่งเดียวที่ผมสนคือปัจจุบัน... และตอนนี้ ปัจจุบันของคุณกำลังอยู่ในกำมือของผม" บรรยากาศรอบข้างเงียบงันลงทันที ทั้งที่เสียงหัวเราะและเสียงดนตรียังคงดังต่อเนื่อง รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอพยายามตั้งสติ ความอ่อนนอกแข็งในของเธอถูกท้าทายด้วยบุรุษตรงหน้าที่มีอิทธิพลเหนือทุกการเคลื่อนไหวในห้องนี้ เขาคือผู้กุมชะตาธุรกิจที่พ่อของเธอทิ้งไว้ และเขาก็คือคนเดียวกับที่ทำให้ครอบครัวเธอพินาศ "คุณมันก็แค่ปีศาจที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หน้ากากของนักธุรกิจผู้ใจบุญ" รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความแค้น ภาคินก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าว ระยะห่างที่เหลือเพียงไม่กี่นิ้วทำให้ลมหายใจของทั้งคู่แทบจะปะทะกัน เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธอ เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึกของเธอราวกับคำสาปแช่ง "ถ้าผมเป็นปีศาจ คุณก็เป็นเพียงแค่เหยื่อที่กำลังพยายามดิ้นรนในกองเพลิงเท่านั้นแหละ รินรดา" เขาผละออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความเย็นเยือกที่ฝังลึกในอากาศ รินรดายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้แขกเหรื่อเดินผ่านไปมาราวกับเธอเป็นเพียงรูปปั้นหินที่ไม่มีความหมาย แต่ทว่าความรู้สึกภายในของเธอกลับปั่นป่วน เธอจำต้องเข้มแข็งเพื่อทวงคืนสิ่งที่สูญเสียไป แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม ขณะที่เธอกำลังจะก้าวเดินออกไปจากจุดนั้น ชายชราคนหนึ่งในชุดสูทสีเข้ม—คนที่เธอคุ้นเคยดีว่าเป็นเลขาคนสนิทของพ่อ—ก็เดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าซีดเผือด เขาส่งซองจดหมายสีขาวปิดผนึกด้วยครั่งสีแดงให้เธอด้วยมือที่สั่นเทา "คุณรินรดาครับ... ผมเจอสิ่งนี้วางอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณพ่อคุณที่หายไปเมื่อห้าปีก่อน" รินรดารับซองจดหมายมาด้วยความมึนงง ทันทีที่เธอแกะมันออกและเห็นเนื้อหาด้านใน หัวใจของเธอก็เหมือนจะหยุดเต้น ภาพถ่ายใบหนึ่งร่วงลงสู่พื้น พร้อมกับข้อความที่เขียนด้วยลายมือที่คุ้นตาที่สุด... ลายมือของพ่อเธอที่ตายไปแล้ว นั่นไม่ใช่จดหมายธรรมดา แต่มันคือรายชื่อของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้งหมด และหนึ่งในนั้น... มีชื่อของคนที่เพิ่งเดินจากไปเมื่อครู่นี้รวมอยู่ด้วย ในฐานะผู้บงการคนสุดท้าย ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและภาคินในบทเริ่มต้นนี้นะคะ ดาวตกคืนคริสต์มาส
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวใต้แสงดาวคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%